“วิสาหกิจชุมชนยางพาราเหล่าทอง” ต้นแบบประชารัฐ จังหวัดบึงกาฬ

เมื่อวันที่ 19  ธันวาคม 2561 องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) บึงกาฬ และจังหวัดบึงกาฬ เจ้าภาพหลักในการจัด “งานวันยางพารา บึงกาฬ 2562” ได้เปิดเวทีเสวนาปราชญ์ชาวบ้าน ในหัวข้อ “วิสาหกิจชุมชนยางพาราต้นแบบ” โดย คุณธนวนิช ชัยชนะ ประธานวิสาหกิจชุมชนยางพาราเหล่าทอง จังหวัดบึงกาฬ

ต้นแบบประชารัฐ จังหวัดบึงกาฬ

คุณธนวณิช ชัยชนะ หรือ “คุณอ๊อด” เป็นเกษตรกรหัวก้าวหน้า ที่สวมหมวกหลายใบในฐานะ ประธานเกษตรแปลงใหญ่ จังหวัดบึงกาฬ และเป็นประธานวิสาหกิจชุมชนยางพาราเหล่าทอง ขณะเดียวกัน คุณอ๊อด ยังมีธุรกิจส่วนตัว ในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีแก้วรับเบอร์เทค จำกัด

คุณธนวณิช ชัยชนะ

คุณอ๊อด มีอาชีพทำสวนยางพารา 76 ไร่ ในพื้นที่อำเภอโซ่พิสัย ยางก้อนถ้วยมีปัญหาโดนกดราคารับซื้อจากพ่อค้าคนกลางมาโดยตลอด คุณอ๊อดจึงรวมกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางในท้องถิ่น นำน้ำยางสดมาแปรรูปเป็นยางแผ่นออกจำหน่าย ปรากฏว่า ขายได้ราคาดีและมีผลกำไรมากขึ้น

ต่อมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินกิจกรรม “โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน” เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกร ซึ่งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนยางพาราเหล่าทอง เป็นหนึ่งในสถาบันเกษตรกรที่ได้เงินทุนสนับสนุนการแปรรูปยางจากโครงการ 9101

คุณอ๊อด กล่าวว่า ช่วงเกิดปัญหายางพาราตกต่ำ ผมเป็นแกนนำรวมกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางอำเภอโซ่พิสัย จัดตั้ง กลุ่มวิสาหกิจชุมชนยางพาราเหล่าทอง เพื่อรับซื้อน้ำยางสดจากเกษตรกร นำมาแปรรูปเป็นที่นอนยางพารา หมอนยางพารา ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจาก โครงการ 9101 ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มยางพารา

หมอนยางและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากยางพาราของกลุ่มฯ ส่งขายทั้งในประเทศและส่งออกไปขายประเทศจีน สปป.ลาว รัสเซีย สร้างรายได้หมุนเวียนเข้าสู่ท้องถิ่นมากกว่า 1 ล้านบาท ต่อปี จึงถูกยกย่องว่าเป็นวิสาหกิจชุมชนยางพาราต้นแบบ ที่หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันเกษตรกรแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมชมกิจการอย่างต่อเนื่อง

“ ปัจจุบัน สินค้าของกลุ่มวิสาหกิจฯ เน้นผลิตเพื่อการส่งออก โดยเฉพาะตลาดจีน เพราะเป็นตลาดที่มีประชากรจำนวนมาก กำลังซื้อสูง ประกอบกับคนจีนให้ความสำคัญด้านสุขภาพ ซึ่งหมอนยาง อยู่ในกลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพเพราะเป็นสินค้าแฮนด์เมด ผลิตจากน้ำยางธรรมชาติ 100% ปลอดไรฝุ่น  ช่วยลดอาการปวดคอ ปวดหลัง นอนหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ” คุณอ๊อด กล่าว

คุณพินิจ จารุสมบัติ อุดหนุนผลิตภัณฑ์หมอนยางพาราของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนยางพาราเหล่าทอง

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนยางพาราเหล่าทองในวันนี้ เกิดความร่วมมือความร่วมใจของกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางพาราในอำเภอโซ่พิสัย และ บริษัท ศรีแก้วรับเบอร์เทค จำกัด เข้ามาดูแลด้านการตลาด ภายใต้การสนับสนุนของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

