เกษตรกรที่ตำบลพระแท่น จังหวัดกาญจนบุรี ปลูกพริกกะเหรี่ยง และข้าวโพดหวาน

ผมเองเป็นผู้ที่ชื่นชอบรับประทานก๋วยเตี๋ยวมาก (ยกเว้นก๋วยเตี๋ยวเนื้อ) มากชนิดที่เจอที่ไหนไม่ได้ต้องแวะชิมให้รู้ดำรู้ดีกันไปว่ามีรสชาติที่พอจะเข้าเทียบท่าไหนได้ (ฮา) แต่ต้องออกตัวก่อนว่าไม่ใช่นักชิมมืออาชีพ และรสชาติที่คุ้นเคยมากจนทำให้การรับประทานเกิดรสชาติแซ่บ คือ ต้องเผ็ด (แบบไม่โหด) ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นก๋วยเตี๋ยวประเภทใดจึงต้องเผ็ดนำไว้ก่อน

จำได้ว่าเมื่อหลายสิบปีก่อนมีก๋วยเตี๋ยวประเภทหนึ่ง ที่ให้ชื่อว่า “ก๋วยเตี๋ยวหมูพริกกะเหรี่ยง” ขายอยู่หลายแห่ง ถือว่าเป็นก๋วยเตี๋ยวที่มีความอร่อยตรงพริกปรุงที่นำพริกกะเหรี่ยงมาใช้ ทำให้รสชาติหอม น้ำซุปรสเด็ดจัดจ้าน ปัจจุบัน ก๋วยเตี๋ยวพริกกะเหรี่ยง ยังคงมีจำหน่ายอยู่แต่ไม่แพร่หลายเหมือนก่อน ค่อนข้างหารับประทานยาก หากท่านผู้อ่านพบเห็นที่ใดในเขตกรุงเทพฯ แบบที่ขายดิบขายดีช่วยอนุเคราะห์ส่งข้อมูลแหล่งที่พบมาตามอีเมลด้านบนด้วย ขอขอบพระคุณมาล่วงหน้า และจักเป็นพระคุณยิ่ง

คุณชาติ และคุณเสน่ห์ จันทร์คงวงษ์

พริกกะเหรี่ยง ไม่ใช่พริกขี้หนูสวน ชอบแสงแดดจัดการปลูกพริกกะเหรี่ยงของคนกะเหรี่ยงจะปลูกแบบพืชไร่โดยการเอาเมล็ดพริกผสมกับเมล็ดพืชอื่นๆ อาทิ เมล็ดฟัก แฟง แตง กวา ฯลฯ หว่านในไร่ หลังจากที่หยอดเมล็ดข้าวไปแล้วเมล็ดข้าวงอกก่อนและเป็นร่มเงา ให้ต้นกล้าผักซึ่งรวมถึงต้นกล้าพริกด้วย ระหว่างที่รอต้นข้าวให้ผลผลิตชาวกะเหรี่ยงจะได้กินผักชนิดต่างๆ เป็นอาหาร เมื่อเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จต้นพริกกะเหรี่ยงอยู่ในระหว่างออกดอกและติดผลพอดี ชาวกะเหรี่ยงทยอยเก็บเกี่ยวพริกกะเหรี่ยงได้ต่อเนื่อง 5-6 เดือน

ชาวกะเหรี่ยงบอกถึงคุณลักษณะที่เด่นเฉพาะตัวของพริกกะเหรี่ยง คือ ต้องปลายแหลม ก้นโต สีส้มจัด (ไม่แดงคล้ำ) เผ็ดแต่ไม่แสบลิ้นและมีกลิ่นหอม พริกกะเหรี่ยงมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อม มีลำต้นใหญ่ การแตกแขนงดี สามารถเก็บผลผลิตติดต่อกันได้ระยะเวลานาน นิยมแปรรูปเป็นพริกแห้งโดยใช้พริกกะเหรี่ยงสด 3 กิโลกรัม เมื่อเป็นพริกแห้งได้น้ำหนักเฉลี่ย 1-1.3 กิโลกรัม ปัจจุบัน โรงงานที่ผลิตซอสพริกนิยมนำเอาพริกกะเหรี่ยงแห้งไปปั่นผสมกับพริกหนุ่มเขียวเพื่อเพิ่มความเผ็ดและมีกลิ่นหอม

