หลังตกงาน เคราะห์ซ้ำสูญเสียแม่ เด็กหนุ่มวัย 25 ปี กำเงิน 2,000 บาท ปลูกผักสลัด สร้างสรรค์เมนูเพื่อสุขภาพตื่นตาตื่นใจ บุกตลาดคนเมือง ทะยานสู่รายได้เดือนละล้าน

ความเจ็บป่วยของแม่ทำให้ คุณบุญชะนะ เอกวานิช ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งโปรแกรมเมอร์และนักวิเคราะห์ระบบ ทันที แต่เพียง 2 เดือนแม่ก็จากไปอย่างไม่มีวันกลับ

แน่นอนว่าเขาเคว้งคว้าง แต่ทว่าจะท้อแท้ไม่ได้ เพราะขณะนั้นยังรับตำแหน่งคนตกงาน

อยากทำอะไร ชอบอะไร รักงานอะไร แบบไหน และเป้าหมายในชีวิตคืออะไร

นี่คือคำถามที่ผุดขึ้นในหัวของเด็กหนุ่มวัย 25 ปี และในเวลาไม่นานนัก เขาก็ผุดความคิดกับธุรกิจอาหารสุขภาพ แต่การจะสร้างร้านขึ้นมาตามภาพฝัน ยังเป็นไปไม่ได้ ด้วยปัจจัยหลายด้านยังไม่พร้อม

ปลูกผัก จึงเป็นจุดเริ่มต้นของเขา ด้วยเงินเพียง 2,000 บาท และจนบัดนี้ คุณบุญชะนะกลายเป็นเจ้าของฟาร์มผักสลัด “The Secret Salad Farm” แห่งใหญ่ในจังหวัดภูเก็ต และตามต่อกับการเติมเต็มความฝัน สร้างร้าน  “farmfactory” ร้านสลัดที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “เฮลท์ตี้ฟาสต์ฟู้ด”

เส้นทางสู่ความฝันของคุณบุญชะนะ เริ่มต้นขึ้นดังนี้

“ผมเรียนจบก็ทำงานในตำแหน่งโปรแกรมเมอร์ และนักวิเคราะห์ระบบ อยู่บริษัทแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ แต่แม่ป่วยเป็นไตวายเรื้อรังมานานถึง 25 ปีแล้ว จนมาในช่วงปี 2555 อาการเริ่มหนัก ผมตัดสินใจลาออกทันที ทุ่มเทดูแลแม่ แต่ท่านอยู่ได้แค่ 2 เดือนก็จากไป ตอนนั้นรู้สึกว่างเปล่า จะเดินไปทางไหนดี เพราะอายุแค่ 25 จึงเริ่มมองหาแผนธุรกิจ ซึ่งผมย้อนคิด ที่แม่เสียชีวิตก็เพราะส่วนหนึ่งมาจากอาหาร นี่คือแรงผลักให้สนใจธุรกิจสุขภาพ ซึ่งความฝันตอนนั้นอยากมีร้านอาหารนะ แต่ว่าใช้ทุนสูงมาก จึงขอเริ่มต้นจากสิ่งที่คิดว่าทำได้ก่อน”

วิธีปลูกผักสลัดระบบไฮโดรโปนิกส์ คือสิ่งที่คุณบุญชะนะค้นหาและศึกษาจากอินเตอร์เน็ตไปพร้อมๆ กับลงมือทำด้วยมือของตนเอง ตั้งแต่เทพื้นปูน เดินระบบ โดยใช้เงินทุนก้อนแรกเพียง 2,000 บาท

ล้มลุกคลุกคลาน ดูเหมือนจะเป็นสิ่งธรรมดากับการเริ่มต้นในสิ่งที่ไม่เคยลงมือทำมาก่อน โดยเฉพาะกับพื้นที่ปลูก  จังหวัดภูเก็ต เป็นที่ทราบดีว่าฤดูฝนยาวนานถึง 8 เดือน ต่อด้วยฤดูร้อน 4 เดือน ในขณะผักสลัดชอบอากาศหนาว

คุณบุญชะนะสู้ฝ่าฟันจนได้ผักคุณภาพพร้อมขายส่งต่อให้พ่อค้าคนกลาง และแล้วปัญหาถูกกดราคา รับซื้อผักไม่ต่อเนื่องเกิดขึ้น จึงตัดสินใจนำรถกระบะบรรทุกผักไปจำหน่ายด้วยตัวเอง โดยเลือกทำเลย่านชุมชน และสวนสาธารณะ

