นอร์เวย์ ดินแดนแห่งตะวันหลับดึก (ตอนจบ)

เข็มนาฬิกาบอกเวลา 2 ทุ่ม ขณะที่เรายังเดินเล่นอยู่บนถนนหิน ท้องฟ้าเหนือบ้านเรือนที่เรากำลังเดินซอกซอนยังแจ่มกระจ่าง มันเป็นเช่นนี้ทุกวันที่เราอยู่ที่นี่ กว่าดวงตะวันจะลาลับให้ความมืดเข้ามาแทนที่ เข็มนาฬิกาน่าจะบอกเวลา 3 ทุ่ม ขึ้นเหนือไปกว่านี้ที่ซึ่งมีแสงเหนือให้เฝ้ามองนั้น เขาว่ากว่าดวงตะวันจะมอดก็ปาเข้าไปเที่ยงคืน

บึงหลังกระท่อม

วันนี้อากาศดี ไม่มีฝน ถูกต้องตามคำพยากรณ์ ทุกวันคนที่นี่จะต้องเช็กพยากรณ์อากาศเพื่อจะได้รู้สถานการณ์ และพยากรณ์อากาศของเขาก็มักจะถูกเผงซะด้วย พวกเราเริงรื่นที่รู้ว่าอย่างน้อยที่สุดอากาศจะดีในช่วงที่เรากำลังจะเดินทางขึ้นภูเขา ไปพักผ่อนและทำงานแสดงสดเพื่อเก็บบันทึกด้วยภาพถ่าย สามีของศิลปินหญิงไทยมีบ้านหรือที่เขาเรียกว่ากระท่อมอยู่บนภูเขา เป็นบ้านมรดกตกทอดมาจากพ่อ ซึ่งมาสร้างบ้านหลังนี้ไว้บนภูเขา

เราออกเดินทางในตอนเช้าด้วยรถสองคัน อีกคันคือรถของริต้าศิลปินหญิงอีกคน มีข้าวของที่ต้องขนไปมากมายหรือจะใช้คำว่าล้นเหลือก็ไม่ผิด เจ้าบ้านต้องขนเสื้อผ้าของใช้ให้ความอบอุ่นไปเผื่อแขกจากเมืองไทยด้วย เพราะอากาศบนภูเขาหนาวกว่านี้มาก แล้วไหนจะมีอาหารเหลือที่ขนไปกินต่อบนภูเขา กับสิ่งของจิปาถะที่ล้วนจำเป็น   แล้วไหนจะกระเป๋าเดินทางของแต่ละคนที่ต้องแบกไป เพราะจากภูเขาเราจะไปต่อยังเมืองอุดเน่ที่จะมีงานศิลปะแสดงสด เราจึงต้องขนข้าวของกระเป๋าใหญ่ติดตัวไปด้วย

ส้วมนอกบ้าน

มันเป็นการเดินทางที่สนุกสนานและตื่นเต้นกับการจินตนาการไปถึงภูเขาที่สวยและหนาว ตามคำบอกเล่าของเจ้าบ้าน นึกภาพถึงกระท่อมน้อยบนภูเขาว่าจะเป็นเช่นไรหนอ

แล้วก็ไม่ผิดหวังเลย เมื่อรถจอดเทียบหน้าประตูบ้านหลังหนึ่ง ประตูไม้ที่ต้องดึงไม้ออกเหมือนประตูรั้วบ้านไร่ในชนบทของเรานั่นแหละ ที่เราเห็นนั้นจะเรียกว่ากระท่อมก็ได้ แต่หาใช่กระท่อมน้อยห้องเดียวมุงหลังคาจากหรืออะไรอย่างนั้น ทว่าเป็นกระท่อมไม้สนชั้นเดียวที่มีปล่องเตาผิง หลังคามีหญ้าขึ้นปกคลุมราวบ้านในนิทาน ตั้งอยู่บนเนินสูงที่รายล้อมด้วยต้นไม้ มองลงไปเบื้องล่างผ่านทิวไม้ไกลๆ เป็นบึงน้ำใหญ่

ภายในส้วมมีที่นั่งคู่

ภายในกระท่อมมีห้องนอนขนาดพอดี 3 ห้อง ห้องกลางของเจ้าของบ้านมีเตียงเดี่ยว ส่วนอีก 2 ห้อง มีเตียง 2 ชั้น สำหรับรับแขก มีห้องครัวและห้องโถงใหญ่ที่มีเตาผิงให้ความอบอุ่น ไว้นั่งพักผ่อนสนทนากัน ห้องน้ำก็มีน้ำอุ่นสะดวกสบายอยู่ในบ้าน นอกจากนี้ ยังมีห้องใต้ดินสำหรับเก็บข้าวของ แต่สิ่งที่ทำให้ทึ่งมากที่สุดคือ ห้องส้วม ซึ่งตั้งอยู่นอกตัวบ้าน เป็นส้วมหลุมแต่ทำมิดชิด มีโถนั่งแบบชักโครก ไม่ใช้น้ำ ถ้าส้วมมีกลิ่นเขาจะโกยขี้เถ้าลงไปดับกลิ่น ส้วมนี้มีสองโถนั่งเคียงกัน ฉันคิดว่าใครหนอจะเข้าส้วมพร้อมกันได้ ถึงแม้จะเป็นคู่รักที่ราวจะกลืนกินกันก็เถอะ

