วิสาหกิจชุมชนสวนกล้วยอู่ทองทำสวนเกษตรผสมผสานเก็บขายได้ทุกวัน ฟันรายได้ทะลุหลักหมื่นต่อเดือน

เบื่ออาชีพมนุษย์เงินเดือน กลับบ้านเกิดทำสวนเกษตรผสมผสานก็รวยได้ เรื่องจริงจากประสบการณ์ตรงของ คุณ ชาตรี รักธรรม และคุณสุดาวรรณ  สิรวณิชย์  สองสามีภรรยาอดีตมนุษย์เงินเดือน ฝ่ายชายเคยเป็นเจ้าหน้าที่เกษตร  ฝ่ายหญิงเป็นพนักงานธนาคาร  เมื่อ 6-7 ปีที่แล้วทั้งคู่ได้ลาออกจากงานประจำมา มาทำสวนเกษตรผสมผสานเพื่อเลี้ยงชีพบนที่ดินมรดกเนื้อที่ 30 ไร่

ก่อนหน้านี้ คุณสุดาวรรณ เคยให้ชาวบ้านเช่าพื้นที่ดังกล่าวทำปลูกพืชไร่ ทำให้ดินแห้งแล้งเสื่อมสภาพไม่สามารถปลูกต้นไม้ได้ ประกอบกับที่ดินผืนนี้ไม่มีแหล่งน้ำชลประทาน คุณชาตรีที่เรียนจบด้านเกษตรมาโดยตรง  จึงตัดสินใจนำกล้วยน้ำว้ากาบขาวสุพรรณบุรีมาปลูกบนพื้นที่ 30 ไร่ เพื่อปรับปรุงดิน เพราะกล้วยปลูกง่าย และมีคุณสมบัติพิเศษคือสามารถเก็บน้ำไว้ได้ดี

ภายในสวนแห่งนี้ คุณชาตรีจะไม่ตัดหญ้า จะปล่อยต้นหญ้าขึ้นปกคลุมดินเพื่อรักษาความชุ่มชื้นในดิน พอถึงช่วงฤดูแล้ง ต้นหญ้าตายก็กลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์ตามธรรมชาติ  ปรากฎว่า  การบริหารจัดการในพื้นที่อย่างเหมาะสม ได้ผลลัพท์ที่ดี สามารถฟื้นฟูสภาพดินให้ดีขึ้น คุณชาตรีได้แบ่งพื้นที่ปลูกต้นไม้เป็นส่วนๆ คือ ปลูกพืชรายวัน ปลูกพืชรายเดือน ปลูกพืชรายปี และสมุนไพร พร้อมเผยแพร่ความรู้แก่ผู้ที่สนใจศึกษาดูงาน

คุณชาตรีบอกว่า  เดิมทีชาวบ้านในท้องถิ่นแห่งนี้ นิยมปลูกพืชเชิงเดี่ยว เช่น ข้าวโพด มันสำปะหลัง ฯลฯ ปรากฎว่า ได้ผลตอบแทนที่ไม่แน่นอนและทำให้สภาพดินเสื่อมโทรมจึงชักชวนเพื่อนเกษตรกรร่วมกันจัดตั้ง วิสาหกิจชุมชนสวนกล้วยอู่ทอง พร้อมปรับรูปแบบการทำเกษตรเชิงเดี่ยวมาทำสวนเกษตรอินทรีย์แบบผสมผสาน เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านรายได้  โดยปลูกพืชผัก ไม้ผลหลากหลายชนิดไว้ในแปลงเดียวกัน ทำให้มีรายได้หมุนเวียนเข้ากระเป๋าตั้งแต่รายได้รายวัน รายเดือนและรายปี

คุณชาตรีพาไปชมแปลงปลูกกล้วย เนื้อที่  6 ไร่ 3 งาน ของ พี่ณี หรือคุณปราณี  สีเหลือง หนึ่งในสมาชิกวิสาหกิจชุมชนสวนกล้วยอู่ทอง พี่ณีอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 120หมู่15  ต.จรเข้สามพัน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี  โทร.084-4595023

พี่ณี หรือ คุณปราณี สีเหลือง

กล้วยน้ำว้า …. สินค้ายอดนิยมขายดีตลอด

ต้นกล้วย ที่เห็นอยู่เบื้องหน้า ไม่ใช่ว่า ใครสนใจจะเข้ามาขอซื้อกันได้  เพราะเป็นสินค้าที่ถูกจับจองแล้วทั้งสิ้น  หากสนใจอยากซื้อ ก็สั่งจองล่วงหน้าตามคิว  ตอนนี้ พี่ณีขายกล้วยน้ำว้าในราคาขายส่งหวีละ 15 บาท หากมีเวลาก็ไปขายเอง ที่ตลาดท้องถิ่นที่อยู่ใกล้ๆ บ้าน คือ ตลาด จระเข้  โดยตั้งราคาขายเฉลี่ยหวีละ 20- 25 บาท   สำหรับกล้วยลูกสวย หวีใหญ่ก็ขายได้กำไรมากหน่อย  ส่วนใบตอง  แม่ค้าจะรับซื้อใบตอง ในราคา ก.ก.ละ 10 บาท

