เจ้าสัวเจริญส่งบิ๊กซีลุยอาเซียน เร่งศึกษาโอกาสเจาะมาเลย์ เน้นปั้นธุรกิจทำเงิน-คุ้มค่าสูง

นายเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานคณะกรรมการบริษัท บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือบิ๊กซี เปิดเผยว่า การดำเนินธุรกิจในส่วนของกลุ่มค้าปลีกภายใต้เครือเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ หรือบีเจซี ประกอบด้วย เอ็มพอยท์มาร์ท, เอ็มเอ็ม เมก้า มาร์เก็ต, บีสมาร์ท และบิ๊กซี มีแนวทางขยายสู่กลุ่มประเทศในภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น นอกจากในไทย ทั้งเวียดนาม ลาว และกัมพูชา โดยอยู่ระหว่างการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ นำแบรนด์บิ๊กซีไปขยายธุรกิจในมาเลเซีย ทั้งนี้ การทำให้ธุรกิจของตนเองเติบโตทั้งในและต่างประเทศ ปัจจัยหลักอย่างหนึ่งเป็นเรื่องของคู่ค้าที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนามย่อม (เอสเอ็มอี) ซึ่งหากเป็นรายเล็กเห็นว่าจะแข็งแกร่งกว่ารายใหญ่ได้ หากรู้ถึงอุปสรรคและปัญหารวมถึงฝึกตั้งแต่ต้นทางก็จะแข็งแกร่งกว่ารายใหญ่ต่อไป

นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี กล่าวว่า การขยายธุรกิจในเวียดนามเพิ่มเพราะยังมีศักยภาพ เนื่องจากมีประชากรมากกว่า 90 ล้านคน มากกว่าไทย ขณะที่ไทยมีห้างขนาดใหญ่กระจายตัวอยู่ในไทยมากกว่า 300-400 แห่ง ไม่มีเหตุผลที่เวียดนามจะขยายไม่ได้เท่ากับไทย แต่คงต้องมาดูว่าจะขยายรูปแบบ จากปัจจุบันบริษัทมีร้านสะดวกซื้อบีสมาร์ท 170 สาขา เป็นอันดับ 3 ของตลาด และมีเอ็มเอ็มเมก้า 19 สาขา

“คงไม่ได้มองแค่ไทย แต่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ทุกประเทศต้องครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ มองเรื่องการลงทุนแล้วคุ้มค่า หากใช้เม็ดเงินไปแล้วผลตอบแทนต้องคุ้มค่า เนื่องจากเรายังมีภาระหนี้อยู่ ไม่ได้มองว่าจะเปิดสาขาได้มากน้อยเท่าไหร่ แต่คงเป็นการสร้างผลกำไรมากกว่า ซึ่งตลาดในมาเลเซียมีโอกาสทำพื้นที่ขายใช้แบรนด์บิ๊กซี กัมพูชาคู่แข่งค่อนข้างมากทั้งจากนักลงทุนจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หรือไทยด้วยกันเอง ดังนั้นจะเข้าไปลงทุนต้องสร้างความแตกต่างในตลาด” นายอัศวิน กล่าว

ขอบคุณข้อมูลจากมติชนรายวัน