พาณิชย์หนุน “เกาะพิทักษ์” ชุมพร เป็นหมู่บ้านทำมาค้าขาย

เมื่อเร็วๆ นี้ ที่หมู่บ้านเกาะพิทักษ์ ห่างจากฝั่ง ต.บางน้ำจืด อ.หลังสวน จ.ชุมพร ประมาณ 1 กิโลเมตร นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร พร้อมด้วย นางสาวสุทัศนีย์ ราชเรืองระบิน รองอธิบดีกรมการค้าภายใน ร่วมเป็นประธานเปิด “หมู่บ้านทำมาค้าขาย” ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ ได้ดำเนินโครงการหมู่บ้านทำมาค้าขาย โดยมีเป้าหมายดำเนินการจังหวัดละ 1 แห่ง เพื่อต้องการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง ซึ่งได้มีการเข้าไปสำรวจหมู่บ้านต่างๆ ว่าผลิตสินค้าอะไร จำหน่ายอย่างไร แล้วเข้าไปผลักดันให้เกิดการรวมตัวกัน จัดที่ค้าขายให้เป็นรูปแบบเดียวกัน หรือปรับมาตรฐานร้านค้าให้ใกล้เคียงกัน จากนั้นจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยฝึกอบรม ในการทำธุรกิจ ทั้งการทำบัญชี การเงิน การทำการตลาด การบริหารจัดการ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ การขนส่ง ซึ่งจะรวมไปถึงการเข้าไปช่วยสร้างเรื่องราวให้กับหมู่บ้านทำมาค้าขายเพื่อแสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น นอกจากนี้ จะเข้าไปช่วยเหลือในการเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มธุรกิจ เพื่อให้เกิดการจำหน่ายสินค้า บริการ และผลิตภัณฑ์ชุมชน ระหว่างหมู่บ้านทำมาค้าขายไปยังหมู่บ้านอื่นทั้งในระดับอำเภอ ระดับจังหวัด รวมถึงเชื่อมโยงไปยังตลาดกลาง ตลาดชุมชน รวมทั้งจะผลักดันให้มีการใช้ช่องทางการค้าออนไลน์ ในการจำหน่ายสินค้าของหมู่บ้านทำมาค้าขาย

นายวิบูลย์ เปิดเผยว่า เกาะพิทักษ์เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดชุมพร มีนักท่องเที่ยวเข้ามาพักแรมเป็นจำนวนมากในแต่ละปี เนื่องจากบรรยากาศที่สงบเงียบ ความเป็นธรรมชาติของเกาะ และวิถีชีวิตชุมชนประมงพื้นบ้าน ประกอบกับกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งการศึกษาวิถีชีวิตชุมชน ประมง บริการอาหารทะเลสดๆ มีคุณภาพ รสชาติอร่อย เที่ยวชมเกาะพิทักษ์ การล่องเรือ ชมปะการังน้ำตื้น เป็นต้น นอกจากนี้ สินค้าที่น่าสนใจของเกาะพิทักษ์ ได้แก่ ปลาเค็มฝังทราย ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูปที่ขึ้นชื่อเป็นอย่างมาก จึงสมควรส่งเสริมอนุรักษ์ให้คงอยู่กับเกาะพิทักษ์และจังหวัดชุมพรสืบไป

นางสาวสุทัศนีย์ กล่าวว่า กรมการค้าภายในเล็งเห็นคุณค่าสถานที่ท่องเที่ยวและวิถีชีวิตของชาวเกาะพิทักษ์ จึงคัดเลือกหมู่บ้านเกาะพิทักษ์เข้าในโครงการส่งเสริมการพัฒนาหมู่บ้านทำมาค้าขาย ปัจจุบันการประกอบธุรกิจทางด้านท่องเที่ยว และผลิตภัณฑ์แปรรูปอาหารทะเล มีการแข่งขันที่สูงมาก ผู้ประกอบการมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง มีการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งการผลิตและการบริการ ผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ เพื่อปริมาณความต้องการของผู้บริโภค รวมทั้งแนวทางความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ชุมชนจึงควรสร้างความเข้มแข็งและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้มากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจโดยใช้การบริโภคภายในประเทศและเศรษฐกิจท้องถิ่นเป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งโครงการดังกล่าวจะทำให้เศรษฐกิจในชุมชนมีความเข้มแข็ง มีรายได้ต่อการดำรงชีพและกระตุ้นให้เกิดความสร้างมูลค่าทางการค้าในประเทศทำให้เศรษฐกิจของประเทศมีความเข้มแข็งจากระดับฐานราก อย่างมั่นคงและยั่งยืน