พฤกษาองค์ราชัน เหลืองประหวั่นแดนสรวง หอมประทับทรวง นาม…รวงผึ้ง

ถวายภักดิ์ บพิตร พิสิษฐ์พิสุทธิ์
เคียงมงกุฎ ราชันฤกษ์ เบิกสมัย
เคียงบัลลังก์ บังคมคัล จากปวงไทย
น้อมดวงใจ เทิดบารมี ภูมีองค์

“รวงผึ้ง” พฤกษ์ ทั่วไทย แผ่ใบดอก
กลิ่นกลีบดอก หอมเคียงบาท ราษฎร์ประสงค์
ต้นรวงผึ้ง งามสะพรั่ง ดั่งจำนง
ปลูกเคียงองค์ รัชกาล นานนิรันดร์

รวงผึ้งหอม แผ่ล้อม น้อมคุ้มเกล้า
เหลืองอะคร้าว สีดอก ออกสีสัน
เฉลิมพระเกียรติ ราชสมภพ องค์ราชัน
ปวงเทวัญ-พสกนิกร ถวายพระพร สดุดี

น้อมถวายบทกลอน แทนความจงรักภักดี เทิดทูนองค์ราชันถวายพระพรองค์ภูมี ด้วยไม้ดอกหอมดุจน้ำผึ้งรวง ที่มีช่อดอกสีเหลืองเข้มเป็นกระจุกแน่นตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง แต่ส่งกลิ่นหอมกระจายทั่วราวกับดวงดาวสีเหลืองบนฟากฟ้า เรียงสง่าดั่งรวงผึ้ง

จากข่าวที่นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรัฐมนตรี พร้อมด้วยคู่สมรสได้ร่วมพิธีทำบุญ 5 ศาสนา ที่ตึกสันติไมตรี และเป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรม “จิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจ” ร่วมกิจกรรมรอบๆ ทำเนียบรัฐบาล นายกรัฐมนตรีปลูก “ต้นรวงผึ้ง” ต้นไม้ประจำพระองค์ เฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ 10 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ณ บริเวณหน้าตึกไทย ทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2561

นอกจากนี้ ข่าวการปลูกต้นรวงผึ้งก็มีตลอดมา ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม วันต้นไม้แห่งชาติ ได้รณรงค์เพื่อการปลูกต้นไม้ ทั้งไม้มงคลประจำจังหวัด ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ มีกิจกรรมตลอดมา ทั้งเป็นข่าวในสื่อออนไลน์ ข่าวในหนังสือพิมพ์ต่างๆ มากมายต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 ซึ่ง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “ประชารัฐร่วมใจ ปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน” ในการนี้นายกรัฐมนตรีได้ปลูกต้นรวงผึ้ง ที่จังหวัดราชบุรี

สำหรับคำกล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2561 นายกรัฐมนตรีกล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า ในโอกาสเดือนกรกฎาคม เป็นเดือนมหามงคล ที่ปวงชนชาวไทยจะได้เฉลิมฉลองวันพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเชิญชวนให้พสกนิกรชาวไทยทุกภาคส่วน ได้ร่วมใจกันแต่งกายด้วยสีเหลืองตลอดทั้งเดือน และได้เชิญชวนให้บ้านเรือน ชุมชน วัด โรงเรียน สถานที่ราชการ ได้ร่วมกันปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ โดยเฉพาะต้นรวงผึ้ง เป็นต้นไม้ประจำพระองค์ ซึ่งจะผลิดอกในช่วงวันพระราชสมภพ รวมทั้งร่วมกันปลูกต้นไม้มงคลประจำจังหวัด หรืออาจจะปลูกป่า เพื่อเป็นธนาคารมีอาหารชุมชน ตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9

