ย้อนรำลึกในหลวงรับสั่ง “ทางรอด” ชาวนาอีสาน

หลังการสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ทำให้เหล่าปวงพสกนิกรได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงของพระองค์ท่าน และได้มีโอกาสย้อนกลับไปชมพระราชกรณียกิจ ได้ย้อนไปอ่านพระราชดำรัส พระบรมราโชวาทที่พระราชทานไว้ในวาระต่าง ๆ

หลายสิ่งที่พระองค์ท่านดำรัสไว้ ล้วนเป็นคำสอน เป็นแนวทาง เป็นทฤษฎีในการดำเนินชีวิต อันทรงคุณค่ายิ่ง โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความเปราะบางของภาวะเศรษฐกิจโลก ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย

หรือแม้กระทั่งเรื่องทางออกของข้าวหอมมะลิที่กำลังตกต่ำสุดในรอบ 10 ปีดังพระราชดำรัสเรื่อง “ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง” ที่ทรงพระราชทานไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2540 และ2541 ซึ่งประเทศไทยกำลังเผชิญ “วิกฤตต้มยำกุ้ง”

นั่นคือเรื่อง “ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง” ในหลวงทรงมีพระราชดำรัสถึงวิกฤตเศรษฐกิจ พอสรุปใจความสำคัญได้ว่า ประเทศไทยจะรอดเพราะมีภูมิประเทศที่เหมาะสมกับความเป็นอยู่ แต่ต้องไม่ฟุ้งเฟ้อ ต้องประหยัด และถึงเวลาจำเป็นต้องถอย เพื่อที่จะก้าวต่อไป ทรงให้แนวคิดอย่าเห่อนำไทยเป็น “เสือเศรษฐกิจ” แค่ทำเศรษฐกิจแบบพอเพียงก็อยู่ได้โดยไม่เดือดร้อน (พาดหัวมติชน 5 ธ.ค. 40)

หรือตัวอย่างพระราชดำรัสในวันที่ 4 ธ.ค. 40 ตอนหนึ่งเรื่องข้าว “เมืองไทยเป็นประเทศที่มีบุญอยู่ การผลิตให้เพียงพอ ทำได้ อย่างข้าวที่ปลูก เคยสนับสนุนให้ปลูกข้าวให้เพียงพอกับตัวเองเก็บเอาไว้ในยุ้งเล็ก ถ้ามีพอก็ขาย แต่คนอื่นเขากลับบอกว่า ไม่สมควร โดยเฉพาะภาคอีสาน เขาบอกว่า ต้องปลูกข้าวหอมมะลิเพื่อที่จะขาย มันไม่ถูกต้อง ข้าวหอมมะลิขายได้ดี แต่เมื่อขายแล้วเมื่อตัวเองจะบริโภคเองต้องซื้อ ไปซื้อจากใคร ทุกคนปลูกข้าวหอมมะลิ

ในภาคอีสานส่วนมากชอบบริโภคข้าวเหนียว ก็ประกาศว่า คนปลูกข้าวเหนียวเป็นคนโง่ นี่เป็นสิ่งสำคัญ ควรสนับสนุนให้เขาปลูกข้าวบริโภค เขาชอบข้าวเหนียวให้เขาปลูกข้าวเหนียว เขาจะปลูกข้าวอะไรก็ตามให้เขาเก็บไว้บริโภคตลอดปี ถ้ามีที่จะให้ทำนาปรัง หรือมีที่มากพอก็ปลูกหอมมะลิ เพื่อที่จะขาย ที่พูดอย่างนี้ เพราะว่าข้าวที่ปลูกสำหรับบริโภคไม่ต้องเที่ยวรอบโลก ถ้าข้าวที่ซื้อมาต้องเที่ยวอาจจะไม่ถึงรอบโลก แต่ต้องเป็นข้าวจังหวัด หรืออาจจะข้ามประเทศมา ค่าขนส่งก็บวกเข้ามาในราคาข้าว ตกลงเขาต้องขายข้าวในราคาถูก เพราะว่าข้าวมันต้องขนส่งไปสู่ต่างประเทศที่จะขายได้กำไร ก็ต้องบวกค่าขนส่ง ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ก็บวกเข้ามาในราคาข้าวก็หมายความว่า ราคาข้าวชาวนา ชาวสวนเกษตรกรจะถูกตัด ก็เขาบอกว่า ขายข้าวหอมมะลิได้ราคาแพง แต่คนขายถึงต่างประเทศ ต้นทางก็ไม่ได้ค่าตอบแทนมากนัก แล้วยังต้องไปซื้อข้าวบริโภค ซึ่งจะแพงกว่าเพราะว่าจะต้องขนส่งมาก สิ่งเหล่านี้คือเรื่องเศรษฐกิจแบบค้าขาย ภาษาฝรั่งเรียกว่า Trade Economy ไม่ใช่แบบพอเพียง ซึ่งฝรั่งเรียก Self-Sufficient Economy ที่ไหนทำแบบ Self-Sufficient Economy คือ เศรษฐกิจแบบพอเพียงกับตัวเอง เราก็อยู่ได้โดยไม่ต้องเดือดร้อน อย่างทุกวันนี้ เราเดือดร้อน สำหรับข้าวก็เห็นชัด”

บทความก่อนหน้านี้จับปูนาขายหลังเก็บเกี่ยวข้าว ราคาพุ่งกิโลละ 100 แห่ซื้อคึกคัก
บทความถัดไปรบ.หนุนระบบสหกรณ์ แก้ปัญหาเกษตรยั่งยืน เชื่อมอีคอมเมิร์ซขายทั่วโลก