สวนยางตรังปรับตัว เลี้ยง ”ต่อหัวเสือ” สร้างรายได้

เกษตรกรสวนยาง ต.เขาไพร อ.รัษฎา จ.ตรัง รวมตัวเลี้ยงต่อหัวเสือเพื่อขาย หลังราคายางตกต่ำ เผยราคาดี 700 บาท/กก. สร้างรายได้กว่า 40,000 บาท ต่อการเก็บ 1 ครั้ง

นายณรงค์ ก่อสกุล เกษตรกรผู้เลี้ยงต่อหัวเสือ จังหวัดตรัง เปิดเผยว่า ขณะนี้เกษตรกรผู้ปลูกยางพาราในพื้นที่จังหวัดตรังได้เริ่มหันมาเลี้ยงตัวอ่อนต่อหัวเสือกันมากขึ้น หลังจากที่ราคายางพาราตกต่ำมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การบริโภคตัวอ่อนต่อหัวเสือกำลังได้รับความนิยม สามารถขายได้กิโลกรัม (กก.) ละ 700 บาท โดยใน 1 รัง ต่อหัวเสือจะมีปริมาณตัวอ่อนที่พร้อมนำไปจำหน่ายราว 2-3 กก. หรือบางครั้งมีปริมาณมากที่สุดถึง 5 กก. โดยจะเลือกเก็บเฉพาะตัวอ่อนที่มีอายุ 3-4 เดือน และเว้นช่วง 3 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน/ครั้ง ในส่วนของตนนั้นสามารถสร้างรายได้จากต่อหัวเสือได้ประมาณ 40,000-50,000 บาท จากการเก็บตัวอ่อน 1 ครั้ง

ในส่วนของการจัดจำหน่ายนั้น นอกจากจะจำหน่ายในพื้นที่จังหวัดตรังเองแล้ว ยังส่งไปขายยังจังหวัดอื่น ๆ เช่น จังหวัดนครศรีธรรมราช และกรุงเทพฯ อีกด้วย โดยตัวอ่อนต่อหัวเสือนั้นสามารถนำไปทำอาหารรับประทานได้สารพัดเมนู เช่น ต่อคั่วเกลือ ผัดกะทิ เป็นต้น

นายณรงค์ กล่าวต่อว่า เริ่มแรกที่ตนและเกษตรกรหลายรายในพื้นที่ ต.เขาไพร อ.รัษฎา จ.ตรัง เริ่มการเลี้ยงต่อหัวเสือ เนื่องจากชอบรับประทาน แต่มีราคาแพงและหารับประทานได้ยาก ประกอบกับราคายางพาราตกต่ำต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จึงเริ่มเลี้ยงไว้เพื่อรับประทานเอง และขยายรังเพิ่มขึ้นจนเหลือผลผลิตแบ่งขาย โดยในปัจจุบันเกษตรกรผู้เลี้ยงต่อหัวเสือตำบลเขาไพร สามารถขยายรังต่อหัวเสือรวมกันได้มากกว่า 50 รัง

“สำหรับการเริ่มต้นเลี้ยงต่อหัวเสือนั้น จะเริ่มต้นในช่วงเดือนพฤษภาคม โดยจะตามหารังต่อขนาดเล็กมาแขวนไว้ หลังจากมีการจัดเตรียมพื้นที่ไว้เรียบร้อยแล้ว

จากนั้นรังต่อที่มีขนาดเล็กจะค่อยๆ ขยายรังเพิ่มขึ้น โดยจำเป็นต้องมุงหลังคาเพื่อป้องกันฝน และแสงแดด เนื่องจากจะทำให้รังพังได้ง่าย ส่วนการให้อาหารตัวต่อนั้น เกษตรกรนิยมใช้น้ำหวานเป็นหลัก และนำเศษเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ ตั๊กแตน จัดวางไว้ใกล้รังตัวต่อ” นายณรงค์ กล่าว

นายณรงค์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับวิธีการเข้าไปเก็บรังต่อค่อนข้างเสี่ยงอันตราย โดยต้องเตรียมชุดป้องกัน ซึ่งทางกลุ่มได้ประดิษฐ์ชุดขึ้นเองจากวัสดุที่หาได้ทั่วไป รวมถึงมีการติดตั้งระบบระบายอากาศโดยใช้พัดลมดูดอากาศเข้าออกเพื่อให้มีอากาศไหลเวียนในขณะปฏิบัติงาน นอกจากนี้ ยังต้องมีการกันพื้นที่ไม่ให้บุคคลภายนอกเข้ามาเพื่อความปลอดภัยอีกด้วย

 

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์