ส่วนในภาครัฐ หรือเอกชนส่วนอื่นๆ โดยทั่วไปทุกภาคก็มีการส่งเสริมให้มีกิจกรรมดังกล่าวทั่วประเทศ ดังนั้น ในช่วงเดือนกรกฎาคม จึงมีข่าวว่าต้นกล้าต้นรวงผึ้ง ที่มีขายในตลาดต้นไม้หาซื้อได้ยาก และมีราคาสูงขึ้นมากหลายเท่าตัว อันมีผลพวงให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายเป็นอย่างยิ่งในปัจจุบัน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็มีการปลูกที่สวนหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่ พ.ศ. 2549

เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2561 ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร. สุรเกียรติ เสถียรไทย นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน กรรมการสภามหาวิทยาลัยและแขกผู้มีเกียรติ ได้ร่วมกันปลูกต้นรวงผึ้ง ต้นไม้ประจำพระองค์ เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในพิธีเปิดอาคาร 12 (อาคาเรียนรวม)

ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2561 กรมป่าไม้ ได้เพาะชำต้นรวงผึ้ง ต้นไม้ทรงปลูกไว้ จำนวน 10,000 ต้นกล้า รวมทั้งไม้ดอกสีเหลืองอื่นๆ รวมมากกว่า 2 ล้านกล้า เพื่อแจกให้ประชาชนที่สนใจนำไปปลูกเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อเฉลิมพระเกียรติ สำหรับในช่วงนี้เมล็ดพันธุ์ต้นรวงผึ้งหายาก ทำให้ในท้องตลาดมีราคาสูง

สำหรับพื้นที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ “สวน 100 ปี หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ” ข้างตึกหอสมุดกลาง (เดิม) ปัจจุบันมีอาคารหอสมุดใหม่ “อาคารเทพรัตนวิทยาโชติ” ได้ปลูกต้นรวงผึ้ง วันที่ 2 กันยายน 2560 ในโครงการวันพัฒนาและปลูกต้นไม้ มก. ร่วมปลูกต้นรวงผึ้ง ไว้ประมาณ 20 ต้น ปัจจุบันแต่ละต้นแตกกิ่งก้าน และสูงประมาณ 1 เมตรครึ่ง เชื่อว่าต่อไปอีกไม่กี่ปี อาจจะเรียกกันว่า “ป่ารวงผึ้ง” ก็คงจะมองเห็นภาพ

ถ้าหากย้อนไปเมื่อ 13 ปีก่อน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ได้ทรงปลูกต้นรวงผึ้ง เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2548 เป็นการส่วนพระองค์ บริเวณหน้าตึกศาสตราจารย์คุณชวนชม จันทรเปารยะ ภาควิชาคหกรรมศาสตร์ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ซึ่งบัดนี้มีลำต้นสูงใหญ่ ทรงพุ่ม กิ่งก้านสาขาแผ่ร่มเงาเป็นที่ชื่นชม และเป็นสิริมงคลยิ่งนัก

ต้นรวงผึ้ง มีชื่อเรียกอื่นๆ ทางเหนือ เรียก ดอกน้ำผึ้ง กรุงเทพฯ เรียก สายน้ำผึ้ง มีชื่อสามัญว่า Yellow Star อยู่ในวงศ์ Tiliaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ Schoutenia glomerata King ssp.peregrina Rockm. เป็นพรรณไม้ไทยอันทรงคุณค่า เนื่องจากเป็นต้นไม้ประจำพระองค์ รัชกาลที่ 10 เนื่องจากออกดอกในช่วงเดือนพระราชสมภพ ดอกสีเหลืองอร่ามโดดเด่น ส่งกลิ่นหอมชื่นใจ ปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับ ในลักษณะต้นสูงใหญ่ ให้ดอกสีสันสวยงาม ยามแหงนมองขึ้น เห็นดอกสีเหลืองอร่ามกระจายดั่งดวงดาวประกายแสงเหลืองทองบนฟากฟ้าแดนสรวง ดังชื่อสามัญที่เรียกว่า Yellow Star

