เกษตรฯ พร้อมเยียวยาครัวเรือนละ 3,000 บาททันสิ้นปีนี้ ‘บิ๊กฉัตร’ ยันไม่มีมาตรการเพิ่ม แค่นี้พอแล้ว

นายพีรพันธ์ คอทอง รองโฆษกและผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์. กล่าวว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยหลังน้ำลด โดยเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบขยายจากพายุตาลัส-เซินกา ระหว่างวันที่ 5 ก.ค.- 15 ส.ค. 2560 จะได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยา ครัวเรือนละ 3,000 บาท (เพิ่มเติม) ครอบคลุมพื้นที่ 30 จังหวัด เกษตรกร 1.19 ล้านครัวเรือน วงเงิน 3,592.66 ล้านบาท

คาดว่าจะทำการจ่ายเงินให้แก่เกษตรกรผ่านบัญชีของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนพ.ย. ส่วนเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากพายุทกซูรี และร่องมรสุม ระหว่างวันที่ 16 ส.ค. 31 ต.ค. 2560 จะได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยา ครัวเรือนละ 3,000 บาท ครอบคลุมพื้นที่ 39 จังหวัด เกษตรกร 250,000 ครัวเรือน วงเงิน 750 ล้านบาท คาดว่าจะทำจ่ายเงินให้แก่เกษตรกรได้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนธันวาคม

สำหรับคุณสมบัติของเกษตรกรที่จะได้รับเงินเยียวยา ประกอบด้วย 1. เป็นเกษตรกรที่การผลิตอยู่ในพื้นที่ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ช่วงภัยตั้งแต่วันที่ 16 ส.ค. 31 ต.ค. 2560 และต้องเป็นเกษตรกรที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาครัวเรือนละ 3,000 บาทในช่วงพายุตาลัสและเซินกา 2. เป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรก่อนเกิดภัย และมีการทำกิจกรรมการเกษตรจริงในพื้นที่เกิดภัย และให้ได้รับการช่วยเหลือเพียง 1 ด้าน 3. ให้คณะกรรมการระดับหมู่บ้าน และชุมชน เป็นผู้รับรอง โดยหลักฐานที่ใช้ยื่นขอรับการช่วยเหลือ ประกอบด้วย สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนากน้าสมุดบัญชีเงินฝากธ.ก.ส. และสำเนาทะเบียนเกษตรกร

“มาตรการดังกล่าวถือเป็นมาตรการที่ออกมาช่วยเหลือเกษตรกรเพิ่มเติม นอกเหนือจากเงินช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง ซึ่งคิดเป็นไร่ ทั้งนี้ การที่ให้เงินช่วยเหลือเกษตรกรครัวเรือนละ 3,000 บาท มาจากฐานที่คิดจากอัตราค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท จำนวน 10 วัน ซึ่งถือเป็นระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำเงินดังกล่าวไว้ใช้สำหรับประทังชีวิตในช่วงหลังประสบภัย โดยการจ่ายเงินช่วยเหลือดังกล่าวจะต้องรวดเร็วที่สุด เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระใหแก่เกษตรกร”นายพีรพันธ์ กล่าว

ด้านพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า มาตรการที่ครม. อนุมัติประกอบด้วย การเยียวยาเกษตรกรครัวเรือนละ 3,000 บาท รวมถึงการขยายระยะเวลาชำระหนี้แก่สมาชิกสหกรณ์ กลุ่มเกษตร 3% ต่อปี ในพื้นที่ 36 จังหวัด สมาชิก 138,317 ราย วงเงิน 233.51 ล้านบาท การสนับสนุนวัสดุปรับปรุงบำรุงดินและพันธุ์พืชระยะสั้น การช่วยเหลือพื้นที่ลุ่มต่ำ 13 ทุ่ง โดยสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวนาปี ไร่ละ 5 กิโลกรัม (ก.ก.) พื้นที่ 14.1 ล้านไร่ วงเงิน 127.61 ล้านบาท ดำเนินการในช่วงเดือนก.พ.-มี.ค. 2561

การปล่อยปลาเข้าทุ่ง ปี 2561 จำนวน 20.2 ล้านตัว วงเงิน 2.20 ล้านบาท ดำเนินการในช่วงเดือนก.ย.-ต.ค. 2561 และการส่งเสริมอาชีพทางเลือก อาทิ ปลูกพืชหลากหลาย ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ พืชปุ๋ยสด และอาหารสัตว์ ดำเนินการในช่วงเดือนต.ค. 2560-มิ.ย. 2561 ถือว่าค่อนข้างเพียงพอแล้ว ขณะนี้คงยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องออกมาตรการเพิ่มเติมอีก เนื่องจากเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจะได้รับเงินช่วยเหลือปกติ ตามระเบียบกระทรวงการคลังอีก

 

ที่มา : ข่าวสดออนไลน์