“หอม” ราคาพุ่งขายได้ไร่ละครึ่งแสน คาดลับแลเงินสะพัดพันล้าน

อุตรดิตถ์ – นายธาตรี บุญมาก นายอำเภอลับแล จ.อุตรดิตถ์ กล่าวภายหลังนำสื่อมวลชนลงพื้นที่สวนหอม ที่ ม.9 ต.ชัยจุมพล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นแหล่งปลูกหอมสำคัญของประเทศว่า ตั้งแต่ช่วงตรุษจีนเป็นต้นมา ตลาดหอมแบ่ง หรือต้นหอมคึกคักอย่างมาก ราคาเหมาไร่ละ 50,000 บาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 10,000 บาท เนื่องจากปีนี้หนาวเย็นนาน และไม่มีโรค ทำให้ต้นหอมอวบสวย ขายได้ราคา ส่วนหอมแดง เฉลี่ยผลผลิตไร่ละ 6 ตัน สร้างรายได้ไร่ละประมาณ 90,000 บาท

นอกจากนี้ เกษตรกรยังเก็บผลผลิตบางส่วนไว้จำหน่ายเป็นต้นพันธุ์ ได้ราคาสูงขึ้นอีกเท่าตัว เนื่องจากลับแลเป็นพื้นที่ต้นกำเนิดของพันธุ์ตาจ๋อย ซึ่งเป็นที่นิยมของเกษตรกร เพราะแข็งแรงและโตเร็ว จากข้อมูลของสำนักงานเกษตรอำเภอลับแล และจากการลงพื้นที่พูดคุยกับเกษตรกรโดยตรง ทั้ง 3 ตำบล ได้แก่ ชัยจุมพล ฝายหลวง และทุ่งยั้ง พบว่าฤดูกาลนี้ผลผลิตทั้งหอมแดง หอมแบ่ง มีกว่า 15,000 ไร่ จะสร้างรายได้นับ 1,000 ล้านบาท และ 1 ปี ปลูกได้ 2-3 รอบ

ในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและระบบสุขภาพอำเภอ (พชอ.) กำลังส่งเสริมการปลูกหอมแบบอินทรีย์ มีเกษตรกรเข้าร่วมแล้วหลายร้อยไร่ โดยได้ประสานหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้ามาตรวจประเมิน รับรอง และให้คำแนะนำ นอกจากนี้ยังมีตลาดสีเขียว ที่โรงพยาบาลลับแล รองรับผลผลิตของเกษตรกรอีกด้วย

นายทูล ดีปัญญา ผู้ใหญ่บ้าน ม.9 ต.ชัยจุมพล ผู้ปลูกหอมแบ่ง กล่าวว่า ปลูกหอมไว้ 8 ไร่ ใกล้จะเก็บเกี่ยวได้แล้ว ราคาแบบนี้มีกำไรเฉลี่ยไร่ละ 25,000 บาท

นอกจากนี้ ยังเกิดการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับคนในอำเภอและพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งค่าถอนต้นหอม ค่าหาบ ตัดต้นพันธุ์ และบรรจุถุง ซึ่งยิ่งตลาดคึกคัก แรงงานก็มีรายได้มากขึ้น

ขอขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์ข่าวสดรายวัน ฉบับวันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561