3 กระทรวง ผนึกกำลังเดินหน้าปั้นย่านนวัตกรรมโยธี ตั้งเป้าใน 10 ปี ก้าวสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมการแพทย์และสาธารณสุขครบวงจร

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เล็งเห็นถึงความสำคัญและโอกาสในการพัฒนาและยกระดับย่านโยธีให้กลายเป็นย่านนวัตกรรมด้านการแพทย์และสาธารณสุขครบวงจร โดยมีเป้าหมายใน 4 ส่วน คือ 1. พัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อยกระดับนวัตกรรม โดยใช้ทรัพยากรพื้นที่เนื้อเมือง และความหนาแน่นด้านนวัตกรรมเป็นพื้นฐานสำคัญ 2. พัฒนาสินทรัพย์ด้านกายภาพ เศรษฐกิจ และเครือข่าย ให้เหมาะสมในการรองรับการเป็นศูนย์กลางย่านนวัตกรรมทางการแพทย์และการวิจัย 3. พัฒนาศักยภาพการวิจัยและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ บริการ สภาพแวดล้อม และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเป็นการสร้างเครือข่ายที่ยั่งยืนในการส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมการแพทย์และสุขภาพ และ 4. ปลดล็อกข้อจำกัด และผลักดันโครงการด้านการแพทย์และสุขภาพของหน่วยงานภายในพื้นที่ ให้เกิดประสิทธิภาพทางธุรกิจ

สำหรับการวางพื้นฐานในการพัฒนาและขับเคลื่อนนวัตกรรมทางการแพทย์จึงเป็นสิ่งสำคัญโดยองค์ประกอบในการพัฒนาย่านต้องประกอบไปด้วย 1. การพัฒนาระบบโครงการพื้นฐาน หรือพื้นที่เพื่อรองรับการวิจัย พัฒนา และทดลองนวัตกรรมทางการแพทย์ 2. การมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาย่านจากทุกภาคส่วนที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้แก่ ภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และประชาชน 3. การส่งเสริมการสร้างและใช้นวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในย่านและโดยรอบ รวมทั้งนำไปสู่อุตสาหกรรมและการพัฒนาเศรษฐกิจ 4. การวางมาตรการและนโยบายการสนับสนุนการลงทุนด้านนวัตกรรมทางการแพทย์ 5. การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานให้เกิดการขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรมทางด้านการแพทย์ และ 6. ฐานข้อมูลเพื่อการบริการทางการแพทย์ “การพัฒนานวัตกรรมเชิงพื้นที่” (Area Based Innovation) เป็นนโยบายส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการรังสรรค์ระบบนิเวศนวัตกรรม และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนา “ย่านนวัตกรรม” (Innovation District) ซึ่งเป็นแนวคิดใหม่ของการวางแผนและออกแบบพื้นที่และสังคมเมืองบนหลักการของการพัฒนาเมืองหรือย่าน โดยมีเครื่องมือและกลไกที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจและส่งเสริมคุณภาพชีวิต อันก่อให้เกิดการเชื่อมต่อ (connecting) ของผู้คนและแนวความคิดการพัฒนานวัตกรรม รวมถึงการมีกลไกที่ส่งเสริมการสร้างสรรค์นวัตกรรม (co-creation) และการแบ่งปันความรู้ระหว่างกัน (knowledge sharing)

ในขณะเดียวกัน นานาประเทศได้ริเริ่มมีพลวัติในการเชื่อมโยงนวัตกรรมต่างๆ เข้าสู่ชุมชน ย่าน และเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพและการพัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาพถือเป็นเรื่องหนึ่งที่นานาประเทศให้ความสำคัญและเร่งการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งประเทศที่ได้รับการยอมรับ