คุณชาติ และคุณเสน่ห์ สามีภรรยา ตระกูลจันทร์คงวงษ์ อยู่บ้านเลขที่ 6/2 บ้านสำนักเย็น ตำบลพระแท่น อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี มีอาชีพทำไร่ทำสวน อยู่เพียงลำพังสองคน เพราะบรรดาลูกต่างหันหลังให้กับอาชีพที่สร้างรายได้มาตั้งแต่บรรพบุรุษ

พริกกะเหรี่ยงกำลังงามรอเก็บ

คู่สามีภรรยานี้เดิมทีทำไร่ข้าวโพดมาก่อน พอมาช่วงหลังเห็นว่าควรหารายได้เพิ่มด้วยการปลูกพืชเศรษฐกิจอย่างอื่น จึงตัดสินใจแบ่งเนื้อที่จำนวน 4 ไร่ เพื่อปลูกพริกกะเหรี่ยงและพริกพันธุ์ศรแดงเพชรมาเป็นเวลาปีเศษ และที่น่าสนใจพวกเขายังปลูกผักชีไทยและผักชีลาวร่วมด้วย

ปลูกพริกกะเหรี่ยงและพริกศรแดงเพชรดำ

เพิ่มรายได้

คุณเสน่ห์ ให้รายละเอียดการปลูกพริกกะเหรี่ยงว่า ก่อนอื่นต้องไถพรวนดินแล้วจึงใส่ขี้วัวลงไป จากนั้นให้ฉีดพ่นยาที่เป็นยาป้องกันหญ้าร่วมกับยาป้องกันการจับตัวของดินที่ชาวบ้านเรียกว่ายาดิน เพื่อป้องกันไม่ให้ดินกระด้างแล้วจับตัวกันเป็นก้อน ซึ่งหากดินจับเป็นก้อนแล้วน้ำจะไม่ลงไปด้านล่างของราก

แปลงปลูกพริกกะเหรี่ยง

เธออธิบายต่อว่า หากต้องการปลูกพริกกะเหรี่ยงและพริกพันธุ์ศรแดงเพชรดำต่อจากปลูกข้าวโพดก็ให้จัดการดูแลบำรุงดินตามวิธีข้างต้นเรียบร้อยแล้วให้พักดินทิ้งไว้ประมาณ 2 เดือน เพื่อปล่อยให้ดินว่างก่อนที่จะเริ่มปลูกพริกด้วยวิธีการหยอดเมล็ดพริกในระยะห่างประมาณหนึ่งศอก และเพื่อเป็นการใช้ผืนดินอย่างคุ้มค่าจึงได้หว่านผักชีไทยและผักชีลาวลงไปในแปลงพริก

แมลงศัตรูพืช และโรคพืช

หลายอย่างสร้างปัญหา ต้อง…ระวัง!

เมื่อพริกเริ่มโตจะต้องหมั่นฉีดพ่นยาทุก 10-15 วัน ส่วนศัตรูพืชที่สร้างปัญหามาก ได้แก่ เพลี้ย หนอนพริก หนอนหนังเหนียว และหนอนเด้ง นอกจากแมลงศัตรูพืชแล้ว โรคพืชก็สร้างปัญหาไม่แพ้กัน โดยเฉพาะโรคใบลาย ซึ่งจะต้องมีการฉีดพ่นยาด้วยเช่นกัน ขณะเดียวกันพอโตเป็นต้นอ่อนก็ต้องคอยเฝ้าดูนกมารบกวน ปุ๋ยที่ใช้ฉีดพ่นเพื่อบำรุงต้นพริก ใช้ปุ๋ยเรือใบ สูตร 16-16-16 หรือ 15-15-15 ตามด้วยปุ๋ยคอกขี้วัว

ปัญหาในการปลูกพริกอีกอย่างที่พวกเขามักเจอแล้วยังหาสาเหตุไม่ได้เกิดจากยอดพริกที่มีลักษณะด้วนๆ งอๆ ลักษณะคล้ายกุ้งแห้ง

