ไม่เป็นไร! ชาวนาแม่สาย ไม่เสียใจน้ำท่วมนา ขอแค่ช่วยลูกหลานหมูป่า

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรณีศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้สูบออกจากถ้ำหลวงอย่างต่อเนื่องติดต่อกันมานานกว่า 1 สัปดาห์เพื่อผันน้ำให้ลดลง กระทั่งปัจจุบันน้ำปากถ้ำลึกเพียงประมาณ 18 ซ.ม.

ปรากฏว่า ปัจจุบันที่ทุ่งนาของชาวบ้านใน ต.โป่งผา ต.บ้านด้าย อ.แม่สาย และพื้นที่ข้างเคียงมีน้ำท่วมขังนาที่อยู่ในที่ลุ่มจนข้าวไม่สามารถเติบโตได้ ด้าน นางลัดดา นันทะลา ผู้ใหญ่บ้านสันปูเลยได้ออกสำรวจความเสียหายของไร่นาพื้นที่หมู่บ้านที่รับผิดชอบ พบว่า มีถูกน้ำท่วมขัง ประมาณ 480 ไร่

นายอินจันทร์ จันทาพูน อายุ 58 ปี ชาวบ้านสันปูเลย กล่าวว่า ตนทำนาปรังปลูกข้าวหอมมะลิ ประมาณ 16 ไร่ ปรากฏว่าถูกผันน้ำจากลำน้ำจ้องแล้ว 2 รอบ ซึ่งหว่านครั้งแรกก่อนวันที่ 23 มิ.ย. วันที่เด็กๆ ติดถ้ำ ต่อมามีการสูบน้ำออกจากถ้ำ ทำให้ท่วมทุ่งนาของตนและชาวบ้านข้างเคียงจนมิดข้าวตายหมด

พอน้ำแห้งลง ในวันที่ 8 ก.ค. จึงคิดว่าอยู่ในระดับจะทรงตัว แล้วจึงนำข้าวไปหว่านอีก แต่ไม่กี่ชั่วโมงน้ำขึ้นเข้าท่วมหนักกว่าเดิม ผ่านมา 3 วัน ข้าวตายหมดแล้ว อย่างไรก็ตาม ตนและเพื่อนๆ ชาวบ้านมีความเข้าใจในการช่วยเหลือทีมหมูป่า เพราะคิดว่าความสูญเสียที่พวกเราได้รับถือว่าคุ้มค่าหากแลกกับชีวิตของลูกหลาน 13 คน ที่ต้องไปติดอยู่ในถ้ำนานหลายวัน

นายอินจีนทร์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันทราบว่ามีชาวบ้านอยู่ 2-3 ราย ในหมู่บ้าน ที่แจ้งเจตจำนงจะไม่ขอรับการช่วยเหลือค่าชดเชยจากทางราชการด้วย เพราะคิดว่าสามารถนำไปช่วยเหลือส่วนรวมด้านอื่นมากกว่า นอกจากนี้ สิ่งที่ทุกคนคิดเหมือนกันคือ เพื่อช่วยเหลือทั้ง 13 ชีวิต ให้พ้นจากทุกข์ภัยดังกล่าวนั่นเอง

ทั้งนี้ ตนมีต้นทุนค่าพันธุ์ข้าวที่หว่านครั้งละประมาณ 10,000 กว่าบาท น้ำท่วม 2 รอบ ก็เสียหายไป 20,000-30,000 บาท กระนั้นความสูญเสียนี้ก็เทียบไม่ได้กับสิ่งที่เด็กๆ ต้องไปติดอยู่ในถ้ำ และหากรอดพ้นออกมาได้ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้วกับสิ่งที่พวกเราได้รับ และดีใจกับพ่อแม่ของพวกเขาด้วยเป็นอย่างยิ่ง

ที่มา : ข่าวสดออนไลน์