จากระดับนานาชาติในเรื่องความรู้ความสามารถในการให้บริการทางด้านสุขภาพ ดังนั้น การวางรากฐานและสร้างต้นแบบการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ในประเทศจึงเป็นเรื่องที่สำคัญและเพื่อให้เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ของชาติในการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ จากความร่วมมือระหว่างกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จึงมีการแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาและขับเคลื่อนย่านนวัตกรรมสุขภาพโยธี โดยมี นายแพทย์สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ เป็นประธานคณะกรรมการ เพื่อร่วมพัฒนาแนวทางและกิจกรรมในการพัฒนาย่านฯ ทั้งในด้าน นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ บริการ สภาพแวดล้อม และโครงสร้างพื้นฐาน โดยได้ดำเนินการจัดทำแผนการพัฒนาย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธีให้เป็นศูนย์กลางและการรักษาและการพัฒนานวัตกรรมสุขภาพต้นแบบขึ้น ภายใต้พื้นที่ย่านโยธี เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเขตย่านที่มี สถานพยาบาล สถาบันการศึกษาทางการแพทย์ ที่มีการกระจุกตัวของโรงพยาบาล และสถาบันทางการแพทย์ จำนวนทรัพยากรบุคคล บุคลากรผู้เชี่ยวชาญ สถานพยาบาล โรงเรียนแพทย์ และโครงสร้างพื้นฐาน ต่อจำนวนประชากรสูงสุดในกรุงเทพมหานคร

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า การพัฒนาย่านนวัตกรรมของประเทศไทยจะมีบทบาทในการพัฒนาและขับเคลื่อนนวัตกรรมและเศรษฐกิจของประเทศได้ดังนี้

♦ การพัฒนาย่านนวัตกรรมเป็นแนวคิดใหม่ของการวางแผนและออกแบบพื้นที่เมือง มีเป้าหมายเพื่อดึงดูดกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจนวัตกรรมให้รวมกันเป็นคลัสเตอร์ โดยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เครื่องมือ และกลไกที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ดำเนินกิจกรรมภายในย่าน

♦ บทบาทในการพัฒนาย่านนวัตกรรม มุ่งเน้นให้เกิดการสร้างงานรูปแบบใหม่ จากการสร้างสรรค์นวัตกรรม (co-creation) ให้เป็นธุรกิจที่สามารถเติบโตในยุคสมัยใหม่ รวมทั้งสร้างการเชื่อมต่อ (connecting) ระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงกลุ่ม Startup และกลุ่มผู้ประกอบการ ให้สามารถเข้ามาร่วมกันวางแผนยกระดับนวัตกรรมในพื้นที่ ท้ายที่สุดจะเกิดเป็นการแบ่งปันความรู้ (knowledge sharing)

♦ การสร้างให้ย่านมี Incentive เทียบเท่า EEC เพื่อเร่งการเติบโตของอุตสาหกรรมการแพทย์ โดยเฉพาะ startup นักลงทุน นักพัฒนาที่ดินด้านสุขภาพ และ Global Value Chain ด้านการแพทย์

♦ การเร่งสร้างให้เกิด Mandatory innovation ในย่าน เพื่อเร่งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและระบบนวัตกรรมการแพทย์ของไทย สร้างบทบาทนำด้านการบริการการแพทย์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

♦ การนำเสนอนวัตกรรมภาครัฐ (Public sector innovation) ที่ประชาชนสัมผัสและจับต้องได้ผ่านการทำงานร่วมกันระหว่าง IDE Startup และโรงพยาบาลในพื้นที่

♦ การทำนวัตกรรมเชิงพื้นที่ (Area-based innovation) ในเนื้อเมืองชั้นในเพื่อทำให้เกิด smart city ทั้งในพื้นที่สาธารณะ และพื้นที่โรงพยาบาล

♦ การปรับเปลี่ยนมุมมองการเข้าถึงการบริการทางการแพทย์ในรูปแบบใหม่ ด้วยนวัตกรรม เช่น Tele Medicine, Health service และนวัตกรรมทั่วถึง สำหรับคนชรา และคนพิการ