“ผมออกไปขายผัก 2 รอบ รอบแรก 6 โมงเช้า ขายผักหมดเวลา 9 โมง จากนั้นกลับมาเตรียมผักไปขายช่วงเย็นประมาณ 4 โมง ไปจนถึงหนึ่งทุ่ม โดยตั้งราคาขายต้นละ 20 บาท ขายดีจนมีความคิดนำผักเข้าห้าง จึงติดต่อแม็คโคร ซึ่งเขาก็ใช้เวลาตรวจสอบคุณภาพอยู่นานถึง 6 เดือน กว่าจะตกลงรับไปจำหน่าย โดยมีเป้าหมายรับซื้อ 1 ตัน จึงต้องขยายพื้นที่ปลูก จนได้กำลังผลิต 1 ตัน ต่อสัปดาห์”

คุณบุญชะนะ ยังกล่าวต่อถึงปัญหา “ตอนขยายพื้นที่ปลูก ลงต้นกล้า นับไปอีก 45 วัน ตัดผักส่งจำหน่ายได้ แต่มรสุมเข้า ผักเสียหายหมด ผมไม่ทุกข์นะ ตัดสินใจเดินทางไปบอกกับแม็คโครถึงปัญหา และขอยืดเวลาส่งออกไปอีก 1 เดือน จนมาถึงวันนี้ส่งจำหน่ายผักสลัดในแบรนด์ The Secret Salad Farm ที่แม็คโครภูเก็ต และยังส่งไปจำหน่ายกับซุปเปอร์ชิปซึ่งมีสาขาใหญ่และมินิมาร์ทกว่า 50 สาขา”

เมื่อฟาร์มผักสลัดแข็งแรง และมีผู้รับซื้อแน่นอน คุณบุญชะนะวางแผนเดินสู่เส้นทางฝัน สร้างร้านสลัด ภายใต้ชื่อ  farmfactory

“ผมเริ่มต้นจากต้นน้ำ มาสู่กลางน้ำ จนผ่านไปได้แล้ว ก็มาถึงปลายน้ำ ซึ่งเป็นความฝันของผม ตอนนั้นเดินทางไปติดต่อเซ็นทรัลเฟสติวัล ภูเก็ต แต่ด้วยไม่เคยทำธุรกิจร้านอาหารมาก่อน แบรนด์ก็ใหม่ไม่เป็นที่รู้จัก และผมอายุแค่ 28 ปี จึงโดนปฏิเสธถึง 4 ครั้ง แต่สิ่งที่ผมมี คือความมุ่งมั่น ผมใช้ใจบอกเรื่องราวการทำธุรกิจของผม จนในที่สุดเขาตอบตกลง”

ค่าเช่าพื้นที่เดือนละกว่า 100,000 บาท แม้จะเป็นตัวเลขมาก แต่คุณบุญชะนะเชื่อว่าไปได้ โดยกลุ่มลูกค้าหลักซึ่งมีความคุ้นเคยกับเมนูสลัดคือ ชาวต่างชาติ ซึ่งเดินทางเข้าร้านสูงถึง 70 เปอร์เซ็นต์ (ยอดรวมลูกค้าเฉลี่ยวันละประมาณ 100 คน)

กับยอดขายวันละ 20,000-30,000 บาท สัดส่วนกำไรประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์ เป็นตัวเลขน่าพึงพอใจ จนมาถึงจุดที่สามารถขยายสาขาต่อได้ ซึ่งคราวนี้ คุณบุญชะนะมองทำเลใจกลางกรุงเทพฯ โดยวางกลุ่มเป้าหมายระดับ B  ขึ้นไป อายุตั้งแต่ 23 ปี อยู่ในวัยทำงาน

สีลมคอมเพล็กซ์ จึงตอบโจทย์ให้เดินเข้าไปติดต่อขอเช่าพื้นที่ และแม้ค่าเช่าจะสูงกว่าสาขาแรกถึง 3 เท่าตัว แต่ทว่าจำนวนลูกค้าหมุนเวียนสูงถึง 500 คน ต่อวัน ทำเลนี้จึงเรียกได้ว่า ดี

“พื้นที่ตั้งร้านติดทางเข้าออกสถานีรถไฟฟ้าศาลาแดง พบเห็นง่าย บวกกับย่านนี้มีฟิตเนสหลายแห่ง ไหนจะกลุ่มคนรักสุขภาพสูงตามไปด้วย ทำให้ farmfactory ได้รับโอกาส มีลูกค้าเดินเข้าออกตลอด โดยเฉพาะช่วงมื้อเที่ยง และมื้อเย็น”

