“โหล่งขอดโมเดล” ศาสตร์พระราชา พลิกฟื้นผืนป่าต้นน้ำ สู่เกษตรอินทรีย์ต้นแบบ

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) เชียงใหม่ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) โหล่งขอด ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน ชมรมผู้สูงอายุคณะสงฆ์ อุทยานแห่งชาติศรีลานนา และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง จัดทำโครงการ “โหล่งขอดโมเดล” นำศาสตร์พระราชา ฟื้นฟูอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ ให้คนอยู่กับป่า แก้ปัญหาบุกรุก พร้อมขอคืนพื้นที่ป่าด้วยความสมัครใจ พัฒนาแหล่งน้ำเพื่อเกษตรกรรม เป็นเกษตรอินทรีย์ต้นแบบ จัดทำผังเมืองรวมหรือพื้นที่สีเขียว 100% พร้อมเผยแพร่และบำรุงพระพุทธศาสนา ใช้หลักธรรมอบรมคุณธรรม จริยธรรม เพื่อยกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนแบบพึ่งตนเองและยั่งยืน

ทรงวุฒิ นิติภักดิ์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) โหล่งขอด อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิ กอ.รมน.จังหวัดเชียงใหม่ และผู้ทรงคุณวุฒิ ก.ท.จ. และ ก.อบต.จังหวัดเชียงใหม่ เผยว่า ร่วมกับ กอ.รมน. อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และคณะสงฆ์ จัดทำโครงการโหล่งขอดโมเดล ฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ จำนวน 187,500 ไร่ ครอบคลุม 9 หมู่บ้าน ซึ่งเป็นหมู่บ้านใหญ่ 3    หมู่บ้าน หมู่บ้านขนาดเล็กอีก 3 หมู่บ้าน ประชากรกว่า 5,000 คน ส่วนใหญ่พื้นที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติศรีลานนา 90% พื้นที่มีเอกสารสิทธิเพียง 10% เท่านั้น ทั้งนี้ ประชาคมตำบลได้จัดทำกฎระเบียบชุมชนเพื่อใช้ประโยชน์จากป่า โดยนำหลักศาสตร์พระราชามาเป็นแนวทางปฏิบัติ ให้คนอยู่กับป่าได้ไม่ใช่ไล่คนออกจากป่าเป็นสำคัญ โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมรักษาฟื้นฟูอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ บวชป่า ปลูกป่า และทำฝายชะลอน้ำเพิ่มทุกปี เป็นส่วนหนึ่งเพื่อแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควันตามยุทธศาสตร์จังหวัด

ที่ผ่านมา มีการบุกรุกพื้นที่ป่าและอุทยานกว่า 700 ราย จำนวน 8,000 ไร่ จึงขอคืนพื้นที่ด้วยความสมัครใจรวม 3,000 ไร่ แล้ว พร้อมเพิกถอนพื้นที่ถูกบุกรุกอีก 1,300 ไร่ เพื่อให้เป็นป่าชุมชน ใช้ประโยชน์ร่วมกัน พร้อมดำเนินคดีกับผู้บุกรุกป่าที่ฝ่าฝืนจำนวน 300 ไร่ พร้อมกับขับเคลื่อนของบประมาณจากกรม   ชลประทาน ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่ตายละ มูลค่า 400 ล้านบาท พร้อมระบบส่งน้ำอีก 200 ล้านบาท เพื่อกักเก็บน้ำจากลำน้ำแม่ตายละ และลำน้ำแม่ขอด 23 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อส่งน้ำพื้นที่เกษตรกรรม รวม 25,000 ไร่ หลังจากเรียกร้องสร้างอ่างดังกล่าวมานานกว่า 20 ปี เพราะไม่มีพื้นที่แก้มลิงกักเก็บน้ำฤดูแล้งและแก้ปัญหาอุทกภัยในฤดูฝน ทำให้สูญเสียปริมาณน้ำโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์ ซึ่งการก่อสร้างบางส่วนอยู่ในเขตอุทยานจำเป็นต้องเพิกถอนพื้นที่ออกกว่า 1,600 ไร่ โดยมีการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอก่อน

“อ่างเก็บน้ำดังกล่าว สร้างอยู่ในพื้นที่บ้านหลวง หมู่ที่ 6 เนื่องจากเป็นหมู่บ้านที่ใหญ่ที่สุดของอำเภอพร้าว มีประชากรกว่า 1,300 คน เริ่มดำเนินการสร้างปลายปีนี้ คาดแล้วเสร็จปี 2565 หากมีการเปิดใช้อ่างเก็บน้ำอย่างเป็นทางการ ปริมาณน้ำที่ไหลออกจากอ่างก็ไหลลงสู่ลำน้ำแม่งัด บางส่วนไปเติมปริมาณน้ำในเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล อำเภอแม่แตง ปีละ 20-30 ล้านลูกบาศก์เมตร”

