กินอัลมอนด์แช่น้ำ ดีต่อสุขภาพ

ใครอยากกิน “อัลมอนด์” ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขอแนะนำให้กินแบบ “อัลมอนด์ – แช่น้ำ” ทั้งนี้ จากการศึกษาเรื่องการบริโภคอัลมอนด์แช่น้ำ ของ สุตานันท์ ธนาธันย์นิธิป นักวิทยาศาสตร์ประจำโครงการเสริมสร้างอุตสาหกรรมชีวภาพจากนวัตกรรม (Pilot Plant) มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า หากแช่น้ำอัลมอนด์ก่อนนำมารับประทาน จะช่วยให้การบดเคี้ยวและการย่อยอัลมอนด์ได้ง่ายขึ้น

ขั้นตอนการทำ “อัลมอนด์ – แช่น้ำ” เริ่มจากคัดเลือกอัลมอนด์ที่ปลูกโดยวิธีธรรมชาติ หลังจากนั้น จึงค่อยนำเมล็ดอัลมอนด์ไปแช่ตามขั้นตอนดังนี้ 1.ใส่อัลมอนด์ลงในภาชนะแก้วที่สะอาด 2.ใส่น้ำดื่มสะอาด 2 ถ้วย ต่ออัลมอนด์ครึ่งถ้วย 3.แช่ไว้ข้ามคืน 4.เช้าวันรุ่งขึ้นเทน้ำออก และเก็บในภาชนะปิดสนิท หรือถุงพลาสติก แล้วเอาเข้าตู้เย็นทันทีหากยังไม่บริโภค 5.การเก็บในภาชนะที่สะอาดและมิดชิดจะเก็บได้นาน 1 สัปดาห์

ขั้นตอนการทำ “อัลมอนด์ – แช่น้ำ” โดยแช่อัลมอนด์ข้ามคืน ประมาณ 10-12 ชั่วโมง จากนั้นเทน้ำออก ล้างให้สะอาดอีกครั้ง และเก็บในภาชนะดังที่ได้กล่าวมาแล้ว เมื่อนำไปแช่ในตู้เย็นไว้อีก 1-3 วัน จะเห็นอัลมอนด์ต้นอ่อนงอกออกมา ซึ่งเป็นวิธีที่แน่ใจที่สุดว่าเอนไซม์ lipase ได้ออกมาเพื่อเตรียมย่อยไขมันกันแล้ว

อัลมอนด์ (Almond) มีชื่อวิทยาศาสตร์ Prunus amygdalus (Prunus dulcis) อยู่ในวงศ์ Rosaceae มีถิ่นกำเนิดแถบตะวันออกกลาง เอเชียตอนใต้ แอฟริกาเหนือ เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบ สูงปานกลาง 13-33 ฟุต ผลยาว 3.5-6 เซนติเมตร ทั้งนี้ อัลมอนด์ไม่ได้อยู่ในกลุ่มถั่วเปลือกแข็ง (nut) แต่มีผลเดี่ยวแบบพลัม เชอร์รี่ แอพริคอต มีเปลือกนอกหนา แข็ง ภายในมีเมล็ดอยู่ อัลมอนด์ที่ขายอยู่ทั่วไปมักเอาเปลือกออกแล้ว

อัลมอนด์ จัดว่ามีสารอาหารมากที่สุดหากเทียบกับถั่วเปลือกแข็งทั้งหมด การบริโภคอัลมอนด์ดีต่อสุขภาพอย่างมาก โดยเฉพาะการบริโภคอัลมอนด์ที่แช่น้ำ เต็มไปด้วยวิตามินอี โปรตีน แร่ธาตุแมกนีเซียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส ไนอะซิน และกรดไขมันไม่อิ่มตัว ชนิดโอเมก้า-3 และโอเมก้า-6