ส่วนผลผลิตพริกทั้งสองชนิดจะเก็บทุก 5-7 วัน ได้กว่า 300 กิโลกรัม การให้น้ำในการปลูกพริกต้องดูจากสภาพอากาศก่อน หากไม่มีฝนให้น้ำทุก 2-3 วัน โดยไม่ต้องให้น้ำมากให้พอแฉะ เพราะพริกไม่ชอบน้ำมาก แต่ถ้ามีฝนตกมากก็ปล่อย ดังนั้น สามารถปลูกได้ทุกฤดู แต่ควรมีการดูแลน้ำให้พอเหมาะเท่านั้น ส่วนสภาพอากาศก็ไม่ได้สร้างปัญหาแต่ประการใดเช่นกัน เพียงแต่ต้องควบคุมเอาใจใส่ดูแลอย่างใกล้ชิด และสม่ำเสมอเท่านั้น

ราคา ขึ้น-ลง ตามความต้องการของตลาด

อยากได้ราคาสูง ต้องปรับเวลาปลูก

เจ้าของสวนกล่าวถึงราคาพริกว่า มีความไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาด โดยบอกว่าราคาที่ดีที่สุดจะเป็นช่วงเทศกาลกินเจ แต่หลังจากนั้นราคาจะลดลงไปเรื่อยๆ และยังบอกต่ออีกว่า ในช่วงราคาสูงถึงกิโลกรัมละกว่า 50 บาท แต่เมื่อราคาลดลงบางครั้งเหลือเพียงกิโลกรัมละไม่ถึง 20 บาท เธอบอกว่าหลังจากถึงเวลาเก็บพริกก็จะว่าจ้างการเก็บทั้งหมด เสร็จแล้วจะให้น้องชายนำไปขายที่ตลาดสี่มุมเมือง

ปลูกพริกแทรกข้าวโพด

คุณเสน่ห์ยังแจงให้ฟังว่า ในช่วงที่ราคาพริกลดลงมากรายได้แทบจะไม่เหลืออะไรเลยเพราะต้องหักค่าใช้จ่ายหลายอย่างที่เป็นทุนออกไปรวมถึงค่าจ้างเก็บพริกด้วย แถมยังบอกว่าคนเก็บพริกยังมีรายได้มากกว่าเจ้าของสวนพริกเสียด้วยซ้ำ แต่ต้องทำเพราะเป็นอาชีพ

แม้ราคาตก ก็ไม่กระทบนัก

เพราะปลูกข้าวโพดหมุนเวียนกับพริก

ถึงแม้ว่าบางช่วงราคาจะลดลงมาก แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อรายได้ของคุณเสน่ห์มากนัก เพราะที่สวนของคุณเสน่ห์จะปลูกพืชผักสวนครัวไว้หลายประเภท สามารถนำรายได้อย่างอื่นมาชดเชยได้ในบางครั้งคราว เธออธิบายถึงวิธีแก้ปัญหาราคาพริกที่ลดลงว่า ต้องพยายามปลูกให้ผลผลิตออกในช่วงที่มีความต้องการของตลาด จึงจะทำให้ได้ราคาสูงตามต้องการ และตั้งข้อสังเกตว่าในช่วงที่ราคาพริกสูงมักอยู่ในช่วงเข้าพรรษาของทุกปี

คุณเสน่ห์ ให้เหตุผลที่เลือกปลูกพริกกะเหรี่ยงกับพริกศรแดงเพชรดำว่า เพราะได้เคยลองปลูกพริกชนิดอื่นมาแล้ว แต่ราคาไม่ดีเหมือนกับพริกทั้งสองชนิด

การปลูกพืชในไร่ของคุณเสน่ห์และสามีจะมีลักษณะแบบหมุนเวียน เมื่อเก็บเกี่ยวพริกเสร็จก็เตรียมปลูกข้าวโพดต่อไป จะทำเช่นนี้สลับกัน