การดำเนินงานของ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนยางพาราเหล่าทอง สอดคล้องกับนโยบายประชารัฐของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นให้เกิดความร่วมมือกันระหว่าง หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชน ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ส่งเสริมคุณภาพชีวิต สร้างโอกาส สร้างอาชีพ เพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ลดความเลื่อมล้ำทางสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมสินค้าหมอนยางพาราของวิสาหกิจชุมชนยางพาราเหล่าทอง

“ การดำเนินงานของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนยางพาราเหล่าทอง ตอบโจทย์นโยบาย “ประชารัฐ” ของรัฐบาล ทำให้ทางกลุ่มวิสาหกิจฯ ได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้ด้านผลิตและแปรรูปยาง จากหน่วยงานภาครัฐและสถาบันการศึกษา มีโอกาสกู้เงินดอกเบี้ยต่ำ จากสถาบันการเงินของรัฐบาล นำมาขยายการลงทุนแปรรูปยางพาราอย่างต่อเนื่อง” คุณอ๊อด กล่าว

ที่ผ่านมา กลุ่มวิสาหกิจชุมชนยางพาราเหล่าทอง ได้รับองค์ความรู้เรื่องการผลิตหมอนยางพาราและการแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางพารา มาจาก รศ. อาซีซัน แกสมาน ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนานวัตกรรมยางพารา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่แล้ว ทางสถาบันฯยังรับเป็นที่ปรึกษาการผลิต  “รองเท้าเด็กนักเรียน” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปจากยางพาราตัวใหม่ล่าสุดของกลุ่มฯ ที่ใช้เงินลงทุนจำนวน 10 ล้านบาท

คุณอ๊อด วางแผนผลิตรองเด็กนักเรียนชาย-หญิง ระดับประถมศึกษา จำนวน 10,000 คู่ ป้อนเข้าสู่ตลาดในปี 2562 และในอนาคต ทางกลุ่มฯ วางแผนพัฒนาต่อยอดเพิ่มจำนวนสินค้ายางเข้าสู่ตลาดให้มากขึ้น เช่น เข็มขัด กระเป๋านักเรียน สระน้ำยางพารา เป็นต้น

พื้นที่ 1 ไร่ ได้ 1 ล้าน ทำได้จริง ที่บึงกาฬ

นอกจากนี้ คณะผู้จัดงานได้เชิญคุณสมพรชัย องอาจ หรือคุณโหน่ง Young Smart Farmer จังหวัดบึงกาฬ เป็นวิทยากรเวทีเสวนาปราชญ์ชาวบ้านในหัวข้อ “พื้นที่ 1 ไร่ ได้ 1 ล้าน” ซึ่งได้รับความสนใจจากเกษตรกรจำนวนมาก เพราะคุณโหน่งเป็นเกษตรกรหนุ่มหัวก้าวหน้าที่มีไอเดียการลงทุนที่น่าสนใจ เขาวางแผนใช้ประโยชน์พื้นที่ทำกินอย่างคุ้มค่า ที่ดิน 1 ไร่ แต่สร้างเงินเข้ากระเป๋าได้ทุกวัน รวมรายได้ต่อปีสูงถึง 1 ล้านบาท เลยทีเดียว

คุณสมพรชัย องอาจ

ปัจจุบัน คุณโหน่ง เป็นเจ้าของ “องอาจฟาร์ม” อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 280 หมู่ที่ 5 ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เขาเปิดบ้านเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวด้านการเกษตร ทั้งกิจการประมง ปศุสัตว์ และปลูกพืชสวนครัว เพาะเห็ด ฯลฯ ภายใต้แนวคิดเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยมุ่งผลิตสินค้าเกษตรปลอดสารพิษเพื่อสุขภาพเป็นหลัก

คุณโหน่ง เป็นชาวบึงกาฬโดยกำเนิด เขาย้ายไปตั้งถิ่นฐานเพื่อทำสวนเกษตรที่จังหวัดนครปฐมซึ่งเป็นบ้านเกิดของภรรยา ระยะหลังจังหวัดบึงกาฬเริ่มมีชื่อเสียงในฐานะแหล่งผลิตยางพารา คุณโหน่งจึงย้ายครอบครัวเข้ามาอยู่จังหวัดบึงกาฬ  เขาสมัครเข้าร่วมกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ของจังหวัดบึงกาฬ และทำสวนเกษตรผสมผสานรอบบ้าน ปลูกพืชผัก เลี้ยงสัตว์

