กรมส่งเสริมสหกรณ์เล็งจับมือกรุงไทยผุดบัตรเงินสด Co-op Member Card และการชำระค่าสินค้าผ่านระบบ QR Code หวังพัฒนาเทคโนโลยีด้านการเงินของสหกรณ์การเกษตรให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

กรมส่งเสริมสหกรณ์เล็งจับมือธนาคารกรุงไทย ร่วมบูรณาการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการเงินแก่สหกรณ์และสมาชิก เตรียมผุดบัตรสมาชิกสหกรณ์ Co-op Member Card  เพื่อใช้สำหรับเป็นบัตรเงินสดให้สมาชิกนำไปจ่ายชำระสินค้าที่ซื้อกับสหกรณ์ ขณะเดียวกันสหกรณ์ก็สามารถโอนเงินปันผลหรือจ่ายค่าผลผลิตที่สหกรณ์รับซื้อจากสมาชิกเข้าไปในบัตรดังกล่าวได้ นอกจากนี้ยังพัฒนาระบบ  QR  Code เพื่อนำมาใช้ในการซื้อสินค้าสหกรณ์ผ่านทางมือถือ เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับสมาชิก  และยังลด ความเสี่ยงของการใช้เงินสดในการทำธุรกรรมได้อีกทางหนึ่ง เตรียมเซ็น MOU ร่วมกันปลายเดือนพฤศจิกายน นี้

นายพิเชษฐ์  วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้หารือร่วมกับผู้แทนธนาคารกรุงไทย เพื่อหาแนวทางในการพัฒนาระบบบริหารจัดการทางการเงินให้แก่สหกรณ์และสมาชิกสหกรณ์ โดยทางธนาคารกรุงไทยได้นำเสนอเทคโนโลยีทางการเงินเพื่อใช้ในการดำเนินธุรกรรมของสหกรณ์ 2 รูปแบบ ได้แก่ การจัดทำบัตรสมาชิกสหกรณ์ Co-op   Member Card  เพื่อให้สมาชิกนำไปรูดซื้อสินค้ากับสหกรณ์ และเป็นเครื่องมือในการทำธุรกรรมทาง การเงินระหว่างสหกรณ์กับสมาชิก และอีกรูปแบบหนึ่ง คือการชำระค่าสินค้าผ่านระบบ QR Code โดยสมาชิกสมาชิกใช้มือถือ แสกนรหัส QR Code เพื่อชำระค่าสินค้ากับสหกรณ์ได้โดยไม่ต้องพกเงินสด ซึ่งเทคโนโลยีทางการเงินทั้ง 2 ระบบนี้ จะเพิ่มประสิทธิภาพด้านธุรกรรมทางการเงินระหว่างสหกรณ์กับสมาชิก ช่วยลดขั้นตอนการทำงานต่าง  ๆ ของสหกรณ์ลง และยังเป็นประโยชน์ในการบริหารจัดการเงินสด ตามนโยบายของรัฐบาล Nation e-Payment ที่มุ่งเน้นให้มีการลดการใช้เงินสด  เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการดำเนินธุรกรรมของสหกรณ์ได้อีกทางหนึ่งด้วย

บัตรสมาชิกสหกรณ์ Co-op Member Card จะเริ่มใช้กับสหกรณ์การเกษตรขนาดใหญ่ระดับอำเภอ ซึ่งมีเป้าหมายดำเนินการ 822 แห่งทั่วประเทศ  โดยบัตร Co-op Member Card จะทำหน้าที่เป็นบัตรเงินสด ใช้สำหรับการซื้อขายสินค้าระหว่างสหกรณ์กับสมาชิก  ซึ่งไม่เกี่ยวกับระบบธุรกรรมการเงินปกติของธนาคารกรุงไทย เนื่องจากสมาชิกสหกรณ์ไม่ต้องไปเปิดบัญชีกับธนาคาร แต่ใช้วิธีเติมเงิน เข้าบัตรผ่านหลากหลายช่องทางของธนาคารกรุงไทย  โดยสามารถนำบัตรนี้ไปถอนเงินสดจากตู้ ATM ได้ทุกธนาคารทั่วประเทศ และยังนำไปใช้ซื้อสินค้ากับสหกรณ์ต่าง ๆ ได้อีกด้วย  ซึ่งสหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการจะติดตั้งเครื่อง Mobile EDC ไว้สำหรับบริการสมาชิกรูดซื้อสินค้าต่าง ๆ ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคหรือปัจจัยการผลิตทางการเกษตร ขณะเดียวกัน เมื่อสหกรณ์จะจ่ายเงินกู้  เงินปันผลเฉลี่ยคืนหรือชำระค่าผลผลิตทางการเกษตรที่สหกรณ์รับซื้อจากสมาชิกสหกรณ์ก็สามารถเติมเงินดังกล่าว เข้ามาในบัตร Co-op Member Card ได้ด้วยเช่นกัน

ส่วนระบบการชำระค่าสินค้าผ่านรหัส QR Code จะดำเนินการในร้านค้าสหกรณ์และศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ที่มีอยู่ ทั่วประเทศ  โดยสมาชิกสหกรณ์สามารถซื้อสินค้ากับร้านค้าสหกรณ์ และใช้วิธีแสกนรหัส QR Code เพื่อตัดเงินจากบัญชีธนาคารของสมาชิกมาชำระค่าสินค้าให้กับสหกรณ์ได้ในทันที โดยสมาชิกไม่ต้องพกเงินสดไปซื้อสินค้าที่สหกรณ์  ซึ่งระบบการชำระสินค้าผ่านรหัส QR Code นี้ ธนาคารกรุงไทยจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการชำระค่าสินค้าระหว่างธนาคารที่สมาชิกมีบัญชีเงินฝากอยู่กับร้านค้าของสหกรณ์  ซึ่งทำให้เกิดความสะดวกในการซื้อขายสินค้าระหว่างสหกรณ์กับสมาชิก และยังเป็นการยกระดับการให้บริการของสหกรณ์ได้อีกทางหนึ่งด้วย

“ในอนาคตการทำธุรกรรมการเงินระหว่างสหกรณ์กับสมาชิกจะลดการใช้เงินสดลง แต่จะนำรูปแบบการชำระสินค้าผ่านบัตร Co-op Member Card และชำระค่าสินค้าผ่านการหักบัญชีโดยรหัส QR Code เข้ามาใช้แทน นอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบการเงินให้กับสหกรณ์แล้ว ยังเป็นการลดความเสี่ยงให้กับสหกรณ์ โดยไม่ต้องเก็บรักษาเงินสดไว้ที่สหกรณ์จำนวนมาก ซึ่งจะช่วยป้องกันปัญหาการทุจริต และช่วยลดภาระให้กับเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ได้อีกทางหนึ่ง ในระยะแรก บัตร Co-op Member Card นี้ จะทำธุรกรรมได้ระหว่างสหกรณ์กับสมาชิกเท่านั้น แต่ในอนาคต ก็จะพัฒนาช่องทางเพิ่มขึ้น โดยเพิ่มคุณสมบัติให้เป็นบัตร Visa เพื่อให้สมาชิกสหกรณ์สามารถนำบัตรนี้ไปรูดซื้อของจากร้านค้าทั่วไปได้  ซึ่งทางกรมส่งเสริมสหกรณ์และธนาคารกรุงไทย จะมีการลงนามความร่วมมือในการดำเนินโครงการบัตรสมาชิกสหกรณ์ Co-op Member Card และการใช้รหัส QR Code ชำระค่าสินค้าสหกรณ์ ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว