สหกรณ์การเกษตรสะเดา จำกัด จังหวัดสงขลา เปิดศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าเกษตร ในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคใต้

รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าเกษตรในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ของสหกรณ์การเกษตรสะเดา จำกัด จังหวัดสงขลา ตั้งเป้ายกระดับให้เป็นร้านจำหน่ายปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพและเป็นศูนย์กลางรับซื้อและรวบรวมผลผลิตทางการเกษตรจากสมาชิกและเกษตรกรในพื้นที่  รวมถึงเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานราชการเพื่อส่งผ่านนโยบายของรัฐบาลไปสู่เกษตรกรได้อย่างทั่วถึง

นายเชิดชัย พรหมแก้ว รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า  ขณะนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ดำเนินโครงการสนับสนุนช่องทางการจำหน่ายสินค้าและผลผลิตของสหกรณ์ทั่วประเทศ โดยการส่งเสริมให้สหกรณ์ในพื้นที่ต่าง ๆ  มีศักยภาพพร้อมเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงสินค้ากับสหกรณ์ในภาคอื่น ๆ ซึ่งการที่สหกรณ์ได้เปิดศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าเกษตร เนื่องจากในปัจจุบัน  สหกรณ์ภาคการเกษตรนับว่าเป็นแหล่งผลิตสินค้าที่มีศักยภาพหลายชนิด ทั้งข้าวสาร นม ไข่ไก่ น้ำตาล น้ำมันพืช น้ำดื่ม และผลิตผลการเกษตรตามฤดูกาล เช่น ส้มแขก หอมกระเทียม ผักและผลไม้ ซึ่งมีคุณภาพได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค

การดำเนินการของศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าเกษตร จะทำหน้าที่ในการรองรับผลผลิตและสินค้าจากสหกรณ์ในจังหวัดต่าง ๆ มากระจายสู่ผู้บริโภคในจังหวัดของตน ซึ่งทำให้ลดขั้นตอนการขนส่งและสามารถจำหน่ายสินค้าได้ในราคาที่ยุติธรรม และยังช่วยให้ผู้บริโภคในชุมชนสามารถเข้าถึงสินค้าสหกรณ์ได้ง่ายและทั่วถึงมากขึ้น

สำหรับในปี 2561 กรมส่งเสริมสหกรณ์จะสนับสนุนการขยายเครือข่ายของศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าเกษตร เพื่อช่วยยกระดับการดำเนินธุรกิจของศูนย์ฯ ให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น และเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าทางการเกษตร โดยศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าเกษตร จะได้รับการพัฒนาให้เป็นร้านจำหน่ายปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพ เป็นศูนย์กลางรับซื้อและรวบรวมผลผลิตทางการเกษตรจากสมาชิกและเกษตรกรในพื้นที่ เป็นศูนย์กลาง ในการเรียนรู้ด้านงานสหกรณ์ และเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานราชการเพื่อส่งผ่านนโยบายของรัฐบาลไปสู่เกษตรกรในพื้นที่ และยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ระดับอีกหน้าที่หนึ่งด้วย ซึ่งกรมฯยังคงจัดกิจกรรมที่ช่วยต่อยอดธุรกิจให้กับศูนย์ฯ โดยเน้นเรื่องการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานสินค้า และสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าการเกษตร รวมถึงส่งเสริมการตลาดและประชาสัมพันธ์สินค้าสหกรณ์ผ่านออนไลน์ และ Social Network อาทิ Line Facebook และ Website ต่างๆ ด้วยและคาดว่าธุรกิจดังกล่าวยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอนาคตต่อไป