คุณโหน่ง ทำฟาร์มเลี้ยงกบในกระชังบก ที่ผลิตขึ้นเอง เขาเลี้ยงกบที่ผสมมาจากหลายสายพันธุ์ คือ กบบลูฟร็อก กบภูเขา กบจาน และกบมาเล เป็นกบเนื้อลูกผสมสายพันธุ์ใหม่ที่พัฒนาโครงสร้างและสีสันขึ้น ทำให้เลี้ยงง่ายโตไว ซึ่งปกติกบสายพันธุ์ทั่วไปจะเลี้ยงกันอยู่ประมาณ 6 เดือน แต่กบสายพันธุ์ใหม่นี้จะเลี้ยงอยู่ที่ 3-5 เดือน ปรากฏว่า กิจการฟาร์มกบของเขาประสบความสำเร็จอย่างมาก สร้างเงิน สร้างชื่อเสียงให้ “องอาจฟาร์ม” เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ทุกวันนี้ องอาจฟาร์ม กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรที่มีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันเกษตรกรแวะเวียนเข้ามาศึกษาดูงานนับหมื่นคนตลอดทั้งปี

“องอาจฟาร์ม เริ่มต้นพัฒนาตลาดแบบติดลบ อาศัยสมาร์ทโฟนช่วยพัฒนาตลาด ผมถ่ายคลิปวิดีโอ บอกเล่าเรื่องการปลูกดูแลพืช การเลี้ยงกบของผม แชร์ไปในเฟซบุ๊กกลุ่มเพื่อนเกษตรกรรุ่นใหม่ของจังหวัดบึงกาฬ ทำให้ชื่อเสียงขององอาจฟาร์มเป็นที่รู้จักของกลุ่มเกษตรกรและผู้คนทั่วไป ใครอยากได้พันธุ์พืช พันธุ์กบคุณภาพดี ก็นึกถึงองอาจฟาร์มเป็นที่แรก” คุณโหน่ง กล่าว

ขณะเดียวกัน สินค้าของ “องอาจฟาร์ม” ก็ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้อย่างดี โดยเฉพาะสินค้ากบ ซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านยอดนิยมในกลุ่มชาวไทยอีสาน และ สปป.ลาว คุณโหน่ง เพาะพันธุ์ลูกกบ (ลูกอ๊อด) ออกขายในราคา ตั้งแต่ 2-8 บาท/ตัว ขึ้นอยู่กับขนาด เดือนหนึ่งมีรายได้จากการขายกบเนื้อและขายลูกอ๊อด ประมาณ 30,000 – 40,000 บาท ขายกบ น้ำหนักโดยเฉลี่ย 5 ตัว/ก.ก. เพื่อให้ผู้สนใจนำไปทำอาหาร ในราคา กิโลกรัมละ 100-130 บาท นอกจากนี้ เขายังขายผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากกบ เช่น หนังกบทอดกรอบ ฯลฯ ส่งขายในตลาดภาคอีสานและส่งออกไปขาย สปป. ลาว

คุณโหน่ง ยังมีรายได้จากการจำหน่ายพืชผักสด เห็ดหลินจือแดง เครื่องดื่มชาเพื่อสุขภาพ รวมทั้งขยายพันธุ์พืช และไม้ผลนานาชนิดคุณภาพดี เช่น มะม่วง มะนาว กล้วย ต้นหม่อนหรือมัลเบอรี่ ขายให้กับเกษตรกรที่สนใจซื้อไปปลูกต่อไป ในราคากิ่งละ 100-150 บาท ผู้สนใจสามารถ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือเยี่ยมชมกิจการ “องอาจฟาร์ม” ได้ทุกวัน โดยติดต่อกับ คุณสมพรชัย องอาจ ได้เบอร์ทางโทรศัพท์ (085) 191-4546

 

บทความก่อนหน้านี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระราชทานสุนัขทรงเลี้ยง คุณเบอร์สามและคุณวัง แสดงความสามารถในพิธีเปิดงาน “มหกรรมสัตว์เลี้ยงแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 14”
บทความถัดไปศธ. ปิดฉาก สพฐ. เกมส์ ระดับชาติ อย่างงดงาม การขับเคลื่อนกีฬาสู่ระบบการศึกษา สานฝันเยาวชนก้าวสู่นักกีฬาอาชีพ