ลุง 77 ปี สร้างอาชีพ ปั้นแป้งเปียกเป็นหัวสัตว์ป่าทำเงินแสน! เลี้ยงชีพไม่ลำบากกว่า 40 ปี

ผู้สื่อข่าวประจำ จ.ปราจีนบุรีได้รับแจ้ง ที่ในชุมชนท่าข้าม ก่อนเข้าวัดศรีประจันตคามเทศบาลตำบลประจันตคาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี มีช่างศืลปะ ปั้นรูป ปั้น หัว สัตว์ป่าสงวนหลากหลายชนิด ที่นักสะสม หรือ ผู้นิยมตกแต่ง หัวสัตว์ตกแต่งผนัง หัวสัตว์จำลองเหมือนจริง ขนาดเท่าจริง โดยปั้นจำลองหัวสัตว์ป่าคุ้มครอง ทั้งกระทิง วัวแดง ละมั่ง กวาง ฯลฯ หัวสัตว์เทียม สำหรับตกแต่งผนัง ตกแต่งห้องสไตล์คาวบอย ไว้ตกแต่งบ้าน ตกแต่งโรงแรม รีสอร์ท สีเลียนแบบธรรมชาติ สร้า รายได้เดือนละนับแสนบาท

เป็นห้องแถวเล็ก ๆ ติดถนน พบนายกมล มะณีแนม อายุ 77 ปี เลขที่ 405 เทศบาลประจันตคาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ผู้ยึดอาชีพปั้นปูนเปียก ทำรูปหัวสัตว์ป่าต่างๆ ที่ผู้คนนิยมนำมาสะสม หรือตกแต่งบ้านเรือน ที่ขายทั่วประเทศ ตามคำล่ำลือ ทั้ง หัวกระทิง วัวป่า เก้ง กวาง โดยทำมากว่า 40 ปี สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ จากงานฝีมือได้จริง ไม่ต้องไปกูหนี้ยมสินใครเขา

ลุงกมล กล่าวว่า “จบการศึกษาเพียงภาคบังคับสมัยก่อนคือประถมศึกษา จากนั้นได้ไปทำงานเป็นช่างศิลปะทำลวดลายโบสถ์ ภายหลังได้เปลี่ยนมาทำอาชีพปั้นปูนเปียก ทำทำรูปหัวสัตว์ป่าต่างๆ เลี้ยงครอบครัวมาแทน ตั้งแต่หนุ่มกลางคน จวบจนทุกวันนี้ ที่ยังคงทำงานศิลปะการประดิษฐ์จากวัสดุที่เหลือใช้ไม่กี่อย่าง แต่วัสดุเหลือใช้ในครัวเรือน สามารถสร้างเงินเลี้ยงตัวเอง และตรอบครัวได้อย่างสบายๆไม่เดือดร้อน เพียงแค่การทำหัวกระทิง วัวแดง. เก้ง กวาง มีอุปกรณ์ไม่กี่อย่างแต่มันสามารถสร้างเงินเป็นกอบเป็นกำ”

เรียกว่าหนึ่งเดียวในจ.ปราจีนบุรีเลยก็ว่าได้ ที่ทำแบบนี้ ทำด้วยมือสร้างเงิน เพียงแต่ใช้สมองจินตนาการเอาว่ารูปร่างหน้าตาของกระทิง วัวแดง เก้ง กวาง หน้าตาเป็นยังไง ก็ปั้นตามความเป็นจริง งานก็จะออกมาได้ดีแลสวยงาม”ลุงกมล กล่าว

และกล่าวต่อไปว่า “งานศิลปะพื้นบ้านๆ จากการจินตนาการเอาเองนี้ เป็นส่วนหนึ่งที่ส่งเสริมการอนุรักษ์โดยไม่ต้องออกไปล่า – ทำร้ายสัตว์ป่าหายากให้ผิดกฏหมายเลย แค่ใช้เวลาปั้นๆ 3 วัน ได้รับเงิน หัวละ 4,000-6,000 บาท แล้วแต่ลูกค้าผู้มีพระคุณจะสั่งเล็ก-ใหญ่ บอกมาลุงกมลทำได้ บอกได้เลยว่าสวยไม่มีที่ติเสมือนจริงทุกประการ”

“ประกอบกับการทำงานทุก ๆ ชิ้นนี้ ใส่จิตใจลงไปด้วย ทำให้รูปร่างที่ทำออกมา ดูมีชีวิตชีวาตลอดระยะเวลา 40 ปี รูปหัวสัตว์ที่ทำนี้ ลุงอยากให้มีคนรุ่นหลังมาสืบสานต่อ ถ้าตัวเองตายไป งานปูนปั้น ต้องจากไปด้วยแน่ๆ เพราะลุงกับป้าไม่มีลูก ลุงกมลกับ ป้ากำจาย สองสามีผู้ยิ่งใหญ่มีอุดมการณ์ที่คล้ายกันอยากมีใครสักคนหันมาสนใจงานศิลปะปั้นมือนี้บ้าง?

