ญี่ปุ่นดันไทยฮับสตาร์ตอัพนวัตกรรม

‘อุตตม’ หารือ 3 กท.-บีโอไอจัดแพ็กเกจรอท่า

หวังคลอด Q2 ปีนี้ – 60 บ. ยุ่นพร้อมติวเข้ม 4.0

“อุตตม” ปลื้มสตาร์ตอัพญี่ปุ่นเลือกไทยเป็นฮับนวัตกรรม เล็งถก 3 กระทรวง – บีโอไอจัดแพ็กเกจรอบด้านหนุนลงทุนหวังเกิดได้ภายในไตรมาส 2 ปีนี้ ทูตญี่ปุ่นเผย 60 บ. เตรียมติว 4.0 ให้เอสเอ็มอี  เผย รมว.เมติเยือนไทยพฤษภาคมนี้

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับ นาย    ชิโร ซะโดะชิมะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เพื่อติดตามความคืบหน้าความร่วมมือระหว่างไทย-ญี่ปุ่น ที่กระทรวงอุตสาหกรรม ว่า เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ได้เสนอโครงการ โอเพน อินโนเวชั่น โคลัมบัส เพื่อให้ไทยเป็นนิว อินโนเวชั่น ฮับ สำหรับสตาร์ตอัพ ญี่ปุ่น ถือเป็นโครงการใหม่ล่าสุดที่ญี่ปุ่นเสนอต่อไทย ดังนั้นเร็วๆ นี้ กระทรวงจะหารือกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี      กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และตัวแทนจากญี่ปุ่นเพื่อจัดทำรายละเอียดในการพัฒนาสตาร์ตอัพของ 2 ประเทศ ขณะเดียวกันจะพิจารณาแนวทางส่งเสริมให้ครอบคลุมมากขึ้น จากปัจจุบันมีเงินทุนสนับสนุนจากกระทรวง และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) อยู่แล้ว โดยสตาร์ตอัพของไทยที่เข้าร่วมจะมีประมาณ 30 บริษัท ส่วนของญี่ปุ่นจะมีการสรุปตัวเลขอีกครั้ง

“เป็นเรื่องดีที่ญี่ปุ่นตัดสินใจเลือกไทยเป็นฮับด้านนวัตกรรมใหม่ๆ สำหรับสตาร์ตอัพของญี่ปุ่น โดยให้เหตุผลว่าไทยจะเป็นประเทศที่คล้ายกับดินแดนใหม่ที่รองรับการเติบโตของสตาร์ตอัพที่ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยดิจิทัลและการออกแบบ โดยผมได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการเพื่อให้เกิดรูปธรรมภายในไตรมาส 2 ของปีนี้” นายอุตตม กล่าว

นายอุตตมกล่าวว่า เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยยังติดตามความคืบหน้าโครงการคอนเนค  อินดัสทรี หรืออุตสาหกรรม 4.0 ฉบับญี่ปุ่น ซึ่งกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรม (เมติ) จะช่วย พัฒนาอุตสาหกรรมไทยที่กำลังขับเคลื่อนไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 โดยรูปแบบจะมีบริษัทญี่ปุ่นที่เชี่ยวชาญด้านไอโอที (การใช้อินเตอร์เน็ตในทุกกระบวนการ) จำนวน 60 บริษัท อาทิ ฮิตาชิไฮเทค โคจิมาเพรส ซึ่งบริษัทเหล่านี้จะมีการใช้ไอโอทีในฟาร์มกุ้ง การวางระบบให้ถังขยะสามารถตรวจสอบได้ว่ามีขยะเต็มหรือไม่ การพัฒนาร่มที่สามารถวิเคราะห์สภาพอากาศ ซึ่งบริษัททั้งหมดจะครอบคลุมทุกอุตสาหกรรม ขณะที่บริษัทไทยทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) อยู่ระหว่างคัดเลือกธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) จำนวน 33 บริษัท จาก 11 คลัสเตอร์ เพื่อให้ญี่ปุ่นเป็นพี่เลี้ยงประกบเอสเอ็มอีไทยแบบ 2:1 โดยความร่วมมือนี้จะเห็นเป็นรูปธรรมในเดือนเมษายนนี้

นายอุตตม กล่าวว่า นอกจากนี้ ทางเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ยังแจ้งว่า นายฮิโรชิเกะ   เซโกะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเมติ เตรียมเดินทางมาประเทศไทยอย่างเป็นทางการช่วงเดือนพฤษภาคม เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการความร่วมมือต่างๆ ดังนั้น ตนจะจัดการประชุมโต๊ะกลมคอนเนค อินดัสทรี อย่างเป็นทางการ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมของไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเมติ เป็นประธานร่วมกัน เชื่อมั่นจะเป็นความร่วมมือที่เห็นผลสร้างประโยชน์ต่อเอสเอ็มอีของไทยในการขับเคลื่อนไปสู่อุตสาหกรรม 4.0

ที่มา : ขอบคุณข้อมูลจากมติชนรายวัน