สาว รพ. ตรัง ปิ๊งไอเดีย ทำวุ้นกะทิแฟนซีทุเรียนขาย บอกเลยออเดอร์ล้น!!!

วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 ที่บ้านเลขที่ 170/4 หมู่ที่ 4 ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.ตรัง นางนงนภัส สภานุช อายุ 39 ปี พยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลตรัง ได้ใช้เวลาหลังเลิกงานหันมาหารายได้เสริม ด้วยการทำวุ้นแฟนซีกะทิสด เป็นรูปต่างๆ ขาย โดยเฉพาะทุเรียนซึ่งกำลังได้รับความสนใจและนิยมกินกันอย่างมากในขณะนี้ ให้เกิดไอเดียทำวุ้นกะทิสดแฟนซีทุเรียนขึ้นมา สีสัน เป็นเม็ดทุเรียน เหมือนกับนั่งรับประทานทุเรียนจริงๆ สำหรับวุ้นกะทิแฟนซีทุเรียน มีส่วนผสมหลักที่ประกอบด้วย ผงวุ้น น้ำกะทิสด น้ำตาลทราย และสีผสมอาหาร โดยวุ้นกะทิแฟนซีทุเรียน และวุ้นกะทิแฟนซีข้าวโพด ราคาชุดละ 40 บาท สำหรับวุ้นกะทิแฟนซีทุเรียน จะอยู่ได้ 3-5 วัน และจะต้องปิดฝาให้สนิทแช่ตู้เย็น เพราะปลอดสารกันบูด ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่จะนิยมสั่งอวยพรเป็นเค้กวันเกิดให้ผู้ใหญ่ นอกจากนี้ ยังมีลูกชุบพวงองุ่น ใส่ไส้ถั่วเขียวซีก หน้าตาสีสันสวยงามเหมือนกับองุ่นสด ซึ่งลูกชุบพวงองุ่นมี ราคา 200 บาท ลูกค้าจะนิยมสั่งไปเป็นเค้กอวยพรวันเกิดให้แก่ผู้ใหญ่

นางนงนภัส กล่าวว่า ช่วงนี้เป็นเทศกาลฤดูผลไม้ทุเรียน และบางคนจะไม่ชอบกลิ่นทุเรียน เพราะที่ได้ลง วุ้นกะทิแฟนซีทุเรียน ขายในวันแรก ทำให้มีผลตอบรับกลับมา มีลูกค้าออเดอร์สินค้าเข้ามาเยอะมาก เดี๋ยวจะมีลูกค้าบางคนที่ไม่ชอบกลิ่นทุเรียนเลย และเข้าใกล้ไม่ได้เลย แต่พอเจอวุ้นกะทิแฟนซีทุเรียนดังกล่าว และเป็นวุ้นกะทิธรรมดาที่ใช้กะทิสด น้ำตาล และผงวุ้น และยังเหมาะเป็นของฝากด้วย ส่งออเดอร์ในช่วงนี้ส่วนใหญ่จะนำเป็นไปฝากผู้ใหญ่กัน ซึ่งในเซตของวุ้นกะทิแฟนซีทุเรียน จะมีทุเรียนที่มีเปลือก และทุเรียนที่ไม่มีเปลือก จะขายเป็นชุด ราคาละ 40 บาท

“ยอดขายช่วงนี้ทำให้ตนเองทำแทบไม่ทัน รายได้ต่อวันส่วนใหญ่ตนเองจะกลับมาทำหลังเลิกงาน ต่อวันได้ถึง 1,500-2,000 บาท แต่จะรวมถึงเค้กวุ้นด้วย แล้วก็ยังมีออเดอร์ที่เป็นทั้งของฝากของเยี่ยมไข้ และที่สั่งทำเป็นเค้กวันเกิด ซึ่งส่วนใหญ่กลุ่มลูกค้าก็จะเป็นกลุ่มที่แพ้ถั่ว แพ้แป้ง ไข่ ก็จะมีลูกค้าที่สั่งไปทำเป็นเค้กวันเกิดให้ลูกของตนเอง และมีสั่งให้ผู้สูงอายุ เนื่องจากตนเองจะทำไม่หวานมาก ส่วนลูกชุบ รูปองุ่น ส่วนใหญ่ลูกค้าจะสั่งไปเป็นของฝากให้กับผู้ใหญ่ แสดงความยินดีหรือมอบให้กับคุณครูอาจารย์” นางนงนภัส กล่าว

 

ที่มา : มติชนออนไลน์

บทความก่อนหน้านี้อดีตผู้รับเหมาทำระบบไฟฟ้า สวนผึ้ง ราชบุรี เลี้ยงแพะเนื้อพื้นบ้าน สร้างมูลค่าจากแพะเป็นรายได้อีกมาก
บทความถัดไปสิงห์ พิสิษฐเกษม ทุ่มเวลา 30 ปี พัฒนาสายพันธุ์ใหม่ “จูฮง” ลิ้นจี่ไร้เทียมทาน รสหวาน หอม เนื้อแห้งกรอบ เมล็ดลีบเล็ก