“ แต่รอแล้วรอเล่าก็ไม่เห็นมีหนุ่มสาวที่เรียนด้านศิลปะ หรือ อะไรก็ตาม ที่เกี่ยวกับด้านนี้ ลุงกับป้าบอกเรียกไม่ถูก แม้สองตายายจะอายุแก่มากแล้งสังขารก็ไม่เอื้ออำนวยเดินจะไม่ไหวแล้วแต่ก็ต้องทำเผื่อจะมีใครมีหน่วยงานใด ให้ความสนใจงานด้านนี้ ถ้ามองๆดูอาจจะเป็นงานไม่มีค่า แต่มันเกินกว่าค่าจริงๆที่สามารถสร้างรายได้ให้กับตัวเองมาหลายสิบปีแล้ว ไม่ได้ยุ่งยากอยากให้คนรู้และก็เห็นคุณค่าของมันในตัวด้วย”

“ขอเพียงมีใจรัก มันก็สามารถสร้างอาชีพได้ตลอดเวลา การทำงานปูนปั้นก็สามารถเลี้ยงตัวเองได้อย่างสบายๆ อาศัยความอดทน เพียงที่ต้องนั่งๆรูปคลำ ๆ ไม่กี่วัน ก็มีเงินใช้แล้วครึ่งๆหมื่น โดย ลุงกับป้าช่วยกันทำเล่นๆฆ่าเวลายามแก่เฒ่า ก็ได้เงินหมื่นใช้แล้ว ถ้าคนขยันจะได้เงินใช้มากกว่านี้ เท่าตัวเลยทีเดียว ตามผลงาน เหลือเชื่อจริงๆว่าลุงกับป้าทำมาแล้ว 40 ปี ชีวิตก็มีความสุขตลอดมา”

“วิธีการทำปูนปั้นงานศิลปะชนิดนี้ มีแค่ปูนเปียกและกระดาษสา หรือลังไข่กระดาษปกแข็งต่างๆ กับไม้จำพวก งิ้ว มะกอก ทองหลาง และยีตาล (ลูกตาลสุกแล้วที่เขาเอามาคั้นเอาเนื้อไปทำขนมตาล) ยีตาลจะมีสีออกขาว ซีดๆนำมาไว้เป็นขน สีขาว ไม่ต้องย้อมสีดำไว้ติดที่หน้าผากหัวกระทิง ส่วนย้อมสีดำก็จะไว้ทากาว ติดที่ลำคอและใต้คาง ทำเหมือนขนจริง ตาก็หาซื้อลูกปิงปองและไม้แผ่นตะปู ใช้กาวที่ใช้ในการเรียนครับ มีแค่นี้เราก็นำมาทำเป็นขนกระทิง แค่นี้โดยขอซื้อมา 100 ต่อ100 บาท ก็สามารถสร้างหัวกระทิงได้อย่างสวยงามให้ลูกค้าไปตั้งไปไว้ที่บ้าน ที่สำนักงาน สร้างความสวยงามเพิ่มบารมี ที่ใครต้องการแล้ว”

จากคำบอกเล่าของลุงกับป้าผู้ฟันฝ่าทำให้อดดีใจไปด้วยไม่ได้ ลูกค้าของลุงกมลนั้นมีอยู่ทั่วประเทศ สั่งทำทีหนึ่งไม่ใช่แค่ชิ้นเดียวอย่างน้อยคนละ 2-4 ชิ้นครับ บางคนเอาของจริงมาให้ทำก็ทำครับที่จริงไม่อยากรับเพราะสัตว์สงวนนั้นอาจมีความผิดครับ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบในงานศิลปะทำมือปูนปั้นลุงกมลยินดีสอนให้เต็มที่โดยไม่ปิดบังหรือหวงวิชา ลุงกมลยังยอกอีกด้วยครับว่างานปั้นมือของแกยังมีขายอยู่ทางแนวชายแดนใกล้บ้านเราครับสนใจติดต่อสอบถามลุงกมล ป้ากำจายได้ที่เบอร์โทรศัพท์หมายเลข 037-292-027

 

ที่มา : มติชนออนไลน์

บทความก่อนหน้านี้มทร.สุวรรณภูมิ พัฒนาบริการวิชาการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน การเลี้ยงและแปรรูปน้ำนมแพะ
บทความถัดไปโฟร์โมสต์ทุ่มพันล้านขยายกำลังผลิตนม