อยู่ไม่ได้แล้ว! ชาวสวนมะพร้าวนัดชุมนุมใหญ่ เข้ากรุงจี้รัฐแก้ปัญหาราคาตก

เมื่อ วันที่ 23 กันยายน นายพงษ์ศักดิ์ บุตรรักษ์ แกนนำเครือข่ายชาวสวนมะพร้าว จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ภาคีเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนมะพร้าว จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีพื้นที่ปลูกมากที่สุดในประเทศ และชาวสวนอีกหลายจังหวัดภาคใต้ ได้เชิญนักกฎหมายมาชี้แจงรายละเอียดการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. การชุมนุมในที่สาธารณะ จากนั้นจะรวมตัวเดินทางไปชุมนุมที่ กทม. ไม่น้อยกว่า 10 คันรถบัสภายในเดือนตุลาคมนี้ เพื่อยื่นข้อเรียกร้องที่หน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ ขอให้ผู้มีอำนาจในรัฐบาลให้ความสนใจเร่งแก้ปัญหาราคามะพร้าวผลตกต่ำในปัจจุบัน จากเดิมราคาผลละ 20-23 บาท เหลือเพียง ผลละ 3-4 บาท โดยนำข้อเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการกำหนดราคากลาง ผลละไม่ต่ำกว่า 15 บาท และการนำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศให้รัฐบาลพิจารณา ทั้งการชะลอนำเข้ามะพร้าวผล น้ำกะทิ มะพร้าวขาวแช่แข็ง

“ขอให้กระทรวงพาณิชย์ทบทวนระเบียบการนำเข้า โดยให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมน้ำกะทิเป็นผู้นำเข้า พร้อมเสนอข้อมูลการนำเข้าย้อนหลัง 2 ปี ก่อนประกาศนำเข้า ต้องสอบถามข้อมูลผลผลิตในประเทศจากกระทรวงเกษตรฯ ให้ชัดเจน พร้อมรับฟังความเห็นจากประชาชนอย่างทั่วถึง นอกจากนั้น ขอให้มีบทลงโทษผู้กระทำผิดเงื่อนไขการนำเข้าและขอให้หน่วยงานระดับจังหวัดกวดขันการลับกลอบนำเข้ามะพร้าวเถื่อนจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวด้าน นายกิตติวงศ์ แสงสุวรรณ แกนนำเครือชาวสวนมะพร้าว อ.ทับสะแก กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการรับซื้อผลผลิต หรือ “ล้งมะพร้าว” ในจังหวัดประสบปัญหาผลผลิตตกค้างกว่า 10 ล้านผล ทำให้ไม่สามารถรับซื้อผลผลิตจากชาวสวนได้ตามปกติ ขณะที่เจ้าของ “ล้ง” ยอมขาดทุนด้วยการนำมะพร้าวงอกไปแปรรูปเป็นน้ำมันมะพร้าว และชาวสวนต้องนำมะพร้าวผลไปแปรรูปเป็นมะพร้าวขาวเพื่อขายให้โรงงานผลิตน้ำกะทิส่งออก โดยโรงงานรับซื้อแต่จำกัดโควต้า

“ต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐทั้งส่วนกลางและระดับจังหวัด ไม่ได้ให้ความสนใจดำเนินการตามข้อเรียกร้องให้เป็นวาระสำคัญเร่งด่วน ขณะที่การแก้ปัญหาจาก มติ ครม. โดยยุติการนำเข้าเพียง 3 เดือน ขณะนี้ใกล้สิ้นสุดระยะเวลาในเดือนตุลาคมนี้ แต่ราคาผลผลิตยังไม่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระยะสั้น ดังนั้น ทางออกของเกษตรกรชาวสวนหลายพื้นที่ต้องยึดหลักพึ่งพาตนเอง โดยรวมตัวจัดตั้งสหกรณ์เพื่อให้มีอำนาจในการต่อรอง ให้เกิดเสถียรภาพของกลไกราคาและป้องกันผลกระทบในระยะยาว” นายกิตติวงศ์  กล่าว

ที่มา : มติชนออนไลน์