ฟื้นชีวิต ข้าวชอง “แม่พญาทองดำ” โอสถทิพย์แห่งจันทบูร

ออกเสียงอ่านไปพร้อมๆ กัน ฮาย เคิ้ม นี่คือ ภาษา “ชอง” ภาษาพูดของชนเผ่า “ชอง” ที่แปลเป็นภาษาไทยว่า ข้าวหอม ฮาย แปลว่า ข้าว ส่วน เคิ้ม แปลว่า หอม เปิดเรื่องมาด้วยภาษาพูดของชนเผ่าชอง เพื่อนำเข้าสู่ความเป็นชนเผ่า “ชอง” พร้อมเสนอพืชหลักพื้นถิ่น กินกันทุกบ้าน สายพันธุ์ชอง คือ “ข้าวชอง” หนึ่งกำ ดำทั้งหม้อ หุงผสมข้าวไทย ผสานความอร่อยได้อย่างลงตัว

คุณสมเจตน์ แก้วแกมกาญจน์ (ผู้ชาย)

แต่ก่อนอื่น พี่น้องชองทั้งหลาย เขาเรียกสถานที่ที่อาศัยว่า จันทบูย (จัน-ทะ-บูย) คำนี้ไม่ได้สะกดผิดแต่อย่างใด แต่เพราะชนเผ่าชอง ออกเสียงอ่านคำว่า จันทบูร (จัน-ทะ-บูน) หรือ จันทบุรี ไม่ได้ จึงออกเสียงได้เพียงสั้นๆ ว่า จัน-ทะ-บูย แต่มีความหมายเดียวกับจังหวัดจันทบุรี ที่ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกของประเทศไทย

“จันทบูร” ดินแดนที่มีมนต์เสน่ห์ อย่างหาที่เปรียบมิได้ มนต์เสน่ห์ ในที่นี้คือ ความสมบูรณ์ของพืชพรรณธัญญาหารที่ขึ้นชื่อ ไม่ว่าจะเป็น ผลไม้ ผัก สมุนไพร หรือแม้แต่เครื่องเทศ ที่เป็นที่รู้จักกันทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ กระวาน เร่วหอม ลูกหย่อง ว่านม่วง ว่านสาวหลง หรือแม้แต่ หนึ่งเครื่องเทศชั้นยอด อย่างพริกไทยพันธุ์ดี เป็นต้น

อีกหนึ่งประวัติศาสตร์ด้านการเกษตร ที่มีมาแต่ช้านานคู่กับวิถีชนเผ่าชอง ผู้ครองป่าผืนไม่ใหญ่นัก ด้านฝั่งตะวันออกติดดินแดนเขมร แดนขะแมร์  นั่นก็คือ “ข้าวชอง” จดทะเบียนอย่างถูกต้อง ในนามชื่อ “ข้าวแม่พญาทองดำ” ที่ว่า “ข้าวแม่พญาทองดำ” เป็นข้าวชองนั้น เพราะเป็นสายพันธุ์ดั่งเดิมกำเนิดในพื้นถิ่นดินป่า ที่มีชนเผ่าชองอาศัยอยู่ และที่สำคัญปลูกโดยลูกหลานชาว “ชอง” แท้

แม่คุณ เล่าว่า (แม่คุณ คือ ยาย ชองแท้เรียกผู้เป็นแม่ของแม่ คือ ยาย ว่า แม่คุณ) สมัยก่อน พวกชอง นำต้นข้าว มาต้มกิน เป็นยารักษาโรค แต่แก้โรคอะไรได้บ้างนั้น จำไม่ได้

