กยท.ผนึกทีเฟ็กซ์ ดันราคายางพุ่ง ป้อนผลผลิตสร้างเชื่อมั่นนักลงทุน เล็งขยาย “รับเบอร์ซิตี้” ในเขตอีอีซี

กยท.เซ็นเอ็มโอยูทีเฟ็กซ์ สนับสนุนสินค้ายางพาราล่วงหน้า สร้างความมั่นใจให้นักลงทุน เชื่อดันราคายางเพิ่มขึ้น สัญญาซื้อขายพุ่งกว่า 100 สัญญา ต่อวัน เล็งเปิดตัว  “รับเบอร์ ซิตี้”  จังหวัดสงขลา     ที่แรก เตรียมผุดที่ใหม่ในเขตอีอีซี พบโรงงานขนาดใหญ่เข้าไปลงทุนแล้ว

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) มีการลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ความร่วมมือการสนับสนุนการซื้อขายและส่งมอบสินค้าอ้างอิงสำหรับสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับยางแผ่นรมควันชั้น 3 (RSS3) ระหว่างการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ตลาดซื้อขายล่วงหน้า (ทีเฟ็กซ์)  ผู้ประกอบการยางพารา 3 ราย ได้แก่ บริษัท ไทยฮั้วยางพาราไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท วงศ์บัณฑิต จำกัด บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ 5 ราย

นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า การซื้อขายและส่งมอบยางพาราในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ทีเฟ็กซ์) จะช่วยเปิดตลาดให้กับพี่น้องเกษตรกร อีกทั้งเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้เกิดราคา

ซื้อขายที่เป็นธรรม นำไปสู่การตกลงราคาในตลาดซื้อขายจริงในประเทศ นอกเหนือจากการซื้อขายยางพาราในตลาดซื้อขายล่วงหน้าโตเกียว (โตคอม) ตลาดแลกเปลี่ยนสินค้าโภคภัณฑ์สิงคโปร์ (ไซคอม) และตลาดลาดล่วงหน้าจีน เซี่ยงไฮ้ ที่เป็นตลาดหลัก

นายธีธัช กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีโครงการนิคมอุตสาหกรรมยางพารา (รับเบอร์ ซิตี้) เป็นนิคมแปรรูปยางพาราแบบครบวงจร การนิคมอุตสาหกรรม (กนอ.) เป็นเจ้าภาพ ส่วน กยท.จะสนับสนุนเรื่องการหาซัพพลายในพื้นที่ เบื้องต้น จังหวัดสงขลา เป็นเป้าหมายแรกในการเปิดรับเบอร์ ซิตี้ เชื่อ กนอ.มีแผนขยายรับเบอร์ ซิตี้ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เนื่องจากมีโรงงานขนาดใหญ่เข้าไปลงทุน

ส่วนมาตรการหยุดกรีดยาง 3 ล้านไร่ ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องการให้กรีดแบบวันเว้นวัน   (แท็ปปิ้ง

ฮอลิเดย์) จากที่กรีด 20 วัน ต่อเดือน เพื่อทำให้ราคายางพาราสูงขึ้นนั้น นายธีธัช กล่าวว่า ยังเป็นเพียงแนวคิด อยู่ระหว่างขอความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสถาบันเกษตรและผู้ประกอบการ ส่วนนโยบายการจำกัดปริมาณส่งออกยางพาราของไตรภาคีหรือประเทศผู้ส่งออกยาง 3 ประเทศ เพื่อคุมปริมาณส่งออกไม่เกิน 3.5 แสนตัน ยังอยู่ในช่วงดำเนินการ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เริ่มดีขึ้นหลังเข้าสู่ฤดูปิดกรีด ปริมาณยางพาราเริ่มน้อยลง ราคาจึงปรับเพิ่มขึ้นที่ 48-49 บาท ต่อกิโลกรัม (กก.)

นางสาวรินใจ ชาครพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน จากที่ผ่านมากังวลเรื่องการรับมอบและส่งมอบสินค้าทีเฟ็กซ์ หลังลงนามแล้วจะช่วยเพิ่มปริมาณการซื้อขาย RSS3D ซึ่งเป็นสินค้าหลักในกลุ่มซื้อขายยางพาราล่วงหน้า เพิ่มขึ้นมากกว่า 100 สัญญา ต่อวัน ส่วนปริมาณสัญญาในทีเฟ็กซ์ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา มีประมาณ 400,000 สัญญา ต่อวัน

ที่มา : ขอบคุณข้อมูลจากมติชนรายวัน