ได้ทำแผนยุทธศาสตร์และแผนงานโหล่งขอดโมเดล ระยะ 5 ปี ปี 2561-2565 มีเป้าหมายเป็นหมู่บ้านร่มเย็นเป็นสุข ภายใต้บริบทสังคมเกื้อกูล ช่วยเหลือ และดูแลซึ่งกันและกัน พร้อมจัดทำผังเมืองรวม ตำบลโหล่งขอด เป็นพื้นที่อนุรักษ์หรือสีเขียว 100% มีเป้าหมายผลิตเกษตรอินทรีย์และท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เนื่องจากราษฎรมีอาชีพเกษตรกรรม 80% ปลูกข้าวเหนียวสันป่าตอง ข้าวหอมมะลิ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ กว่า 15,000 ไร่ ข้าวโพดหวาน มันฝรั่ง มะม่วง ลำไย ที่เป็นพืชเศรษฐกิจรวม 20,000 ไร่ ที่สร้างรายได้ให้  ท้องถิ่นปีละ 50 ล้านบาท

“ผลผลิตของ ตำบลโหล่งขอด โดยเฉพาะข้าวเหนียวสันป่าตอง มีโรงสีข้าวและตลาดรับซื้อ ส่วนมันฝรั่งที่ปลูกในฤดูแล้ง เป็นพันธุ์แอตแลนติก คุณภาพดีที่สุดในประเทศ และเป็นรายได้หลักของชุมชน ส่วนมะม่วง เป็นพันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง ลำไยพันธุ์อีดอ ที่เปลือกและเนื้อหนา เมล็ดเล็ก ทำให้นักลงทุนจีนเข้ามาตั้งโรงงาน หรือล้ง รับซื้อผลผลิตทำลำไยอบแห้งส่งออกประเทศจีนเนื่องจากเป็นผลผลิตที่มีคุณภาพ ตลาดมีความต้องการสูง”

ตัวชี้วัดความสำเร็จของโหล่งขอดโมเดลที่ผ่านมา คือได้รับรางวัลหมู่บ้านที่มีการบริหารจัดน้ำอย่างยั่งยืนระดับประเทศ หมู่บ้านอยู่เย็นเป็นสุข ปี 2560 การบริหารจัดการแผนงานและเครือข่ายระดับจังหวัด อาสาสมัครหมู่บ้านพิทักษ์ป่าดีเด่น ซึ่งได้รับเข็มและธงพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทั้งนี้ ความสำเร็จดังกล่าวมาจากยุทธศาสตร์และแผนงานประชาคมตำบลที่ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมเป็นหลัก โดยมีประชุมระดมความคิดเห็นจัดทำแผนโครงการและใช้งบประมาณ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาท้องถิ่นที่ อบต.เดือนละ 1 ครั้ง เนื่องจาก อบต.มีรายได้ปีละ 34 ล้านบาท เป็น   รายจ่ายประจำ 20 ล้าน มีงบฯ พัฒนาเพียง 5 ล้านบาท/ปี มีหมู่บ้านดูแลรวม 9 หมู่บ้าน ผ่านสมาชิก  อบต.อีก 18 คน ซึ่งประชาคมตำบลมีมติไม่ยกฐานะ อบต.เป็นเทศบาลตำบล โดยยึดหลักประชากรในตำบลเป็นครอบครัวเดียวกัน ไม่แบ่งแยก รู้รักสามัคคี ปรองดอง ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ด้าน พระครูวรวรรณวิวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดบ้านหลวง ในฐานะเจ้าคณะตำบลโหล่งขอด กล่าวว่า ร่วมกับ อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและศิษยานุศิษย์ สร้างศูนย์ฝึกอาชีพประจำตำบลโหล่งขอด เพื่อสร้างงานและรายได้แก่ผู้สูงอายุกลุ่มแม่บ้าน เยาวชน ทั้งการแปรรูปการเกษตร เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ งานหัตถกรรมพื้นบ้าน พร้อมเผยแพร่พระพุทธศาสนา อบรมคุณธรรม จริยธรรมทุกระดับ โดยศูนย์ดังกล่าวเป็นอาคาร 2 ชั้น พื้นที่ 900 ตารางเมตร พร้อมกำแพงรอบวัด มีมูลค่า 4.5 ล้านบาท ขณะนี้ก่อสร้างคืบหน้าไปแล้ว 10% ใช้เวลาสร้าง 1 ปี คาดเสร็จมีนาคมปีหน้า ซึ่งศูนย์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการโหล่งขอดโมเดล เพื่อยกระดับและพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน

“โหล่งขอดโมเดล” จึงเป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบที่นำศาสตร์พระราชามาปฏิบัติตามคำสอนพ่อ พลิกฟื้นผืนป่า สร้างแหล่งผลิตเกษตรอินทรีย์ที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค เพิ่มมูลค่าผลผลิต ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด พร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนแบบเพียงพอ และแหล่งเรียนรู้ประศาสตร์ท้องถิ่นไปพร้อมกัน

ที่มา : ขอบคุณข้อมูลจาก ปราการ พรประสาท