นอกจากนี้ อัลมอนด์แช่น้ำยังดีต่อสุขภาพในด้านต่างๆ คือ 1.ช่วยให้การย่อยอาหารดีขึ้น เพราะเมื่อแช่อัลมอนด์ตัวยับยั้งเอนไซม์ซึ่งป้องกันการงอกของเมล็ดจะถูกทำลายไป ทำให้ร่างกายย่อยอัลมอนด์ได้ง่ายขึ้น การแช่น้ำอัลมอนด์ยังช่วยให้ปล่อยเอนไซม์ lipase ออกมาย่อยพวกไขมันด้วย 2.ช่วยลดน้ำหนัก ไขมันชนิดไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวในอัลมอนด์จะช่วยลดความอยากอาหาร ทำให้การรับประทานอาหารลดลง ซึ่งมีผลต่อน้ำหนัก

3.ป้องกันการเกิดโรคระบบหลอดเลือดหัวใจ โดยช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ดีเยี่ยม เพราะไปเพิ่มไขมันที่มีความหนาแน่นสูง high density lipoprotein (HDL) ที่มีสัดส่วนของโปรตีนประมาณ 50% ซึ่งเป็นไขมันที่ดีสำหรับหลอดเลือดแดง เพราะจะป้องกันไม่ให้ไขมันที่ไม่ดี คือ คอเลสเตอรอล, ไตรกลีเซอไรด์ และ LDL (lower density lipoprotein) ไปพอกสะสมในหลอดเลือดแดง ถ้ามีระดับ HDL ในเลือดต่ำ ก็จะเพิ่มโอกาส เพิ่มปัจจัยเสี่ยงในการเกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง เช่น โรคหลอดเลือดสมอง หรือหลอดเลือดหัวใจตีบ และอัลมอนด์ที่แช่น้ำยังไปลด LDL อีกด้วย ทั้งยังลดการอักเสบของเส้นเลือดที่มาเลี้ยงหัวใจ folic acid ในอัลมอนด์ช่วยสลายการอุดตันของเส้นเลือดที่มาเลี้ยงหัวใจ และได้วิตามินอี สารต้านอนุมูลอิสระซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจอีกด้วย

4.ป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง อัลมอนด์แช่น้ำประกอบไปด้วยวิตามินบี 17 ซึ่งจำเป็นมากสำหรับการต่อสู้กับมะเร็ง ทั้งวิตามินอี และไขมันอิ่มตัวต่ำในอัลมอนด์ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง ยิ่งไปกว่านั้นยังลดความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมอย่างมีนัยสำคัญ เพราะสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ที่พบในอัลมอนด์แช่น้ำจะไปยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอกได้

5.ป้องกันการเกิดโรคเบาหวานและช่วยลดความดันโลหิต โดยช่วยลดระดับน้ำตาลและเพิ่มความดันเลือด อัลมอนด์เป็นอาหารที่มีแคลอรีต่ำซึ่งจะช่วยลดปริมาณโซเดียม อินซูลิน และน้ำตาลในเลือด และยังไปเพิ่มการป้องกันจากสารอนุมูลอิสระและแมกนีเซียม ซึ่งทำให้ไม่เสี่ยงต่อเบาหวานและความดันโลหิตสูง และ 6.อัลมอนด์แช่น้ำดีสำหรับหญิงตั้งครรภ์ เพราะประกอบไปด้วย folic acid ที่จะไปลดอัตราการเกิดความผิดปกติของทารกแรกคลอด

ที่มา :  คอลัมน์ รู้ไปโม้ด :  น้าชาติ ประชาชื่น nachart@yahoo.com

บทความก่อนหน้านี้กรมอนามัยแนะปลูกต้นไม้ดักฝุ่น ‘ตะขบ- โมก-เบญจมาศ-เสน่ห์จันทร์แดง’
บทความถัดไป‘น้ำพริกผัดไก่’ จากไก่ไหว้ตรุษจีน โดย กฤช เหลือลมัย