ต้นรวงผึ้ง จัดอยู่ในกลุ่มต้นไม้ขนาดเล็ก สูง 6-8 เมตร แตกกิ่งก้านจำนวนมาก แต่ละกิ่งก้านแข็งแรง มีเรือนยอดเป็นพุ่มกลมทึบ เปลือกสีน้ำตาลปนขาว ใบเป็นชนิดใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับรูปรี แกมขอบขนาน มีส่วนกว้างไม่เกิน 3 เซนติเมตร แต่ความยาวใบสมบูรณ์ ยาวถึง 10 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบสังเกตจะมองเห็นว่าเบี้ยว มีเส้นใบออกจากโคนใบ ใบสีเขียวแก่ แต่ใต้ใบเป็นสีอ่อน และเป็นเกล็ดเล็กๆ รวมทั้งก้านใบมีขน

ช่อดอกมีสีเหลืองเข้ม เหมือนทองเหลืองใหม่ๆ ออกช่อเป็นกระจุกแน่นตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ส่วนของกลีบเลี้ยงมีโคนเชื่อมกัน ปลายแยกเป็น 5 แฉก คล้ายรูปดาว ไม่มีกลีบดอก แต่เมื่อดอกย่อยบานจะบานอยู่ได้นาน พร้อมทั้งมีกลิ่นหอมอ่อนๆ แม้ว่าฤดูดอกบานของแต่ละต้นจะไม่พร้อมกัน เพราะขึ้นอยู่กับสภาพแต่ละภูมิประเทศและภูมิอากาศ รวมทั้งมีอิทธิพลของความชื้นจากสภาพดินได้ด้วยเช่นกัน เมื่อออกดอกจะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ตลอดวัน บานได้นานกว่า 7-10 วัน ยามดอกบานพร้อมกันทั้งต้น จะดูสวยงามเหลืองอร่ามตาระรวยกลิ่นหอมชื่นใจ

ในสภาพนิเวศวิทยา ต้นรวงผึ้งจัดเป็นไม้กลางแจ้ง เติบโตได้ในสภาพแล้ง ไม่มีน้ำขัง จึงจะมีดอกดกสีเหลืองเต็มต้น แต่ถ้าหากเป็นพื้นที่ชื้นแฉะมีน้ำขัง ก็อาจจะออกดอกประปราย ในระยะติดดอกโดยปกติจะอยู่ในช่วงระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม เมื่อดอกพัฒนาเป็นผล จะมีผลแห้งทรงกลม มีขน ไม่ปริแตก ผลเล็กๆ ขนาด 0.5-1.0 เซนติเมตร

สำหรับการขยายพันธุ์และปลูกเลี้ยง ใช้วิธีตอนกิ่งและปักชำกิ่ง หรือใช้การเพาะเมล็ดก็ได้ การตอนกิ่งจะเป็นวิธีที่เหมาะสม แต่อาจจะต้องใช้ฮอร์โมนในการเร่งรากจึงจะได้ผลดี การตอนกิ่ง ซึ่งรากจะออกได้ในเวลาเพียง 1 เดือน สามารถปลูกให้ออกดอกได้ในกระถาง ปลูกเลี้ยงง่าย ทนทาน ชอบดินร่วน ระบายน้ำได้ดี ชอบพื้นที่แสงแดดส่องถึง หรือแดดจัด เป็นไม้พุ่มใหญ่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงาได้ดี

