อากาศเปลี่ยนแปลง กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรผู้ปลูกชาโยเต้ เสี่ยงเจอ 2 โรคพืช

กลางวันอากาศร้อน กลางคืนอากาศเย็น และมีฝนตกในบางพื้นที่ระยะนี้ กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรผู้ปลูกชาโยเต้ (ฟักแม้ว หรือ มะระหวาน) ให้หมั่นสังเกตอาการของโรคราน้ำค้าง และโรคราแป้ง ที่สามารถพบได้ในระยะให้ผลผลิต สำหรับโรคราน้ำค้าง มักพบอาการของโรคบนใบที่อยู่บริเวณด้านล่างของต้นก่อน ต่อมาขยายลุกลามไปยังใบที่อยู่ด้านบน เริ่มแรกพบแผลเหลี่ยมเล็กฉ่ำน้ำตามกรอบของเส้นใบย่อย ต่อมาแผลเปลี่ยนเป็นสีเหลือง กรณีที่มีความชื้นสูงในตอนเช้า จะพบเส้นใยเชื้อราเป็นขุยสีขาวเทาตรงแผลใต้ใบ จากนั้นแผลจะขยายใหญ่ติดต่อกัน และเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือเทาดำ หากอาการรุนแรง ทำให้ใบเหลืองและแห้งตายทั้งต้น พืชที่เป็นโรคจะติดผลน้อย ผลมีขนาดเล็ก กรณีเป็นโรคในระยะผลอ่อน จะทำให้ผลลีบเล็ก และบิดเบี้ยว

เกษตรกรควรหมั่นตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบโรคเริ่มระบาด ให้ตัดใบที่เป็นโรคนำไปเผาทำลายทิ้งนอกแปลงปลูก จากนั้นให้พ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืชแมนโคเซบ+เมทาแลกซิล-เอ็ม 64%+4% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 50 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารไซมอกซานิล+ฟามอกซาโดน 30%+22.5% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 10-15 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารไดเมโทมอร์ฟ 50% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 10-20 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 5-7 วัน โดยเกษตรกรควรกำจัดจับด้วงเต่าแตงที่เป็นพาหนะเชื้อราสาเหตุโรคมาทำลาย หรือพ่นสารฆ่าแมลงที่มีประสิทธิภาพป้องกันกำจัดด้วยสารอิมิดาโคลพริด 10% เอสแอล อัตรา 10 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารฟิโพรนิล 5% เอสซี อัตรา 20 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารคาร์บาริล 85% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 30 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร

ส่วนโรคราแป้ง จะพบเชื้อราคล้ายผงแป้งสีขาวเป็นหย่อมๆ บนใบส่วนล่างของต้นก่อน กรณีสภาพแวดล้อมเหมาะสม โรคจะกระจายทั่วทั้งใบและลุกลามขึ้นไปยังใบส่วนบนของต้น โดยเห็นเชื้อราคล้ายผงแป้งสีขาวปกคลุมใบเกือบทั้งต้น ต่อมาใบจะซีดเหลืองและแห้ง หากรุนแรง จะลุกลามไปยังทุกส่วนของพืช ทำให้ต้นแห้งตายในที่สุด ถ้าพืชเป็นโรคในระยะติดผลอ่อน ผลแกร็น บิดเบี้ยว ผิวขรุขระเป็นตุ่ม หรือมีแผลที่เปลือก เกษตรกรต้องหมั่นดูแลและบำรุงรักษาต้นให้มีความแข็งแรง สมบูรณ์ และตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบโรคให้พ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืชเบโนมิล 50% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 15-20 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารโพรพิเนบ 70% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 40 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารฟลูโอไพแรม+ไตรฟลอกซีสโตรบิน 25%+25% เอสซี อัตรา 10 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารเพนทิโอไพแรด 20% เอสซี อัตรา 10-20 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร โดยพ่นทุก 5-7 วัน

บทความก่อนหน้านี้ร. 10 ทรงออกแบบปกหนังสือ ‘บทเจริญพระพุทธมนต์’
บทความถัดไปสภาเกษตรกรฯ เตือนทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเตรียมรับศึก ข้าวหอมมะลิ 3 สายพันธุ์อเมริกา ส่งเสริมปลูกปลายปีนี้ 1 สายพันธุ์