ย่านภูเขานี้มีชื่อเรียกว่า แฮมลักเกอร์ นอกจากอาณาบริเวณที่มีคนมาปลูกบ้านอยู่อาศัย ยังมีภูเขาหินแกรนิตสูงตระหง่านที่ผู้คนชอบเดินขึ้นไป ศิลปินชาวนอร์เวย์ที่มากับพวกเราเคยขึ้นไปบนภูเขาที่แลเห็นยอดลิบๆ นั่นกันทุกคน แต่ศิลปินชาวไทยปฏิเสธขอชื่นชมความงามของธรรมชาติอยู่แค่นี้พอ อากาศหนาวได้นั่งผิงไฟจิบเครื่องดื่มคุยกันก็ได้บรรยากาศขุนเขาโขแล้ว เจ้าบ้านยังจัดให้ปิ้งไส้กรอกในเตาผิงก็ยิ่งสมบูรณ์แบบของอารมณ์ชนบทเมืองหนาว

เมืองอุดเน่

เรามาพักผ่อนบนภูเขาและถือโอกาสทำงานศิลปะแสดงสดกับธรรมชาติ เก็บบันทึกไว้เป็นภาพถ่าย โดยแต่ละคนเลือกพื้นที่ของตัวเอง ฉันติดใจผืนน้ำใสที่สะท้อนเมฆและท้องฟ้าสวยงามมหัศจรรย์ นึกถึงโบกแม่น้ำโขงอันเกิดจากธรรมชาติสร้างทำ มวลน้ำหมุนตามฤดูกาล ลมและแดดขัดเกลาโขดหินจนลึกเป็นหลุมน้อยใหญ่

ฉันพูดกับศิลปินนอร์เวย์ว่า หากกระโจนลงไปในน้ำนี้ฉันอาจไปโผล่ที่โบกแม่น้ำโขงแถวอุบลราชธานีก็เป็นได้

เราพักผ่อนบนภูเขา 3 คืน ก็ต้องเดินทางกันต่อไปเมืองอุดเน่ ตามกำหนดการเราจะมีแสดงงานศิลปะที่นี่ วันเดินทางกลับฟ้าที่เคยใสเต็มไปด้วยเมฆครึ้มฝน เราคุยกันว่าช่างโชคดีช่วงที่ตอนเราอยู่บนภูเขาฟ้าสวยใสทุกวัน

กระท่อมน้อยบนภูเขา

ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงเราก็มาถึงท่าเรือเฟอร์รี่ข้ามไปเมืองอุดเน่ เป็นเมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ริมทะเล มีท่าเรือเชื่อมกับฝั่งแผ่นดินใหญ่ ฉันรู้สึกชอบเมืองเล็กๆ แห่งนี้แต่แรกเห็น และยิ่งประทับใจเข้าไปอีกเมื่อได้พบกับคนไทยที่อยู่ที่นี่ ได้ไปวัดไทยสายหลวงปู่ชา เพราะคนไทยที่นี่ส่วนใหญ่เป็นชาวอีสาน ได้กินข้าววัดให้หายคิดถึงกับข้าวไทย ด้วยว่ามื้อนั้นมีทั้งแกงส้ม ไข่พะโล้ ลาบ ข้าวมันไก่ ฯลฯ รวมไปถึงขนมไทยอย่าง ไข่หงส์ ที่ไม่นึกว่าจะมาเจอ

คนไทยที่เป็นเจ้าของสวนแอปเปิ้ลชวนเราไปเที่ยวสวนของเขา ไปไม่ไกลจากที่เราพัก ฉันตื่นเต้นกับแอปเปิ้ลสีชมพูสีแดง และไม่รีรอเมื่อเจ้าของสวนบอกว่าให้เก็บกินได้เลยเพราะปลอดสาร เราสนุกกับการเก็บแอปเปิ้ลกินสดๆ และถ่ายรูป ก่อนจะลากลับอย่างอ้อยอิ่งพร้อมสัญญาว่าถ้ามีโอกาสจะกลับมาอีกครั้ง

ระหว่างทาง

ประเทศนอร์เวย์ ไม่เคยอยู่ในจินตนาการของฉันมาก่อน ไม่เคยคาดฝันว่าจะได้มา และไม่คิดด้วยว่าที่นี่จะมีคนไทยมาอยู่กันมิใช่น้อย เมื่อได้มาพบมาเห็นฉันคิดว่าคงไม่ยากเลยถ้าเราจะมีโอกาสกลับมาอีกครั้งถ้าอยากมา

นอร์เวย์ เป็นประเทศที่รักษาสิ่งแวดล้อมเป็นเยี่ยม มีสวัสดิการดูแลประชาชนของเขาเป็นอย่างดี สมกับบันไดภาษีที่ค่อนข้างสูง จะว่าไปก็เหมือนรัฐเก็บเงินให้ไว้ใช้ยามแก่เฒ่า ต่างกับบ้านเรารัฐเก็บภาษีไปใช้เองเสียมากกว่าจะเก็บไว้ให้ประชาชน

ประเทศนอร์เวย์ อาจมีด้านลบและมุมมืดที่เราไม่เห็น แต่เท่าที่ได้สัมผัสนับว่าเป็นประเทศที่สวยงามน่าอยู่ ผู้คนสุภาพมีน้ำใจ ฉันยินดีที่จะกลับมาเยือนอีกครั้งสำหรับประเทศนี้ที่ตะวันลับฟ้ายามดึก

บทความก่อนหน้านี้ข้าวแต๋นธัญพืช : ต้องตา ของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรดีเด่น แพร่
บทความถัดไปปลูกดาหลา แต่ไม่ติดเมล็ด