เลี้ยงตะพาบน้ำ ราคา ถูก-แพง ขึ้นอยู่ที่ขนาดตัว

คุณปัทมา คงสำราญ อยู่บ้านเลขที่ 138/3 หมู่ที่ 3 ตำบลวังลึก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี เลี้ยงตะพาบน้ำเป็นอาชีพ สร้างรายได้ให้กับเธอได้เป็นอย่างดี

คุณปัทมา เล่าให้ฟังว่า เดิมทีทำไร่ทำสวนและได้นำผลผลิตขายตามตลาดเช้า จึงทำให้ได้รู้จักกับเกษตรกรรายหนึ่งซึ่งได้เลี้ยงตะพาบน้ำมาก่อน ทำให้คุณพ่อและคุณแม่ของคุณปัทมา เกิดความสนใจในการเลี้ยงตะพาบน้ำ จึงได้ไปศึกษากับเกษตรกรรายดังกล่าวที่มาแนะนำ ซึ่งตะพาบน้ำที่นำมาเลี้ยงเป็นตะพาบพันธุ์ไต้หวัน เหตุที่ไม่สามารถนำตะพาบน้ำพันธุ์ไทยมาเลี้ยงได้ เนื่องจากตะพาบน้ำพันธุ์ไทย ยังถือว่าเป็นพันธุ์สัตว์น้ำที่ได้รับการคุ้มครอง จึงได้นำลูกตะพาบน้ำพันธุ์ไต้หวันมาเลี้ยงแบบระบบเนื้อมาปล่อยลงบ่อ

“ตะพาบเลี้ยงเนื้อ เราไม่ต้องจัดการอะไรมาก เพราะว่าตลาดที่เราต้องการส่ง มันมีอยู่แล้ว เป็นของที่ตลาดต้องการ ช่วงที่ตลาดต้องการ ตอนที่เริ่มทำ เมื่อปี 2538 เรียกได้ว่า ทำมาเกือบ 20 ปี แล้ว” คุณปัทมา กล่าว

ตะพาบน้ำที่นำมาเลี้ยงครั้งแรก คุณปัทมา เล่าว่า มีจำนวน 2,000 ตัว ปล่อยลงในบ่อดิน ขนาด 15×20 เมตร ใส่น้ำให้มีระดับ 80 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร

“ในปีแรกๆ ที่ทำจะใช้บ่อดิน เพราะเป็นการประหยัดต้นทุน เมื่อฟาร์มมีขนาดใหญ่ขึ้นก็เริ่มทำบ่อปูน การทำบ่อปูน จะขุดให้ได้ระดับราดเอียงที่ 45 องศา แต่ขอบบ่อ ควรมีกระเบื้องสูงประมาณ 40-60 เซนติเมตร เพื่อกันตะพาบออกจากบ่อ” คุณปัทมา เล่าถึงวิธีการเตรียมบ่อ

อาหารที่ให้ตะพาบน้ำกินจะเป็นปลาบด อาหารหมู อาหารปลาดุก ผสมกับข้าว ทำให้ลดต้นทุน เพราะข้าวที่นำมาเป็นส่วนผสม

“การให้อาหารที่ดี ควรวางด้านใดด้านหนึ่งของบ่อ หรือด้านที่วิดน้ำออก และให้พ้นจากผิวน้ำ 1-2 เซนติเมตร คอยสังเกตดู ซึ่งตะพาบจะกินอาหารหมดภายใน 2-3 ชั่วโมง ถ้าหมดก่อนเวลาที่กำหนด ควรเพิ่มอาหาร หรือหมดหลังจาก 3 ชั่วโมง ควรลดปริมาณอาหารลง มิเช่นนั้นน้ำในบ่อ อาจเกิดการเน่าเสียจากอาหารที่ให้มากไปเกินความจำเป็น” คุณปัทมา กล่าว

การป้องกันโรค ในช่วงฤดูฝนจะมีการใช้สารปฏิชีวนะหลายตัว เพื่อป้องกันโรคที่จะเกิดกับตะพาบน้ำ การใช้แต่ละครั้งก็จะดูความเหมาะสมของฤดูกาล ยาที่ให้จะมีทั้งผสมกับอาหารให้ตะพาบน้ำกิน และสาดลงบ่อ อาจเรียกได้ว่าเป็นความชำนาญของเจ้าของฟาร์มที่จะต้องรู้โดยประสบการณ์ ว่าแต่ละช่วงควรดูแลอย่างไร
ลูกตะพาบน้ำ
ลูกตะพาบน้ำ

“ช่วงต้นฤดูฝนตะพาบ จะมีอาการอ่อนแอ พอเรารู้ว่าช่วงฝนจะมา เราอาจจะต้องให้ยากันไว้ก่อน โดยให้อาทิตย์เว้นอาทิตย์ และช่วงที่น่าเป็นห่วงอีกที ก็ช่วงปลายฤดูหนาวจะเกิดโรคที่ค่อนข้างน่าเป็นห่วง ช่วงฤดูหนาวถ้าอากาศหนาวตะพาบจะเจริญเติบโตช้า เนื่องจากกินอาหารได้น้อยลง เมื่อเติบโตช้าทำให้แบคทีเรียเข้าไปได้ง่าย อาจทำให้ตะพาบอ่อนแอและตายได้” คุณปัทมา อธิบายถึงการเกิดโรคในแต่ละฤดูกาล

คุณปัทมา บอกว่า ขนาดไซซ์ของตะพาบน้ำที่ตลาดต้องการ อยู่ที่อายุประมาณเกือบ 8 เดือน ถึง 1 ปี ซึ่งจะมีน้ำหนักอยู่ที่ 800 กรัม ถึง 1 กิโลกรัม ต่อตัว ราคาจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 220 บาท ซึ่งราคาจะแพงไปตามขนาดไซซ์ ยิ่งตะพาบน้ำมีขนาดใหญ่ ราคาก็จะยิ่งแพง ถ้ามีขนาด 1.5 กิโลกรัม ขึ้นไป จะขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 320 บาท

ตะพาบน้ำขนาดไซซ์ที่ตลาดต้องการ
ตะพาบน้ำขนาดไซซ์ที่ตลาดต้องการ

“จะไม่ค่อยได้จับขายหน้าฟาร์ม เพราะการที่ลงไปจับในบ่อ หรือไปกวนตะพาบอาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บ จะทำให้เกิดโรคตามมา ซึ่งส่วนใหญ่จะวิดน้ำทั้งบ่อ แล้วจับตะพาบขายทีเดียว เมื่ออายุครบกำหนดตามที่ต้องการของคนที่มารับซื้อ” คุณปัทมา กล่าว

จึงเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่น่าจับตามอง เพราะปัจจุบันตะพาบน้ำกำลังได้รับความนิยมและสามารถประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู 

 

บทความก่อนหน้านี้ระบบบัญชี รากฐานความโปร่งใสในขบวนการสหกรณ์
บทความถัดไปปลูกมะนาวด้วยผักตบชวาในวงบ่อซีเมนต์ ติดผลดกตลอดปี