เมื่อหลายปีก่อน พี่ณีได้พันธุ์กล้วยน้ำว้ามะลิอ่อง ที่เกิดจากขบวนการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ของกรมส่งเสริมการเกษตร และนำมาปลูกขยายพันธุ์ร่วมแปลงกับต้นมะพร้าวน้ำหอม  โดยปลูกต้นกล้วยน้ำว้าในระยะห่าง 4×4 เมตร พี่ณีสามารถเก็บผลผลิตออกขายได้ทุกวัน  เมื่อต้นมะพร้าวเติบโตสูงขึ้น ก็จะตัดกล้วยออก เพื่อเปิดทางให้ต้นมะพร้าวได้เติบโตอย่างเต็มที่

มะพร้าวน้ำหอมที่ปลูกร่วมแปลงกล้วย

การปลูกต้นมะพร้าวน้ำหอมร่วมแปลงกับต้นกล้วย เป็นการใช้ประโยชน์พื้นที่อย่างคุ้มค่าเพราะระหว่างที่รอคอยให้ต้นมะพร้าวโตก็ยังมีรายได้จากการขายกล้วย ใบตอง หัวปลีเข้ากระเป๋าทุกวัน

เปิดศูนย์เรียนรู้ ” สวนเกษตรผสมผสาน “

ปัจจุบันสวนแห่งนี้ เป็นหนึ่งในศูนย์เรียนรู้เรื่องการทำสวนเกษตรผสมผสาน พืชชั้นบน ปลูกกล้วย ชะอม มะม่วง พืชชั้นล่าง ปลูกพริกไทย ใต้ต้นกล้วย  เมื่อถึงช่วงหนึ่ง จะตัดต้นกล้วยออก   รายได้ประจำวันคือ กระเพรา โหระพา ตะไคร้ และดอกดาวเรือง  สินค้าทุกตัวขายได้ขายดี เช่น ใบยอ เป็นสินค้าขายดี ที่ต้องการของตลาด  เพราะใบยอเป็นพืชสมุนไพรยอดนิยม สำหรับใช้แกงและใส่ในห่อหมก  ขายได้ราคา 20 บาทต่อกิโลกรัม

มะละกอ  ต้นที่ตั้งตรงๆ เก็บผลผลิตออกขายได้น้อย แต่มะละกอที่ลำล้มเอน 45 องศา กลับให้ผลผลิตดกอย่างน่าทึ่ง  ทุกๆ 2 วันเก็บมะละกอผลดิบออกขายครั้งละ 15-20 ก.ก.ในราคาขายส่งก.ก.ละ 6 บาท หากคำนวณรายได้จากการขายผักเพียงอย่างเดียว  มีรายได้  ไม่ต่ำกว่าวันละ 300 บาท  เฉลี่ยเดือนละ 9,000 บาท

ปลูกมะละกอ ร่วมแปลงโหระพา กระเพรา เก็บขายได้ทุกวัน

การปลูกพืชผักผสมผสาน ร่วมแปลงกับพืชสมุนไพรลักษณะนี้  ทำให้แมลงศัตรูพืชเกิดความสับสน ไม่เข้ามาวุ่นวายในสวน เป็นวิธีไล่แมลงแบบบ้านๆ  ที่ได้ผลดีเกินร้อยอีกต่างหาก ที่นี่ปลูกพืชผักผลไม้หลายอย่าง สร้างรายได้หมุนเวียนตลอดทั้งปี เป็นวิถีการทำเกษตรแบบยั่งยืน ที่สามารถนำปรับใช้ได้ทั่วประเทศ  วันๆ ก็ทำงานออกกำลังแบบเพลินอยู่ในสวน อากาศก็ดี  เหนื่อยก็พัก มีแรงไหวก็ลงมือทำต่อ เป็นอาชีพอิสระที่น่าอิจฉาทีเดียว