ในช่วงที่ต้นรวงผึ้งออกดอกเหลืองสะพรั่งเต็มต้น ในแต่ละช่วงฤดูกาล จะมีผึ้งจำนวนมากบินว่อนรอบพุ่มต้นรอบช่อดอก และดูดกินน้ำหวานจากดอก ผู้คนที่กลัวผึ้งต่อยจึงไม่ค่อยนิยมปลูกไว้ใกล้ตัวบ้านมากนัก เพราะจำนวนผึ้งเมื่อบินตอมดอก เป็นกระจุก บินพร้อมกันเป็นกลุ่มใหญ่ ได้ยินเสียงหึ่ง…ตลอดเวลา รวมทั้งเมื่อลมพัดกิ่งใบดอกแกว่ง ผึ้งก็แตกตื่นบินกระจายพร้อมกัน ทำให้เกิดความกังวลจากผึ้งต่อย แต่ถ้าสำหรับผู้ที่ไม่กลัว จะมองเห็นเป็นภาพธรรมชาติระหว่างดอกรวงผึ้งสีเหลืองเข้ม มีแสงแดดส่องเป็นประกายเกสร และฝูงผึ้งบินว่อนสวยงาม

เมื่อกล่าวถึงต้นรวงผึ้ง แล้วก็ชวนให้จินตนาการต่อถึง “น้ำผึ้ง” เนื่องจากชื่อเรียกอีกหลายชื่อของต้นรวงผึ้ง มีทั้งเรียก ต้นสายน้ำผึ้ง และดอกน้ำผึ้ง จะเห็นว่า คำว่า “น้ำผึ้ง” เข้ามาเกี่ยวข้อง จึงคิดถึง “น้ำผึ้งรวง” คำที่เรียกหาน้ำหวาน ที่ตัวผึ้งเก็บจากน้ำต้อย หรือน้ำหวาน จากต่อมน้ำหวานของดอกไม้ แล้วเอามาสะสมไว้ในรังผึ้งหรือรวงผึ้ง เพื่อเลี้ยงตัวอ่อน และน้ำผึ้งส่วนนี้ที่บีบออกมาจากรวงผึ้งในรังผึ้งนี้ เราก็เรียกกันว่า “น้ำผึ้งรวง” ผลิตผลนี้เองที่เป็นที่ปรารถนาของทุกชนชั้น

น้ำผึ้งรวง หรือน้ำผึ้งป่า เป็นโอสถวิเศษใช้เป็นทั้งอาหารและยา คือใช้เป็นน้ำกระสายยาอย่างดี ผสมกับผงยาเพื่อปั้นเป็นยาลูกกลอน ตัวน้ำผึ้งจะใช้ทาแผลก็ได้ กินเป็นยาบำบัดโรค ปรุงอาหารคาวหวานได้ทุกอย่าง สมัยโบราณยังใช้แช่อวัยวะ แช่เนื้อไม่ให้เน่าเปื่อยได้ มีสูตรยาที่ใช้น้ำผึ้งในตำราพระโอสถพระนารายณ์ จึงมีคำที่รู้จักกันว่า “ทุเลาธาตุ” โดยวิธีเคี่ยวน้ำผึ้งให้เป็นยางมะตูม จึงนำผงยาปรุงจะบด ปั้น รวมตัวยาทั้งหลายด้วยกัน ใช้ประโยชน์รับคุณค่ามาแต่โบราณกาล

ความหวานและความหอมจากน้ำผึ้งก็เป็นที่มาของคำเปรียบเทียบเปรียบเปรยหลายคำที่รู้เข้าใจโดยไม่ต้องมีคำอธิบาย อย่างบทเพลง “หยาดเพชร” ที่กล่าวว่า ถึงความสวยงามเป็นเพชรน้ำหนึ่ง แต่เมื่อเอ่ยถึงความหวานกลับร้องว่า “หวานปานน้ำผึ้งเดือนห้า” น้ำผึ้งเดือนห้า มีคุณค่าของความหวาน จากหลักการปริมาณความชื้นในอากาศเดือนห้าหน้าแล้ง ทำให้ความเข้มข้นของน้ำผึ้งมีมาก ประกอบกับในช่วงฤดูนี้มีเกสรดอกไม้หลากหลายชนิด จะเป็นแหล่งรวมสมุนไพรจากดอกไม้หลายพันธุ์ จึงเป็นคุณค่าจากน้ำผึ้งรวง หรือน้ำผึ้งป่า ที่ทุกคนเรียกหาตลอดมา

