ฝนถึงต.ค.-เร่งระบายน้ำเขื่อน

เมื่อวันที่ 1 ส.ค. นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการติดตามสภาวะอากาศ ปริมาณฝนสะสม สถานการณ์น้ำท่า และปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ พบว่าในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา หลายจังหวัดมีฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่องกันหลายวัน ขณะที่แม่น้ำหลายสายเริ่มมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ทำให้มีภาวะเสี่ยงเกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่ม สำหรับคลื่นลมบริเวณอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2- 4 เมตร

ปภ. จึงได้ประสาน 41 จังหวัด ภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ แยกเป็น ภาคเหนือ 12 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน พะเยา แพร่ น่าน เพชรบูรณ์ ตาก กำแพงเพชร และพิจิตร ภาคตะวันออก 7 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ตราด ปราจีนบุรี นครนายก สระแก้ว ชลบุรี และระยอง ภาคกลาง 2 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี และราชบุรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 14 จังหวัด ได้แก่ เลย หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด ยโสธร นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ ภาคใต้ 6 จังหวัด ได้แก่ ระนอง พังงา กระบี่ สตูล ตรัง และภูเก็ต รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฝ้าระวังและติดตามปริมาณน้ำฝนรายวัน ปริมาณน้ำฝนสะสม ระดับน้ำในลำน้ำ และพื้นที่ลาดเชิงเขาอย่างใกล้ชิด ส่วนพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามันและอ่าวไทย ให้เฝ้าระวังอันตรายจาก คลื่นลมแรง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งอย่างเด็ดขาด

ที่จังหวัดเชียงราย นายนิวัฒน์ งามธุระ นายอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย กล่าวถึงเหตุน้ำเซาะถนนทางขึ้นภูชี้ฟ้าพังถล่ม ว่า ได้ขอให้รื้อร้านค้าในบริเวณดินถล่มออกไปทั้งหมด เพื่อทำการซ่อมถนนห้กลับมาใช้ได้ตามเดิมในไม่เกิน 5วัน วิธีการคือถมตรงช่องว่างที่ทรุดหายไป จัดทำท่อเพื่อเป็นทางไหลของนำใต้ดิน จากนั้นจะประเมินการดำเนินการต่อไป

วันเดียวกัน นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า แขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 ได้ซ่อมแซมผิวทางหลวงหมายเลข 2331 ตอน โจ๊ะโหว-อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ที่ถูกน้ำกัดเซาะแล้ว อย่างไรก็ตามขณะนี้ขอให้หลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางขึ้นภูทับเบิก(จาก ทล.2372) โดยให้ใช้ทล. 12 ไป ทล.2013 บ้านแยง-นครไทย แทน

วันเดียวกัน นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า ช่วงกลางเดือนสิงหาคมนี้จะเกิดร่องมรสุมพาดผ่านประเทศไทย จะทำให้ฝนตกหนักในภาคเหนือและอีสานยาวต่อเนื่องถึงเดือนตุลาคม ที่เป็นช่วงฝนปกติคาดมีพายุเข้าเพิ่มอีก 2 ลูก ในขณะที่ภาคตะวันตกที่ผ่านมาฝนตกหนัก ส่งผลกระทบต่ออ่างเก็บน้ำของหลายแห่งที่มีปริมาณน้ำเกินระดับการระบายสูงสุด จึงเตรียม 3 แผนงานคือ แผนการระบายน้ำออกจากเขื่อนในช่วงนี้เพื่อรับน้ำฝน แผนเตรียมรับมือภัยพิบัติที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ และแผนแจ้งเตือนประชาชน

นายสมเกียรติ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันพบว่ามีอ่างเก็บน้ำปริมาณน้ำเกินความจุ 100% เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 50 อ่าง และอ่างเก็บน้ำเฝ้าระวัง คือ 80-100% ของความจุ เป็นอ่างขนาดใหญ่ 5 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำน้ำอูน 92% เขื่อนแก่งกระจาน 91% เขื่อนศรีนครินทร์ 85% และเขื่อนปราณบุรี 81% เขื่อน    วชิราลงกรณ 81% และเป็นอ่างขนาดกลาง 50 แห่ง

ที่มา : ขอบคุณข้อมูลจากข่าวสด