อีกจุดหนึ่งที่น่าเรียนรู้ในสวนแห่งนี้ คือ การพัฒนาระบบน้ำที่สมาชิกกลุ่มวิสาหกิจฯ ร่วมกันคิดร่วมกันทำคือ การขุดหลุม เป็นแอ่งน้ำเล็กๆ  รอบต้นไม้ที่ปลูกและทำร่องน้ำเล็กเพื่อให้น้ำไหลไปรอบแปลงพืชที่ปลูกไว้เพื่อกระจายน้ำสำหรับบำรุงต้นไม้ในยามหน้าแล้งได้อย่างสะดวก

ขุดแอ่งน้ำเล็กให้น้ำไหลผ่านแปลงกล้วย

มะขามเทศ …. ขายดีราคาสูง

ทุกวันนี้ คนไทยไม่อยากป่วย  อยากมีสุขภาพดี  จึงเกิดกระแสการบริโภค “  พืชผักผลไม้เป็นยา ”  เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่จําเป็นต่อร่างกาย คือ วิตามิน แร่ธาตุ และมีใยอาหารในปริมาณสูง ดีต่อระบบขับถ่าย ส่งผลให้ผลไม้พื้นบ้านอย่างเช่น “  มะขามเทศ ”  ได้รับความนิยมตามไปด้วย  มะขามเทศที่ซื้อขายในท้องตลาดทั่วไป อยู่ที่ก.ก.ละ 70-80 บาททีเดียว

มุมหนึ่งในสวนแห่งนี้ก็ปลูกต้นมะขามเทศไว้หลายต้น ซึ่งเป็นพันธุ์จัมโบ้   หลังจากหันมาปลูกดูแลพืชผักไม้ผลในแนวเกษตรอินทรีย์มาหลายปี ปรากฎว่าได้ผลผลิตคุณภาพดี ต้นมะขามเทศของที่นี่มีขนาดฝักใหญ่ ขายดีมาก จนเก็บผลผลิตออกขายไม่ทันกับความต้องการของตลาด

มะขามเปรี้ยว โกยรายได้หลักหมื่นต่อต้น

การปลูกมะขามเปรี้ยว สร้างผลกำไรที่ดีมากกว่าการปลูกมะขามหวานเสียอีก เพราะเกษตรกรสามารถขายผลผลิตในหลายรูปแบบ เช่น ขายใบมะขามอ่อน ขายฝักสดมะขามเปรี้ยว หากปล่อยให้ผลสุกคาต้น ก็แปรรูปเป็นมะขามเปียก  วิธีทำก็แสนง่ายดาย เพียงแค่เก็บผลมะขามสุกมาแกะเปลือก และเมล็ดออก ใส่ถุงจำหน่าย หากใครมีเวลาว่างมากหน่อย ก็แปรรูปสร้างมูลค่าสินค้าในรูปมะขามหลากหลายชนิด เช่น มะขามดอง มะขามแก้ว  มะขามกวน ฯลฯ  เรียกว่า หากบ้านไหนปลูกมะขามเปรี้ยว แค่ 4-5 ต้น หากขยันแปรรูปมะขามออกขายก็มีโอกาสสร้างรายได้ทะลุหลักหมื่นบาทต่อต้นอย่างสบาย

ปลูกชะอม เสริมรายได้ กลางร่องแปลงกล้วย

หากใครสนใจอยากเรียนรู้เรื่องการทำสวนเกษตรผสมผสาน ที่ให้ผลผลิตคุ้มค่ากับการลงทุน สามารถแวะเข้ามาเรียนรู้ได้ที่ “ วิสาหกิจชุมชนสวนกล้วยอู่ทอง ” ตั้งอยู่เลขที่  11 หมู่ที่ 14 ถนน ตำบลจรเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี โทรศัพท์ 0863115071 , 087-678-2392

วิสาหกิจชุมชนสวนกล้วยอู่ทอง หาได้ไม่ยากเพราะตั้งอยู่บนถนนสายสุพรรณบุรี-บ่อพลอย (ทางหลวง 3342) ภายในเป็นสวนกล้วยและผลไม้หลายชนิด ที่นี่ยังจำหน่ายสินค้าแปรรูปจากกล้วย พันธุ์กล้วย พันธุ์ไม้ป่า พันธุ์ไม้ผล และบริการรับจัดสวน  คุณชาตรี ยินดีให้คำปรึกษาด้านการเพาะพันธุ์กล้วยแก่ผู้ที่สนใจ  หรือติดต่อพูดคุยกับ คุณชาตรีได้โดยตรงที่เบอร์โทร.086-3115071   ได้ทุกวัน

 

บทความก่อนหน้านี้‘หมูฮ้องดอกแคแห้ง’ สำรับจีนผสมพื้นถิ่น โดย กฤช เหลือลมัย
บทความถัดไปอากาศแห้งแล้งให้ระวังหนอนกออ้อยระบาด