เทรนด์ใช้ไฟฟ้า 20 ปีฮวบปชช.หันติด “โซลาร์รูฟท็อป”ศก.เอื่อยฉุดโหลดฟอร์แคสต์

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และโฆษกกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะทำงานจัดทำค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้า เปิดเผยภายหลังสัมมนาหัวข้อ “Load Forecast : ทิศทางการใช้ไฟฟ้าอนาคต” ที่สโมสรทหารบกว่า การรับฟังความเห็นครั้งนี้เพื่อนำไปสู่การพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศ (โหลด ฟอร์แคสต์) ที่แม่นยำขึ้น โดยทีมพยากรณ์คาดว่าปลายแผนกำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพีใหม่) ปี 2579 ไทยจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีค) ระดับ 45,808 เมกะวัตต์ ลดลง 3,847 เมกะวัตต์ หรือ 7.7% จากพีคปัจจุบันอยู่ที่ 49,808 เมกะวัตต์

นายทวารัฐ กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าของคนไทยลดลงส่วนหนึ่งมาจากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยช่วง 20 ปีข้างหน้าที่ลดลงจาก 3.9% ต่อปี เป็น 3.78% ต่อปี ยกเว้นช่วง 1-2 ปีนี้ที่เศรษฐกิจจะเติบโต 4% ต่อปี ทั้งนี้ ตัวเลขคาดการณ์ยังมาจากแผนอนุรักษ์พลังงาน รวมทั้งปัจจัยการผลิตไฟฟ้าใช้เองของประชาชน และเอกชน (แคปทีฟ ดีมานด์) อาทิ ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) ซึ่งปัจจุบันมีต้นทุนที่ลดลงอย่างมาก“ตัวเลขที่น่าสนใจ คือ ปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจาก 3 นโยบายรัฐ คือ อีวี อีอีซี และไฮสปีดเทรน จะทำให้เกิดความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นประมาณ 2,900 เมกะวัตต์ ส่วนใหญ่มาจากนโยบายอีวี แต่เนื่องจากปัจจัยอื่น อาทิ ด้านเศรษฐกิจ ด้านแคปทีฟ มีผลทำให้ปริมาณไฟฟ้าปลายแผนลดลง ผลจากนโยบายรัฐจึงกระทบการใช้ไฟฟ้าไม่มากนัก ตรงกันข้ามคาดว่าปลายแผนความต้องการใช้ไฟฟ้าจะลดลงแทน” นายทวารัฐ กล่าวนายทวารัฐ กล่าวว่า ปัจจุบันการพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้ามีคณะทำงานจัดทำค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้า ซึ่งมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ 3 การไฟฟ้า คือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิ จะทำหน้าที่ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูล รวมทั้งปรับปรุงและพัฒนาวิธีการพยากรณ์เพื่อให้ได้ค่าพยากรณ์ที่มีความถูกต้องและแม่นยำ เสนอต่อคณะอนุกรรมการพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าภายใน 1-2 เดือนจากนี้ และหลังจากนั้นจะเริ่มจัดทำซัพพลาย คือ แผนการผลิตไฟฟ้าเพื่อป้อนระบบอีก 1-2 เดือน และจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือพีดีพีใหม่เสร็จกลางปี 2561

ขอบคุณข้อมูลจากมติชนรายวัน