ปลาช่อนวิเศษแดดเดียว สร้างรายได้งาม วันละ 6 หมื่นบาท

นายวิเศษ สมุห์นวล ชาวบ้านห้วยโจด ต.ห้วยโจด อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว เปิดเผยว่า เดิมครอบครัวประกอบอาชีพทำนา ทำสวน แต่ประสบปัญหาภัยแล้ง ปัญหาราคาพืชผลตกต่ำ บางปีภัยแล้ง บางปีน้ำท่วม พืชผลก็เสียหาย บางปี ผลิตผลดี แต่ราคาตกต่ำ ถูกกดราคาจนอยู่ไม่ได้ มีหนี้สินมากมาย ต่อมาได้เปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่ โดยการรับทำอาหารโต๊ะจีนตามงานต่างๆ ช่วงแรกๆก็พอไปได้ ต่อมามีคู่แข่งมากขึ้น รายได้ก็แบ่งเฉลี่ยไป รายได้ลดลง ไม่พอใช้จ่ายในครอบครัว

“ตนและครอบครัวมีประสบการณ์ในการทำอาหารมาก่อน เมื่อ พ.ศ. 2553 จึงได้มาตั้งร้านอาหาร เป็นเพิงหมาแหงน ใกล้กับจุดตรวจกองกำลังบูรพา โดยทางร้านจะปรุงอาหารโดยใช้ปลาช่อนเป็นหลัก เช่น ต้มปลาช่อน ลาบปลาช่อน ปลาช่อนเผาเกลือ ปลาแดดเดียวทอด ตัวละ 10 บาท หลังจากทำร้านมา 3 ปี ผลปรากฏว่า ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นได้ย้ายพื้นที่จากบริเวณหน้ากองกำลังบูรพา ไปที่บริเวณใกล้ที่ทำการ อบต.ห้วยโจด ติดถนนสุวรรณศร โดยขอเช่าพื้นที่ของเอกชนรายหนึ่ง มาปลูกเพิงหมาแหงน ขายปลาแดดเดียว และอาหารตามสั่ง โดยใช้ชื่อร้าน “ปลาช่อนวิเศษ 10 บาท” ที่ตั้งชื่อเช่นนี้เพราะว่า ตนเอง ชื่อ วิเศษ และขายปลาแดดเดียว ตัวละ 10 บาท จึงได้ตั้งชื่อร้านว่า “ปลาช่อนวิเศษ 10 บาท”

วิเศษ เล่าว่า ได้รับซื้อปลาช่อน วันละ 200 กิโลกรัม หรือประมาณ 6,000 ตัว โดยคัดขนาดเท่าๆ กัน 30 ตัว ต่อกิโลกรัม เป็นปลาช่อนขนาดกลาง ไม่โตเกินไป และสดทุกวัน นำมาชำแหละ ตากแดด ขายตัวละ 10 บาท ดังนั้น วันหนึ่งถ้าขายหมดก็ได้ ประมาณ 60,000 บาท แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะขายได้เกือบหมดทุกวัน จะเหลือบ้าง ประมาณ 10 กิโลกรัม ต่อวัน บางวันก็ขายหมด ถ้าขายปลาแดดเดียวจะขายกิโลกรัมละ 250 บาท ส่วนใหญ่จะขายครึ่งกิโลกรัม สำหรับลูกค้าทั่วไป ในราคา 130 บาท และที่เลือกปลาขนาดกลางๆ มาทำเป็นปลาแดดเดียว เนื่องจากปลาขนาดนี้เมื่อนำมาหมัก นำมาปรุงอาหาร ไม่ว่าทอดหรือต้ม เครื่องปรุงจะเข้าไปในเนื้อปลาได้เร็วและทั่วถึง ทำให้นำมาปรุงอาหารได้อร่อย ถ้านำปลาแดดเดียวมาทอดจะสามารถรับประทานได้ทั้งกระดูกอีกด้วย ในขณะที่ร้านได้เปิดเป็นร้านอาหารด้วย โดยใช้ปลาเป็นเมนูหลัก มีทั้งต้ม ลาบ และปลาเผาเกลือ

สำหรับลูกค้าหลักๆ ที่เข้ามาซื้อ จะเป็นคนในพื้นที่ ข้าราชการ คนโรงงาน นอกจากนี้ ก็มีคนต่างจังหวัดที่เดินทางไปตลาดโรงเกลือ คนที่เข้าไปฝั่งกัมพูชา แต่กลุ่มนี้ได้ลดลงมาก เนื่องจากคนต่างจังหวัดได้เดินทางมาซื้อสินค้าในตลาดโรงเกลือลดลงเรื่อยๆ

นายวิเศษ ได้ให้ข้อคิดว่า การประกอบอาชีพ ทุกอาชีพ ระยะแรกๆ จะประสบปัญหามากมาย ทั้งไม่มีประสบการณ์ ขาดทักษะ หากท้อจะล้มเหลว แต่ต้องคิดเสมอว่า การประกอบอาชีพใดๆ ถ้าทำทุกเมื่อเชื่อวัน จะเกิดทักษะ และจะดีขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น คิดจะประกอบอาชีพอะไร ต้องทน ต้องสู้ แต่ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร จึงจะประสบผลสำเร็จในชีวิต และยั่งยืนตลอดไป

ที่มา : มติชนออนไลน์
บทความก่อนหน้านี้วว. ลงนาม บริษัท ยูนิตี้ เมดิเทค จำกัด ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตแผ่นประคบร้อนเพื่อกายภาพบำบัด พร้อมร่วมกันต่อยอดงานวิจัยพัฒนาผงบรรจุและรูปแบบแผ่นประคบร้อนจากวัสดุธรรมชาติ
บทความถัดไปมูลนิธิเอสซีจี มุ่งสร้างนักพัฒนารุ่นใหม่ พาต้นกล้าชุมชน รุ่น 3 ศึกษาแนวคิด Satoyama และ Satoumi ที่ประเทศญี่ปุ่น เรียนรู้ศาสตร์แห่งการพัฒนา สู่การสร้างความเข้มแข็งของชุมชนอย่างยั่งยืน