กรมชลฯกางแผนรับสถานการณ์ใช้น้ำหน้าแล้ง เริ่มกักน้ำตามทุ่งแล้ว

นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศในปัจจุบัน มีปริมาณน้ำในอ่างฯรวมกัน 61,733 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็น 81% ของความจุเก็บกักรวมกัน โดยมีปริมาณน้ำใช้การได้ 37,813 ล้านลบ.ม. หรือคิดเป็น 73% ของปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน ปริมาณน้ำมากกว่าปี 2560 จำนวน 9,643 ล้านลบ.ม.

เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 19,707 ล้านลบ.ม. หรือ 79% ของความจุอ่างฯรวมกัน มีปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน 13,011 ล้านลบ.ม.

โดยทางกรมชลประทาน ได้วางแผนจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 2560/2561 ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 – 30 เมษายน 2561 เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำในเขตชลประทานทั่วประเทศ รวมกัน 25,067 ล้าน ลบ.ม. แยกเป็นการใช้น้ำเพื่อการเกษตร 15,952 ล้านลบ.ม. เพื่อการอุปโภค-บริโภค 2,167 ล้าน ลบ.ม. เพื่อการรักษาระบบนิเวศและอื่น ๆ 6,948 ล้านลบ.ม. ปัจจุบันทั้งประเทศมีการใช้น้ำไปแล้ว 8,873 ล้านลบ.ม. หรือคิดเป็น 35% ของแผนการจัดสรรน้ำฤดูแล้ง

สำหรับในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้วางแผนการใช้น้ำจาก 4 เขื่อนหลัก รวม 14,187 ล้านลบ.ม. แบ่งเป็นการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้ง ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 – 30 เมษายน 2560 จำนวน 7,700 ล้านลบ.ม. แยกเป็นการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค 1,140 ล้านลบ.ม. รักษาระบบนิเวศและอื่นๆ 1,450 ล้านลบ.ม. และการเกษตร 5,110 ล้านลบ.ม. ส่วนที่เหลืออีก 6,487 ล้านลบ.ม. จะสำรองไว้ใช้ในช่วงต้นฤดูฝนเดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม 2561 ทั้งนี้ได้กำหนดพื้นที่เพาะปลูกพืชฤดูแล้งในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยาไว้ทั้งสิ้น 6.26 ล้านไร่

ประกอบด้วย ข้าวนาปรัง 5.17 ล้านไร่ พืชไร่-พืชผัก 0.06 ล้านไร่ และพืชอื่นๆ 1.03 ล้านไร่ ปัจจุบันพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีการใช้น้ำไปแล้ว 2,387 ล้านลบ.ม. หรือ 31% ของแผนจัดสรรน้ำฯ