คุณสมเจตน์  แก้วแกมกาญจน์  เกษตรกรลูกหลานชาวชองแห่งพื้นที่ถิ่นชอง จังหวัดจันทบุรี วัย 50 ปี ซึ่งคุณลุงสมเจตน์ มีประสบการณ์ด้านการทำนามาตั้งแต่เด็กๆ กระทั่ง พ.ศ. 2518 ได้เริ่มเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวพื้นเมืองที่ขึ้นแซม “ข้าวพันธุ์” ที่ทางการมาเสนอปลูก โดยปลูกในพื้นที่ดินมรดก ตั้งอยู่ หมู่ที่ 5 ตำบลวังแซ้ม อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี โดยการปลูกข้าวตามฤดูกาลในทุกรอบของการปลูก ได้นำข้าวสายพันธุ์ต่างๆ ที่ทางการได้มาแนะนำปลูก และปลูกในพื้นที่ซึ่งจะเป็นข้าวไร่นาปี โดยในทุกๆ ที่ปลูกข้าว เกิดสิ่งแปลกที่สังเกตเห็น  คือ มีต้นข้าวขึ้นแซมลักษณะผิดแปลกไปจากสายพันธุ์ที่ทางการให้มา จนเกิดความสงสัย จึงเก็บเมล็ดรวงที่โดดเด่นนี้สะสมไว้ จนได้เมล็ดพันธุ์มากพอ จึงนำปลูกในผืนแปลงนาให้เป็นสายพันธุ์แปลกนี้ล้วนๆ และเมื่อนำมากิน โดยไม่ผสมกับสายพันธุ์ใด ปรากฎรสชาติที่อร่อย มีความแตกต่างขึ้นมาได้อย่างเด่นชัด ชนิดที่ไม่มีข้าวสายพันธุ์ไหนเหมือน

คุณสมเจตน์ เล่าต่อว่า เมื่อถามคนเฒ่าคนแก่ ก็ได้คำตอบว่า เป็นข้าวโบราณ พวกชองแท้ๆ ปลูกกินมาตั้งแต่สมัยแม่คุณ และใช้ข้าวนี้เป็นยา นำต้นข้าวมาต้มน้ำ กินต่างน้ำเป็นยา และจากการบอกเล่าต่อๆ กันมาว่า ในช่วงวัยของอายุต้นข้าว แต่ละช่วงนั้น  เมื่อนำต้นมาต้มกับน้ำสะอาดเพื่อกิน น้ำที่ได้จะมีรสชาติน้ำที่ออกขม และ รสชาติน้ำที่ออกหวาน ขึ้นกับช่วงอายุของข้าว

“ใครๆ บอกว่า ข้าวของผมคล้าย หอมนิล แต่ไม่ใช่นะ ไม่เหมือนเลย กินก็ไม่เหมือน ลักษณะการออกร่วง สีใบ ลักษณะเมล็ด ปลายเมล็ด ยอดรวง ความไวแสง อายุการเจริญเติบโต ระยะตั้งท้อง ตั้งธง ไม่เหมือน และทุกๆ กรณี ก็ไม่เหมือน อาจจะมีคล้ายอยู่บ้างก็เห็นจะเป็นสีที่สีดำคล้ำ แต่ของผมก็ดำอย่างที่เห็น ปลายจมูกข้าวดำสนิท รสชาติอร่อย นุ่มลิ้น เมื่อได้สัมผัสรส ไม่เหมือน ข้าวสายพันธุ์อื่นๆ”

คุณสมเจตน์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบัน เรียก ข้าวชอง ว่า ข้าวแม่พญาทองดำ อร่อย หอม นุ่มลิ้น เป็นข้าวที่มีรวงข้าวและเมล็ดที่สมบูรณ์  ที่สำคัญคนที่ชอบกินข้าวอ่อนหรือแข็งในระดับใด ก็มีเทคนิคทำ ซึ่งขึ้นอยู่กับระยะเวลาหลังการเก็บเกี่ยวข้าวก่อนนำมาสู่กระบวนการสี

