5 ปี ที่รอคอย ข้าวฟูกุชิมะ สู่ตลาดโลก

หลังเกิดสึนามิแล้วต่อด้วยการรั่วไหลของโรงไฟฟ้าปฏิกรณ์ปรมาณู เมื่อ 11 มีนาคม 2554 ชีวิตคนฟูกุชิมะ และเมืองรอบข้างก็ล่มสลายไม่มีชิ้นดี

บางคนบอกว่า โชคดีที่ตายก่อน เพราะคนที่มีชีวิตอยู่ต้องผจญกับทุกข์ยากสาหัส คนหลายหมื่นคนต้องทิ้งบ้าน ทิ้งอาชีพการงาน ทิ้งไร่นา และกลายเป็นคนที่มี “รังสีปนเปื้อน” ติดตัวไปตลอดชีวิต ยากจะมีใครคบหาอยากผูกสัมพันธ์

สารกัมมันตภาพรังสี ปนเปื้อนในอากาศและน้ำ และทุกอย่างที่พวกเขาผลิต รวมทั้งข้าว ผลผลิตสำคัญของเมือง

รัฐบาลญี่ปุ่นสั่งห้ามผลผลิตการเกษตรทุกอย่าง รวมทั้ง ข้าวของฟูกุชิมะ และเมืองใกล้เคียงออกสู่ตลาด หลังพบว่ามีสารซีเซียม ซึ่งเป็นผลผลิตที่เกิดจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ ปนเปื้อนสูงเกินกว่าที่กำหนด คือสูงกว่า 630 becquerels ต่อกิโลกรัม ขณะที่กฎหมายให้สูงได้ไม่เกิน 500

บริเวณที่ปนเปื้อนครอบคลุมกว่า 50 กิโลเมตร จากบริเวณที่เกิดระเบิด 

6

ชาวนา 154 ครอบครัว ที่ผลิตข้าวรวมกันได้ ปีละ 192 ตัน ต้องยุติการผลิต เกษตรกรรายหนึ่งใช้เวลาตลอดปีผลิตข้าวได้ 840 กิโลกรัม ถูกนำไปทำลายหมด

คือพูดกันสั้นๆ ตรงๆ ไม่มีใครอยากกิน อยากแตะอะไรที่ไปจากฟูกุชิมะทั้งนั้น

ข้าวที่ผลิตแล้วรอลงเรือก็ถูกห้ามส่งออก

เป็นเรื่องยากแสนยาก ใครจะกล้าเสี่ยงกับสินค้าที่ปนเปื้อนสารกัมมันตภาพรังสี ของทุกอย่างต้องเอาเข้าปาก ใครจะเสี่ยง

ข้าว เป็นผลิตผลทางเกษตรกรรมที่เปรียบเหมือนหัวใจของญี่ปุ่น เป็นศักดิ์ศรี คนญี่ปุ่นภาคภูมิใจในคุณภาพข้าวของตนว่าดีที่สุดในโลก 

4

ข้าวญี่ปุ่นขายตลาดระดับบนเท่านั้น ด้วยราคาแพงระยับ

รัฐบาลญี่ปุ่นทุกรัฐบาลต้องปกป้องข้าวของประเทศ ด้วยมาตรการภาษีที่ทำให้ ไม่ว่าข้าวของประเทศใดก็ไม่เคยเข้าไปทำอะไรในตลาดข้าวญี่ปุ่นได้เลย

ข้าวมีบทบาทสำคัญในชีวิตคนญี่ปุ่น การทำนาเป็นอาชีพทรงเกียรติ ยามเฉลิมฉลองเขาใช้เหล้าข้าวคือ สาเก กับขนมโมจิ ซึ่งทำจากข้าวอีกเช่นกัน

การสั่งห้ามผลิตข้าวที่ต้องกินวันละ 3 มื้อ จึงเป็นเรื่องใหญ่

ยิ่งไปกว่านั้น ฟูกุชิมะเป็นพื้นที่เกษตรสำคัญของประเทศ งานแสดงสินค้าทางการเกษตรของเมืองที่เคยจัดเป็นประจำทุกปีที่นี่ เป็นงานระดับโลกที่ทุกคนต้องไปดู

คนญี่ปุ่นก็คือคนญี่ปุ่น พวกเขาไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆ ประสบการณ์การฟื้นจากผู้แพ้สงคราม เมื่อ 50 กว่าปีก่อนยืนยันได้ และตอนนี้คนฟูกุชิมะยืนหยัดด้วยตัวเองอีกครั้ง

สหกรณ์เกษตรกรฟูกุชิมะ ให้เวลาตนเองรันทดหดหู่ไม่นาน หลังจากนั้น พวกเขาเดินหน้าสู้ไม่ถอย เพื่อให้สินค้าของพวกเขาได้ออกสู่ตลาดอีกครั้ง พวกเขาขอความช่วยเหลือจากนักวิทยาศาสตร์ นักการเกษตร ทุกคนเท่าที่มีในประเทศ เพื่อช่วยเหลือให้ผลผลิตของพวกเขาปลอดจากสารปนเปื้อน 

5

การผลิตแบบใหม่ชนิดที่แทบต้องกางมุ้งติดแอร์ให้แปลงข้าวทุกแปลงถูกนำมาใช้ พวกเขารู้ว่าหากไม่ทำ พวกเขาจะไม่มีอนาคตอีกต่อไป

