ยัน “พาราควอต” ยังไม่ถูกแบน ก.เกษตรชี้ สธ.-อุตฯ ไร้มติร่วม

กรมวิชาการเกษตร ยันมติ 3 กระทรวงล่าสุด ยังไม่มีผล “แบนพาราควอต” เร่งรวบรวมข้อมูลส่ง “คณะทำงานชุดเฉพาะกิจ” สรุปผล “แบน-ไม่แบน” หลังครบกำหนด 3 เดือนสิ้น มี.ค.นี้ ก่อนส่งคณะกรรมการวัตถุอันตรายชี้ขาดต่อไป

กรณีคณะกรรมการขับเคลื่อนปัญหาการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งมี ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธาน โดยมี 5 กระทรวงเข้าร่วม เมื่อวันที่ 5 เม.ย. 60 มีมติยกเลิกการใช้สารเคมี 2 ชนิด คือพาราควอต สารเคมีฆ่าหญ้า และคลอร์ไพริฟอส สารเคมีฆ่าแมลง โดยไม่ให้ขึ้นทะเบียนเพิ่ม ไม่ต่ออายุทะเบียน และให้ยุตินำเข้าในวันที่ 1 ธ.ค. 2560 และยุติการใช้วันที่ 1 ธ.ค. 2562 และเตรียมควบคุมการใช้ “ไกลโฟเสต” แต่เมื่อเดือน ต.ค. 60 กรมวิชาการเกษตรได้ต่อทะเบียนใบอนุญาตให้หลายบริษัทไปอีก 6 ปีนั้น

เมื่อวันที่ 3 ม.ค. 61 นายกรัฐมนตรีได้สั่งการหลังประชุม ครม. ให้ สธ.ประชุมร่วมกับนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสมบูรณ์ ยินดียั่งยืน รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นักวิชาการ และตัวแทนภาคประชาชน ศึกษาข้อมูลและผลกระทบจากการใช้สารเคมีดังกล่าว และรายงานให้นายกฯ รับทราบโดยเร็ว

นายอุทัย นพคุณ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 61 การประชุมร่วมกระทรวง สธ.ยืนยันมติเดิมให้ยกเลิกการใช้ แต่กระทรวงเกษตรฯ ตอบรับเพียงว่าจะศึกษาสารทดแทน ระหว่างรอผลการพิจารณาของคณะกรรมการวัตถุอันตรายชี้ขาด กรมวิชาการฯ จึงยังไม่มีการแบนสารพาราควอต เนื่องจากต้องรอมติคณะทำงานชุดเฉพาะกิจ ซึ่งมีนายภักดี โพธิศิริ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการวัตถุอันตรายเป็นประธาน หาข้อยุติปัญหาการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง และนำผลสรุปเสนอต่อคณะกรรมการวัตถุอันตราย ภายในปลายเดือน มี.ค. 61 ซึ่งครบกำหนดตามกรอบเวลา 3 เดือน

ระหว่างนี้ การพิจารณาคำขอต่อทะเบียนและคำขอต่ออายุใบสำคัญ อยู่ระหว่างรอผลการพิจารณาของคณะกรรมการวัตถุอันตราย หากยังไม่มีผลสรุป กรมวิชาการฯ จะดำเนินการตามขั้นตอนปกติ ส่วนคำขอขึ้นทะเบียนใหม่ยังคงชะลอ แต่หากคณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณาให้ยุติ เอกชนที่ได้ต่อทะเบียนห้ามมีสารเคมีดังกล่าวไว้ในครอบครอง จำหน่าย นำเข้า ส่งออก ตามกฎหมายกรมวิชาการฯ จะเสนอกรรมการชุดนี้ให้ยึดใบอนุญาตนำเข้าวัตถุดิบอันตราย (วอ.4) ทำให้ไม่สามารถซื้อขายได้ ระหว่างรอการพิจารณา กรมจึงต้องศึกษาเพื่อพิจารณาการใช้สารทดแทน

นายมงคล พฤกษ์วัฒนา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กล่าวว่า ตามมติของ 3 กระทรวงที่ได้ประชุมไป ยังคงเป็นไปตามมติตั้งแต่ต้นคือ “แบน” แต่ท้ายที่สุดจะต้องมีข้อมูลรายละเอียดทั้งหมดที่เกี่ยวข้องรายงานส่งต่อไปที่คณะกรรมการวัตถุอันตราย เพื่อพิจารณาชี้ขาดจึงจะประกาศอย่างเป็นทางการ จากนั้นจะมาดูใน พ.ร.บ.วัตถุอันตรายว่าผู้ครอบครอง จำหน่าย ผลิต ใช้ มีความผิดในมาตราใดบ้าง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันจันทร์ที่ 5 – วันพุธที่ 7 มีนาคม 2561