ระยะเวลาการปลูกข้าวโพดหวานตั้งแต่ปลูกไปจนเก็บผลผลิต ใช้เวลาประมาณ 65-70 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศที่เป็นตัวแปร เพราะถ้าอากาศหนาวเย็นมากจะใช้เวลามากกว่าในช่วงอากาศปกติ เจ้าของสวนเปิดเผยว่า ผลผลิตข้าวโพดถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีที่ผ่านมาได้ประมาณกว่าสิบตัน

คุณเสน่ห์ ให้รายละเอียดว่า นอกจากที่ดินส่วนตัวสำหรับใช้ปลูกข้าวโพดแล้ว เขายังเช่าที่ดินอีกแปลงที่อยู่ด้านข้างแต่มีระดับต่ำกว่าเพื่อใช้ปลูกข้าวโพดหวานโดยเฉพาะ นอกจากข้าวโพดหวานแล้วยังปลูกข้าวโพดข้าวเหนียวอีกด้วย

ข้าวโพด ไม่ชอบน้ำมาก

ต้องคอยปรับให้พอเหมาะ

เจ้าของสวนให้รายละเอียดการปลูกข้าวโพดว่า ไม่ชอบน้ำมากเช่นเดียวกับพริก ดังนั้น หากมีฝนตกตามธรรมชาติจะงดให้น้ำ

“ที่ผ่านมา ถ้าเป็นช่วงที่แล้งมากก็จะนำน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ แต่หากช่วงที่มีฝนมาก น้ำมาก แล้วเกิดการท่วมขังก็จะใช้วิธีเจาะร่องระบายน้ำออกด้านข้างเพื่อให้ไหลลงคลอง แต่หากเป็นที่ดินอีกแปลงที่มีระดับต่ำกว่า เกิดมีน้ำมามากที่เป็นน้ำล้นคลองขึ้นมาก็จะได้รับความเสียหาย พืชผลก็จะได้รับความเสียหายเหมือนกัน” เจ้าของสวนให้รายละเอียดเพิ่ม

ข้าวโพดหวานที่เริ่มโต

ปัญหาการปลูกข้าวโพดที่พบมักจะเป็นโรคใบลายและใบกรอบ ซึ่งหากพบในต้นใดก็จะไม่มีเมล็ด ไม่มีฝัก สาเหตุที่เป็นอย่างนั้นน่าจะเกิดจากเมล็ดพันธุ์ที่ได้มาในครั้งแรก ส่วนปัญหาอื่นที่พบคือมีหนอนมากินเมล็ดข้าวโพด หรืออาจมีเพลี้ยในช่วงที่อากาศร้อน

ส่วนดินที่ใช้ปลูก คุณเสน่ห์ย้ำว่า ต้องให้ความสำคัญในการดูแลมาก อย่าให้ดินด้าน ต้องคอยฉีดยาบำรุงดินเป็นครั้งคราว มิเช่นนั้นจะปลูกพืชไม่งามตลอดจนการเจริญเติบโตของพืชจะไม่ได้ขนาดตามที่ต้องการ นอกจากนั้นแต่ละช่วงการปลูกจะต้องพักดินเป็นช่วงๆ ช่วงละประมาณ 1 เดือน สำหรับข้าวโพด แล้วจึงเริ่มปลูกรุ่นต่อไป ถ้าเป็นพริกจะต้องพักประมาณ 2 เดือน

เจ้าของสวนเล่าว่า ผักที่ปลูกเสริมเพื่อสร้างรายได้คือ ผักชีไทย และผักชีลาว จะให้ราคาดีในช่วงประมาณเดือนกรกฎาคมไปจนถึงช่วงปีใหม่ ไม่ต้องดูแลเอาใจใส่มาก เพราะได้ปุ๋ยและการดูแลเอาใจใส่จากต้นพริก และจะเก็บไปเรื่อยๆ เมื่อต้นโตได้ขนาด

ขอขอบคุณ

ข้อมูลจาก ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว

บทความก่อนหน้านี้กรมส่งเสริมการเกษตร ลงพื้นที่ติดตามความเสียหายจากอุทกภัย จ.นครพนม
บทความถัดไปคาร์กิลล์ เปิดศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสัตว์น้ำ ประจำประเทศไทย ดันไทยเป็นศูนย์กลางโภชนาการสัตว์น้ำในเอเชียใต้