อภัยภูเบศรชี้ “รางจืด” ช่วยล้างน้ำตาลในเลือด แต่ทำให้ตัวเย็น ป่วยเบาหวานระวัง

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ภญ.ผกากรอง ขวัญข้าว เภสัชกรชำนาญการ โรงพยาบาล (รพ.) เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่สูตรรางจืดล้างน้ำตาลในเลือด และกินใบมะยมสดหรือต้มรากเตยดื่มเพื่อฟื้นฟูตับอ่อนว่า ต้นรางจืดมีด้วยกัน 3 ชนิด คือ รางจืดต้น รางจืดเถา และว่านรางจืด ซึ่งรางจืดที่นิยมใช้และมีบรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติ คือ รางจืดเถา แต่จากการที่ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร มีการเก็บข้อมูลพบว่า รางจืดทุกชนิดช่วยล้างความเข้มข้นของสารพิษในร่างกาย และยังพบด้วยว่าในรางจืดมีสารช่วยปกป้องสมองจากสารตะกั่วและปกป้องตับจากพิษของแอลกอฮอล์ได้

“ส่วนการใช้รางจืดลดระดับน้ำตาลในเลือดนั้น เคยมีการทดลองในหนูพบว่า ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้จริง แต่ไม่มีการระบุว่าต้องกินรางจืดที่ความเข้มข้นมากน้อยขนาดไหนถึงจะได้ผล นอกจากนี้ รางจืดยังมีสรรพคุณลดความร้อนในร่างกายหากกินเป็นเวลานานอาจทำให้ร่างกายเย็น ส่งผลให้มือเท้าชา และเลือดลมเดินไม่สะดวก แต่หากรู้ทันแล้วหยุดกิน ร่างกายก็จะกลับมาเป็นปกติได้ แต่ในผู้ป่วยเบาหวานที่ปกติแล้วมักมีอาการชานั้น หากใช้รางจืดอีกก็จะเพิ่มความชา และทำให้ไม่รู้ว่าสาเหตุของอาการชาเกิดจากสาเหตุใด ดังนั้นหากจะเลือกใช้สมุนไพรช่วยลดน้ำตาลในเลือด ควรใช้สมุนไพรที่มีการศึกษาวิจัยที่ชัดเจน เพราะจะได้รู้ว่าควรกินในปริมาณเท่าใดจึงจะพอดี รวมถึงต้องรุู้กลไกการออกฤทธิ์ เพราะหากมีผลข้างเคียงจะได้รู้วิธีรักษา” ภญ.ผกากรองกล่าวและว่า ส่วนที่มีการะบุว่ากินใบมะยมสดร่วมกับรากเตย เพื่อช่วยฟื้นฟูตับอ่อนนั้น สรรพคุณของรากเตย คือ ลดระดับน้ำตาลในเลือด ส่วนก้านมะยมเคยมีการศึกษาในหนูทดลอง พบว่าช่วยลดน้ำตาลในเลือด คอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ นอกจากนั้น ยังมีแนวโน้มว่าจะทำให้การทำงานของไตในหนูดีขึ้นด้วย แต่ในกรณีที่ใช้ฟื้นฟูตับอ่อนนั้น ยังไม่มีการศึกษาที่แน่ชัด หากจะใช้ก็ควรมีการเฝ้าระวังติดตามผลเพื่อความปลอดภัยด้วย