แม้เพียงน้ำผึ้งเดือนห้ายังหวานขนาดนี้ แล้วถ้าน้ำผึ้งเดือนห้าจากต้นรวงผึ้งอย่างเดียว จะหวานและหอมสักเพียงใด…คงได้แต่…ขอเพียงฝัน

 

เพลง ต้นรวงผึ้ง

ขับร้อง นางสาวสัมฤทธิ์ ตระสินธ์
เรียบเรียงดนตรี นายสมบูรณ์ ปาราชิตัง
เนื้อร้อง-ทำนอง นายอนุรักษ์ จินดาศิริพันธ์
เผยแพร่ 4 ธันวาคม 2017

ดอกไม้นี้มีชื่อว่าดอกรวงผึ้ง ตรึงใจนักไม้พุ่มชุ่มฉ่ำดวงใจ รวงผึ้งหมายตาประชาคงสุขทั่วไทย สวยผุดผาดบาดใจ พอกระทัยแห่งองค์ราชัน

รวงผึ้งงามบุปผาผการาชัน ประจำรัชกาลที่ 10 ของปวงชาวไทย รวงผึ้งชูช่อ ผลิดอกวันสำคัญเทิดไทย 28 กรกฎาคราใด เหลืองสดใสทั่วทั้งแผ่นดิน

สูงยิ่งกว่าทรัพย์ นับว่าเป็นหนึ่ง คือดอกรวงผึ้ง สวยซึ้งตรึงจิตเปรมปรีดิ์ ดอกไม้ราชัน มหัศจรรย์ เบ่งบานวันที่ ราชสมภพนฤบดี สง่าราศรี รวงผึ้งยืนยง

รวงผึ้งงามยามยลดลตาระหง ดั่งใจซื่อตรง ทองพสกนิกรบดินทร์ ชูช่อผุดผาด ราชผกาขององค์ภูมินทร์ ผลิดอกเทิดพระเจ้าแผ่นดิน ทั่วนครินทร์จงรักภักดี

 

เพลง รวงผึ้ง ต้นไม้ประจำรัชกาลที่ 10

ขับร้อง ครูยุบล สกุลทอง
เรียบเรียงดนตรี สุดกมล สุนาคราช
คำร้อง-ทำนอง อนุรักษ์ จินดาศิริพันธ์
เผยแพร่ 10 กรกฎาคม 2018

หอมหวานปานดั่งน้ำผึ้ง ดอกไม้งามนามรวงผึ้ง หอมซาบซึ้ง สวยตราตรึง ดอกไม้ ดอกสายน้ำผึ้ง หอมยวนเคล้าคลึง ตรึงชีวัน

หอมชื่นใจคล้ายน้ำผึ้ง หอมติดตรึงซึ้งในอารมณ์ เกินคำเสกสรร รำพันชื่นชม ต้นรวงผึ้ง จึ่งภิรมย์ สมเป็นต้นไม้ประจำรัชกาล

พระองค์ทรงโปรดพรรณไม้ ต้นรวงผึ้งซึ่งชาวไทย ควรปลูกไว้ทั่วเมืองไทย รวงผึ้งพรรณไม้เมืองไทย ต้นไม้มงคล รวงผึ้งนี้

เหลืองเรืองรองท้องถิ่นแดนไทย ด้วยชาวไทย รักสามัคคี ร่วมมือร่วมใจ สุขใจเปรมปรีดิ์ ใจจงรักและภักดี ปลูกต้นไม้รวงผึ้ง

บทความก่อนหน้านี้สมาคมโรคไตฯ เตือนคนฟอกเลือด ระวัง ‘เห็ดหลินจือ’
บทความถัดไปหนุ่มอุทัยธานี เพาะปลากัดยักษ์ขาย รายได้ไม่เป็นรองใคร