ความชัดเจน คือจุดยืนสำคัญ ส่งผลต่อความเป็นตัวตนของ farmfactory “เราขายอาหารเมนูเดียวคือ สลัด แต่ในส่วนเครื่องดื่มก็มีน้ำผักผลไม้สกัดเย็นเท่านั้น เรามีเมนูไม่มาก แต่ทำให้ดี ไม่มีการเหวี่ยงแหถามทาง เพราะผมอยากให้ความชัดเจนตรงนี้ไปปรากฏขึ้นในใจลูกค้า คือเมื่อนึกถึงสลัด ก็นึกถึง farmfactory”

การจัดจาน คืออีกหนึ่งความแปลกใหม่ในสายตาผู้บริโภค “ส่วนใหญ่ร้านอื่นเสิร์ฟสลัดจะใช้จาน แต่ว่าเราใช้ชามโบว์ลแช่เย็น เพื่อคงความสดกรอบของผัก คลุกน้ำสลัดลงในชามให้ลูกค้าเห็น ตัดปัญหาเรื่องน้ำสลัดไม่พอทาน มีวัตถุดิบรองรับมากกว่า 40 ชนิด ไม่ว่าจะเป็นผักสลัดนานาชนิด ผลไม้ พืชผักอื่นๆ ถั่ว หรือแม้แต่คีนัวกิโลกรัมละกว่า 1,000 บาท เราก็นำมาเป็นวัตถุดิบให้ลูกค้า ตกแต่งหน้าตาอย่างสวยงาม ให้ประโยชน์ด้านสุขภาพ”

 

ฉะนั้น กับราคาขายเริ่มต้น 100 กว่าบาท ไปจนถึงประมาณ 300 กว่าบาท จึงเป็นราคาที่ลูกค้ารับรู้ได้ถึงความคุ้ม

ความรวดเร็ว คืออีกหนึ่งความต้องการของคนเมือง ดังนั้น การกำหนดรูปแบบให้ farmfactory เป็นเฮลท์ตี้ฟาสต์ฟู้ด จึงตอบโจทย์ข้อนี้ได้อย่างลงตัว

“เราทำรูปแบบให้ง่าย คือมีเมนูให้ลูกค้าเลือก แต่ถ้าไม่ชอบวัตถุดิบใดสามารถบอกได้ สั่งสินค้าเสร็จ จ่ายเงิน ประมาณ 5 นาที อาหารอยู่ตรงหน้าแล้ว เว้นแต่ว่าลูกค้ารับบัตรคิวยาวก็ต้องให้เวลารอครับ”

ส่วนการตั้งชื่อเมนู คุณบุญชะนะ บอกว่า ต้องสะดุดหูสะดุดตา “ผมว่าชื่อต้องขายได้ด้วย การทำวลี เนื้อหา ต้องสะดุด ซึ่งเหตุผลที่ทำให้คิดออกมาได้ สิ่งสำคัญคือ ต้องจับพฤติกรรมผู้บริโภคให้ออกว่าเป็นแบบไหน และต้องการอะไร อย่างเครื่องดื่ม FOREVER YOUNG, SUPER SLIM, DEEP DETOX ขายได้แน่ และเราก็บอกเลยว่าเราใส่อะไรลงไปบ้าง ลูกค้าเห็นภาพชัดเลย”

แม้วันนี้กำลังผลิตผักสลัดของ The Secret Salad Farm จะมีปริมาณถึง 5 ตัน แต่ทว่าก็ไม่เพียงพอรองรับการขาย จึงต้องรับผักสลัดคุณภาพดีจากผู้ผลิตรายอื่นๆ เข้ามาช่วยให้กิจการเดินต่อไปได้ ซึ่งกับสาขาสีลมคอมเพล็กซ์ ต้องใช้ผักสลัดต่อวันราว 60 กิโลกรัม มะเขือเทศ 30 กิโลกรัม

จากเงินลงทุนเพียง 2,000 บาท กับวันนี้มีรายได้รวมกว่า 10 ล้านบาท ต่อปี ความเติบโตนี้พิสูจน์ได้ด้วยการทำงานโดยใช้ “ใจ”

“ถ้ามีใครต้องการทำธุรกิจ ผมว่าต้องถามตัวเอง อยากทำเพราะอะไร ถ้าแค่หวังรวย อย่าทำเลยครับ พลังมันไม่พอ แต่ต้องชอบต้องรัก หลงใหลในสิ่งที่ทำ การเตรียมข้อมูลเป็นสิ่งที่ดี แต่ควรเตรียมแค่ 70 เปอร์เซ็นต์ เพราะถ้ารู้ละเอียดจะเริ่มกลัว แต่ถ้าไม่เตรียมก็ไม่ได้นะ และสำคัญคือ ต้องมีใจ ผมว่าสิ่งนี้จะทำให้เราเกิดความสุข และทำให้ต่างจากคนอื่น” คุณบุญชะนะ กล่าวทิ้งท้าย