ข้าวชอง “แม่พญาทองดำ” หนึ่งกำ ดำทั้งหม้อ เป็นข้าวไวแสน (ไวปานกลาง) ฤดูเพาะปลูกประเภท นาปี อายุเก็บเกี่ยว 120 วัน ระยะดำนาประมาณช่วงเดือน กรกฎาคม และเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนธันวาคม  ลำต้นมีลักษณะสูง 130 ถึง 150 เซนติเมตร ผลผลิตเก็บเกี่ยว 70 ถัง ต่อไร่ ลักษณะพิเศษ ลำต้นดำเข้ม ในส่วนของบริเวณ “โคนต้น” จากคอดินขึ้นมาประมาณ 30 เซนติเมตร , ลักษณะ ใบเรียวยาว มีสีดำเข้มในบริเวณ 3 ส่วนตลอดพื้นที่ของส่วนใบ ได้แก่ แกนกลางใบ (สันหลังของใบ) และขอบปลายใบทั้งสองด้าน อีกทั้งยังสังเกตเห็นได้ว่า ในใบข้าวมีน้ำเป็นยางใบข้าวสีดำ เมื่อใช้นิ้วขยี้ใบจะเป็นยางสีดำ ติดปลายนิ้ว ในส่วนของช่อรวงมีสีค่อนข้างดำคล้ำ เมล็ดข้าวเปล่งสมบูรณ์ แต่มีลักษณะเมล็ดที่สั้น  ปลายเมล็ดหรือจมูกข้าวมีสีดำสนิท

คุณสมเจตน์ บอกด้วยว่า ข้าวชอง เป็นข้าวที่ปราศจากสารพิษใดๆ เพราะใช้ปุ๋ยมูลสัตว์ คือ มูลไก่เลี้ยงเอง ได้มูลธรรมชาติ ในปริมาณปุ๋ย 25 กิโลกรัม ต่อแปลงนา 1 ไร่ ใส่ในช่วงการคราดดิน หรือช่วงการไถดิน ได้ทั้งช่วงไถดะหรือไถแปรก็ได้ ในส่วนของการให้น้ำสำหรับข้าวชองนี้ คุณสมเจตน์ ใช้วิธีวัดระดับน้ำ โดยเทคโนโลยีการใส่ท่อระบายน้ำ ไว้โดยรอบแปลงนา ประมาณ 3 ท่อ โดยฝังบริเวณคันนา ด้านขอบนอกของพื้นที่ (เป็นระบบการระบายน้ำออกเพื่อรักษาระดับ)  โดยระยะความสูงหากวัดระดับจากดินพื้นท้องนา ให้สูงขึ้นมาประมาณ 5-10 เซนติเมตรเท่านั้น และให้มีระดับน้ำที่หล่อเลี้ยงต้นข้าว ไว้เพียงระดับปากท่อที่ฝั่งในระยะดั่งที่กล่าวข้างต้น

ข้าวสายพันธุ์ชอง หรือ “แม่พญาทองดำ” นี้ อาจจะอยู่ในลักษณะ ที่เรียกว่า เป็นข้าวนาปี ก็ได้ ข้าวนาปรังก็ได้ ข้าวไร่ก็ได้ หรือจะเป็นข้าวภูเขาปลูกในที่ราบกลางหุบเขา พื้นที่บริสุทธิ์ ไร้สารเคมีจากพื้นที่ใกล้เคียง เป็นผืนนาโดดเดี่ยวกลางหุบเขาได้ยิ่งดี เพราะนี้คือ แผ่นดินแม่ที่อุดมสมบูรณ์ และคือสมบัติมรดกตกทอด จากบรรพบุรุษ พ่อชอง แม่ชอง

ติดต่อซื้อพันธุ์ข้าวและผลิตภัณฑ์ข้าวชองสำเร็จรูปพร้อมหุง ได้ที่ โทรศัพท์ 088-184-6636

บทความก่อนหน้านี้เอสซีจี จัดงาน “SD Day 2018” จุดประกายการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ขับเคลื่อนเครือข่ายความร่วมมือ เศรษฐกิจหมุนเวียนใน จ.ระยอง
บทความถัดไปโซนนิ่งยางพารา ต้องใช้จริงร่วมกับพืชเศรษฐกิจอื่นจึงจะเกิดประโยชน์