“สวนนายจ้อ” จากแนวคิดหนุ่มเมืองเหนือ สู่สวนสตรอเบอรี่แห่งแรกในสงขลา

แม้จะเป็นสวนสตรอเบอรี่ขนาดย่อมๆ ตั้งอยู่ริมถนนเอเชีย ในพื้นที่ อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา แต่ก็ถือเป็นสวนสตรอเบอรี่แห่งแรกของจังหวัด จากแนวคิดของ นพรัตน์ ท้าววัฒนากุล หนุ่มชาวจังหวัดตาก วัย 23 ปี ซึ่งผันตัวเองจากนักร้องกลางคืน หันมาขายของที่ระลึกจากทางภาคเหนือบริเวณดังกล่าว เริ่มต้นจากการตั้งซุ้มเล็กๆ สั่งซื้อผลสตรอเบอรี่จากจังหวัดเชียงใหม่มาขายให้กับผู้สัญจรไป-มา ซึ่งได้รับความสนใจระดับหนึ่ง จึงมีแนวคิดที่จะนำต้นสตรอเบอรี่มาปลูก เพื่อให้ลูกค้าที่มาเลือกซื้อสตรอเบอรี่ได้เที่ยวชมสวนด้วย จึงเกิดเป็นสวนสตรอเบอรี่ภายใต้ชื่อ “สวนนายจ้อ” ซึ่งเป็นชื่อเล่นของนพรัตน์ บนเนื้อที่ประมาณ 2 งาน ซึ่งได้ทำแปลงปลูกสตรอเบอรี่แบบยกพื้นขึ้นมา

นพรัตน์ เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกได้นำสตรอเบอรี่พันธุ์พระราชทาน 80 จำนวน 2,000 ต้น มาปลูกด้วยระบบน้ำหยด ปรากฏว่าสตรอเบอรี่ให้ผลดี แต่จะมีขนาดไม่ใหญ่มาก เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด แต่ก็สามารถให้ลูกค้าได้เที่ยวชม และเลือกเก็บผลสตรอเบอรี่ได้บ้าง ภายในสวนแห่งนี้มีการจำหน่ายผลสตรอเบอรี่สด ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสตรอเบอรี่ ทั้งน้ำและแยมจากจังหวัดเชียงใหม่ บริการให้เข้าชมสวน มีชุดชาวเขาบริการฟรีสำหรับใช้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก พบว่าในช่วง 3-4 เดือนที่เปิดให้บริการมาได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยว ทั้งในจังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียงเป็นจำนวนมาก แต่ละวันจะมียอดการจำหน่าย 5,000-10,000 บาท ยิ่งช่วงเทศกาลจะเพิ่มขึ้นถึง 20,000 บาท

“ขณะนี้ถือว่ายังเป็นสวนเล็กๆ แต่ในอนาคตเตรียมจะขยายพื้นที่ให้มีความน่าสนใจ น่าเข้ามาเที่ยวชมเพิ่มมากขึ้น โดยจะปรับปรุงด้วยการปลูกในโรงเรือน เพื่อให้สามารถควบคุมเรื่องของสภาพอากาศ ทั้งแดด ลม และฝน ให้สตรอเบอรี่ได้ผลดียิ่งขึ้น รวมทั้งจะปลูกแบบปลอดสารเคมีด้วย”

“นอกจากนี้จะมีการขยายแปลงปลูกดอกไม้จากภาคเหนือ รวมถึงบริการอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น เพื่อรองรับความสนใจของนักท่องเที่ยวให้มากยิ่งขึ้น”

นพรัตน์ บอกด้วยว่า สำหรับแนวคิดในการสร้างสวน รวมทั้งการพัฒนาต่อยอดกิจการให้เพิ่มมากขึ้นนั้น ต้องยอมรับว่าตนไม่ได้มีพื้นฐานทางด้านการเกษตรมาเลย แต่พยายามที่จะเรียนรู้ด้วยการศึกษาเองจากอินเตอร์เน็ต และเดินทางไปขอความรู้จากผู้ใหญ่ใจดี ซึ่งประสบความสำเร็จในกิจกรรมที่เขาสนใจ ทำให้วันนี้ “สวนนายจ้อ” เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น ด้วยการประชาสัมพันธ์แบบปากต่อปาก และการแชร์ต่อกันบนโลกออนไลน์

นพรัตน์ ทิ้งท้ายว่า ในปีนี้จะได้พบกับโฉมใหม่ของ “สวนนายจ้อ” อย่างแน่นอน!!

ที่มา : ขอบคุณข้อมูลจาก สันต์ชิต ชิตวงศ์