พวกเขายืนยันทำนาต่อไป แม้ว่าช่วงแรกๆ จะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวดของนักรังสีวิทยา ต้องสวมใส่ชุดป้องกันรังสีพร้อมรองเท้าเทอะทะ ต้องอาบน้ำสระผมและใช้ยาฆ่าเชื้อก่อนทุกครั้งที่จะแตะต้องต้นข้าว ต้องเจาะเลือดทุกสัปดาห์ ทุกอย่างไม่ง่าย แต่พวกเขายืนยันจะไม่ล้มเลิก

คนฟูกุชิมะกลับลงท้องนาอีกครั้ง เมื่อการทดลองปลูกข้าวโดยนักวิทยาศาสตร์พบว่า ผลผลิตไม่มีสารตกค้างอีกต่อไป มันเป็น 4 ปีเต็มๆ หลังจากพวกเขาต้องทิ้งนาให้ร้าง

ในอีกทาง ตลอดหลายปีที่รายได้จากการขายผลผลิตเป็นศูนย์ สหกรณ์เกษตรกรของเมืองกัดฟันส่งตัวแทนไปประจำอยู่ในเมืองใหญ่ต่างๆ ที่เคยเป็นลูกค้า เพื่อเจรจาเรื่องการนำเข้าสินค้าเข้าไปขายอีก

ตัวอย่าง เช่น ที่ ลอนดอน มี นาย Yoshio Mitsuyama อยู่ประจำ เขาพยายามเจรจากับผู้นำเข้าให้ทยอยสั่งสินค้าจากฟูกุชิมะ เริ่มด้วยจำนวนน้อยๆ เริ่มด้วยผลไม้ อย่าง พีช หรือน้ำแอปเปิ้ลก็ยังดี เพื่อให้ผู้บริโภคได้ทดลองเพื่อความมั่นใจ

3นาย Yoshio นี่จะหอบเอาตัวอย่างสินค้าวิ่งเข้าร้านนั้นออกร้านนี้ไม่หยุดหย่อน ในงานเทศกาลดอกซากุระที่ Trafalgar Square. ใจกลางกรุงลอนดอน เขาก็ไปเปิดบู๊ธให้ชิมฟรี

5 ปี ผ่านไป ผลของการทำงานหนักของสหกรณ์เกษตรกร ของ นาย Yoshio และอีกหลายนายในหลายเมืองทั่วโลกก็เริ่มส่งผล

สิงคโปร์กับมาเลเซีย เป็น 2 ประเทศแรก ที่ยอมสั่งข้าวของญี่ปุ่นไปกินเมื่อปีที่แล้ว

ส่วนตลาดยุโรปที่โหดหินหนักหนานั้น ก็เริ่มสั่งผลไม้จากฟูกุชิมะเข้าไปขายแล้ว เมื่อมกราคมที่ผ่านมา

ส่วนข้าวที่ใช้เวลาในการตรวจสอบมากกว่าเลยช้าหน่อยนั้น ก็ประสบความสำเร็จแล้ว เมื่อคำสั่งซื้อข้าวล็อตแรก 9 ตัน จากอังกฤษ มาถึงเมืองฟูกุชิมะเมื่อ 2 เดือนก่อน และจะส่งมอบในเดือนตุลาคมที่จะถึง

ข้าวของฟูกุชิมะ ที่มีชื่อเรียกเป็นการเฉพาะว่า Ten no Tsubu พร้อมจะผ่านการตรวจสอบรังสีตกค้างก่อนเข้าไปขายในตลาดได้ ข้าวเหล่านี้จะวางขายในซุปเปอร์มาร์เก็ตระดับบน รวมทั้งร้านอาหารไฮเอนด์ อย่างร้าน Tokimeite บนถนนบอนด์

ข้าวญี่ปุ่น ยังเป็นสินค้าระดับบนต่อไป หลายปีที่เผชิญชะตากรรมร้ายแรงมันไม่ได้สูญเสียสถานะผู้นำในใจผู้บริโภคเลยแม้แต่น้อย ไม่มีความวิตกกังวลหลงเหลืออยู่ เมื่อสหกรณ์เกษตรกรยืนยันด้วยเสียงอันดังว่า พวกเขาพร้อมแล้ว

ประธานสหกรณ์เกษตรกรฟูกุชิมะบอกว่า เขาควบคุมและตรวจสอบเรื่องรังสีตกค้างมาอย่างดีเลิศ และนับจากนี้ข้าวจากฟูกุชิมะจะส่งไปทั่วโลก เพื่อพิสูจน์ข้าวญี่ปุ่นจะยังเป็นหนึ่งเสมอ

นำมาฝากชาวนาไทย สำหรับช่วงเวลาที่ทุกข์ยากและอยากท้อ

บทความก่อนหน้านี้ปลูกมะนาวก็รวยได้!! “ลุงจำรัส” เผยเคล็ดลับ ลงทุน 5 หมื่น 2 ปี กำไรเท่าตัว
บทความถัดไปหนุ่มโคราช เลี้ยงหมูป่า พร้อมทำสวนผสมผสาน มีผลผลิตขายตลอดทั้งปี สร้างรายได้ไม่ขาดมือ