บอร์ดสปสช.ยันบริหารยาได้ เผยวางระบบดี-ประหยัด 52 ล.

คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหารือแผนจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ ปี 2561 ยันไร้ปัญหา แถมได้ราคาถูก ประหยัดอีก 52 ล้านบาท วอน’ผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี-ไต’อย่ากังวล

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม นพ. เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยระหว่างประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ซึ่งมี นพ. ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการ สธ. ในฐานะประธานบอร์ด สปสช.เป็นประธานหารือเรื่องความก้าวหน้าการจัดหายา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นตามโครงการพิเศษปีงบประมาณ 2561 ว่า จนถึงขณะนี้ขอยืนยันว่ายาไม่ขาดแน่นอน จากการหารือกับองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ยาที่ซื้อเพิ่มสามารถใช้ได้ถึงเดือนพฤศจิกายนนี้ และเมื่อได้งบประมาณปี 2561 ก็สามารถดำเนินการซื้อยาตามกระบวนการที่ดำเนินการไว้ได้ทันที แต่เพื่อป้องกันปัญหา เบื้องต้นได้ตกลงกับ อภ.ว่ากรณีงบประมาณมาไม่ทันจะยืมยาจาก อภ.ก่อน อีกทั้งเพื่อให้การบริหารจัดการเรื่องการจัดซื้อยารวมภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเป็นไปอย่างคล่องตัว ได้ตั้งคณะทำงาน 3 ชุด ประกอบด้วย 1. คณะทำงานชุดต่อรองราคา มีรองปลัด สธ.เป็นประธาน 2. คณะทำงานชุดตรวจรับยา มีโรงพยาบาลราชวิถีเป็นประธาน และ 3. คณะทำงานชุดติดตามประเมินผล มีอธิบดีกรมการแพทย์เป็นประธาน

ด้าน นพ. ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการ สปสช.กล่าวว่า เนื่องจากเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านหน่วยงานซื้อยา อาจจะทำให้หลายฝ่ายเกิดความวิตกกังวล แต่ยืนยันว่าผู้ป่วยจะไม่ขาดยาแน่นอน ขณะนี้ที่ผู้ป่วยกังวลว่ายาขาด คือ ยาอะบาคาเวียร์ (Abacavir tab) ยาต้านไวรัสเอดส์ สำหรับผู้ป่วยที่ใช้ยาทีโนโฟเวียร์ไม่ได้ และเด็กที่ติดเชื้อเอชไอวีอายุ 6 เดือนขึ้นไป ซึ่งเป็นการขาดแคลนที่เกิดขึ้นทั่วโลก เนื่องจากบริษัทผลิตยาไม่ทัน แต่ขณะนี้ดำเนินการแก้ไขปัญหาได้แล้ว มียาพอสำหรับผู้ป่วยแน่นอน

“เรื่องนี้เป็นปัญหาของผู้ผลิตและทุกประเทศเจอปัญหานี้เช่นกัน ดังนั้นจึงขอให้ผู้ป่วยมั่นใจว่ายามีพอไม่มีปัญหาขาดแน่ เพราะตามกระบวนการจะคงคลังไว้ 2 เดือน ซึ่งในภาพรวมคุมได้ ผู้ป่วยและหน่วยบริการไม่ได้รับผลกระทบแน่นอน” นพ.ศักดิ์ชัย กล่าว

นพ. จักรกริช โง้วศิริ ผู้ช่วยเลขาธิการ สปสช. ในฐานะเลขานุการคณะอนุกรรมการจัดทำแผนการจัดซื้อยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นตามโครงการพิเศษ ปีงบประมาณ 2561 กล่าวว่า หลังจากประธานบอร์ด สปสช.ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการจัดทำแผนการจัดซื้อยาฯ เมื่อวันที่ 5 กันยายน คณะอนุกรรมการได้เห็นชอบแผนจัดหายาและเวชภัณฑ์ปี 2561 พร้อมแต่งตั้งคณะทำงานต่อรองราคายา โดยผลการต่อรองราคายาและเวชภัณฑ์ 9 หมวด 124 รายการ ได้แก่ น้ำยาล้างไตและยา EPO, วัคซีน, ยาต้านไวรัสเอชไอวี, ยาบัญชี จ2, ยารักษาวัณโรค, ยากำพร้าและยาต้านพิษ, ยาหัวใจและหลอดเลือด, สายสวนหัวใจ, ถุงยางอนามัยและสารหล่อลื่น มี 21 รายการ ที่ได้ราคาลดลง สามารถประหยัดงบประมาณได้อีกกว่า 52 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับปีงบประมาณ 2560 สาเหตุที่สามารถต่อรองได้ราคาลดลงเนื่องจากยาบางรายการมีจำนวนการซื้อเพิ่มขึ้น และบางรายการมีคู่แข่งในตลาดเพิ่มขึ้น จึงทำให้ราคาลดลง พร้อมกันนี้ได้มีการตรวจสอบคลังสินค้าปีงบประมาณ 2560 ร่วมกันระหว่าง สปสช., รพ.ราชวิถี และ อภ. เพื่อส่งมอบความรับผิดชอบให้กับ รพ.ราชวิถีดำเนินการต่อในปีงบประมาณ 2561 และขออนุมัติจำหน่าย ทำลายยาหมดอายุในกลุ่มยากำพร้า หรือยาที่มีอัตราผู้ป่วยน้อยแต่มีความจำเป็นต้องสำรอง

ขอบคุณข้อมูลจากมติชนรายวัน