นายกรัฐมนตรีเปิดโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์เนื้อโคขุนสหกรณ์การเกษตรหนองสูง จำกัด จังหวัดมุกดาหาร ตั้งเป้าภายในปี 2565 มูลค่าผลิตภัณฑ์โคขุนของสหกรณ์จะเพิ่มสูงถึง 500 ล้านบาท ต่อปี

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรีได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจราชการจังหวัดยโสธร และมุกดาหาร เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา เพื่อพบปะประชาชนและเยี่ยมชมโครงการส่งเสริมอาชีพของเกษตรกรของทั้งสองจังหวัด โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะรัฐมนตรีได้เดินทางไปเยี่ยมชมการดำเนินโครงการส่งเสริมการเลี้ยงโคขุนและการแปรรูปผลิตภัณฑ์โคขุนของสหกรณ์การเกษตรหนองสูง อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร และเปิดป้ายอาคารโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์เนื้อโคขุน ตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโคเนื้อ โคขุนคุณภาพ ซึ่งได้รับงบประมาณจำนวน 27.85 ล้านบาท สำหรับก่อสร้างโรงฆ่าสัตว์ และตัดแต่งซากสัตว์ ห้องเย็น เก็บรักษาเพื่อบ่มเนื้อ เพื่อยกระดับคุณภาพการผลิตเนื้อคุณภาพเข้าสู่มาตรฐาน GMP โดยมี นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายสรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นายธงชัย วังวงษ์ ประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรหนองสูง จำกัด และคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่และสมาชิกสหกรณ์ ร่วมให้การต้อนรับ

สหกรณ์การเกษตรหนองสูง จำกัด จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2528 เนื่องจากเกษตรกรประสบปัญหาเรื่องการประกอบอาชีพ จึงรวมตัวกันจัดตั้งสหกรณ์เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาด้านเงินทุน โดยการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในหมู่สมาชิก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรที่ยึดอาชีพทำนาปลูกข้าว ทำไร่และสวนยางพารา ต่อมาในปี 2543 สหกรณ์ได้ส่งเสริมให้สมาชิกหันมาเลี้ยงโคขุนคุณภาพเพื่อเพิ่มรายได้ โดยแบ่งกลุ่มตามห่วงโซ่การผลิต ได้แก่ กลุ่มผู้เลี้ยงแม่พันธุ์ กลุ่มผลิตลูกโค กลุ่มผู้เลี้ยงโคขุนและด้านการตลาด ซึ่งแต่เดิมโคขุนจะส่งไปชำแหละที่สหกรณ์การเลี้ยง ปศุสัตว์ กรป.กลาง โพนยางคำ จำกัด จังหวัดสกลนคร ต่อมาเกษตรกรได้หันมาเลี้ยงโคขุนมากขึ้น สหกรณ์จึงสร้างโรงชำแหละของสหกรณ์เอง เมื่อปี 2549 ปัจจุบันมีสมาชิกเลี้ยงโคขุนจำนวน 1,030 ราย จำนวนโคที่ขึ้นทะเบียนขุน 4,200 ตัว  ซึ่งนับว่า จำนวนการเลี้ยงโคขุนของสหกรณ์มีปริมาณสูงเป็นลำดับต้นๆ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และยังมีการเชื่อมโยงธุรกิจกับสหกรณ์ที่เป็นเครือข่ายผู้เลี้ยงโคขุนอีก 25 แห่งใน 15 จังหวัด จำนวนผู้เลี้ยงโคขุน 2,450 ราย จำนวนโค 14,000 ตัว

สหกรณ์ได้ขยายธุรกิจการส่งเสริมการเลี้ยงโคขุนและมีโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์โคขุนที่ได้มาตรฐานสากล สามารถส่งเนื้อโคขุนจำหน่ายให้กับตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศปีละ 3,000 ตัว และได้ตั้งเป้าหมายภายในปี 2565 สหกรณ์จะขยายธุรกิจ เพิ่มปริมาณการแปรรูปโคขุนเป็น 5,000 ตัว ต่อปี พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงโคขุน พันธุ์ชาโรเล่ส์ลูกผสม พันธุ์แองกัสและวากิว ลูกผสม และส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงโคสีดำเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเป็นสายพันธุ์ที่ดีและมีไขมันแทรกอยู่ในระดับที่พอเหมาะ ซึ่งจากการประเมินรายได้เกษตรกรที่เลี้ยงโคขุน 10 ตัว จะมีรายได้ประมาณ 8 แสนบาท ต่อปี แต่หากมีการพัฒนาต่อยอดการส่งเสริมตลาดโคขุนภายใน 4 ปีข้างหน้า เกษตรกรที่เลี้ยงโคขุน 10 ตัวจะมีรายได้ประมาณ 1.2 ล้านบาท ต่อปี ส่วนเกษตรกรที่เลี้ยงแม่โค 5 ตัว เพื่อผลิตลูกโคขุนจำหน่าย จากเดิมมีรายได้ 142,000 บาท ต่อปี ก็จะมีรายได้ขึ้นเป็น 165,000 บาท ต่อปี ภายในปี 2565 ซึ่งจังหวัดมุกดาหารมีโครงการส่งเสริมการเลี้ยงโคขุนที่มีคุณภาพให้กว้างขวางยิ่งขึ้น และส่งเสริมเกษตรกรให้พัฒนาระบบการเลี้ยงที่ได้มาตรฐาน ในขณะที่โรงงานแปรรูปโคขุนของสหกรณ์จะช่วยสร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์โคขุนให้เพิ่มสูงขึ้น โดยจังหวัดมุกดาหารจะยกระดับธุรกิจการเลี้ยงโคขุนและการแปรรูปผลิตภัณฑ์โคขุนของสหกรณ์ให้เพิ่มสูงขึ้นจาก 300 ล้านบาทเป็น 500 ล้านบาท ต่อปี

สหกรณ์จะบริหารจัดการเครือข่ายการผลิตและการตลาดโคขุน ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ช่วงต้นน้ำสหกรณ์จะดูตั้งแต่สายพันธุ์ มีทั้งโคบราห์มัน แองกัส วากิว และพันธุ์พื้นเมือง ซึ่งการเลือกสายพันธุ์โคขุนให้ตรงกับความต้องการของตลาด เป็นหัวใจสำคัญของการเลี้ยงโคขุนในปัจจุบัน และระดับกลางน้ำสหกรณ์จะรับซื้อโคขุนตามคุณภาพเนื้อที่ผลิตได้ และจะทำข้อตกลงซื้อขายโคขุนกับสมาชิกล่วงหน้า เหมือนเป็นการประกันราคาให้กับเกษตรกรว่ามีตลาดรับซื้อแน่นอน ส่วนปลายน้ำสหกรณ์มีโรงชำแหละ โรงตกแต่งโคขุน เพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดต่างๆ อาทิ เนื้อสเต๊ก เนื้อบด เนื้อกระจก ไส้กรอก เนื้อแดดเดียว เนื้อทุบ และลูกชิ้น ซึ่งเนื้อสเต๊กของสหกรณ์จะมีระดับเกรดไขมันให้เลือกได้ตามความชอบ ราคาขึ้นอยู่กับคุณภาพของเนื้อและการแทรกไขมันในเนื้อ ซึ่งผู้บริโภคสามารถนำไปเป็นวัตถุดิบเพื่อปรุงเป็นอาหารพื้นเมืองและอาหารนานาชาติได้อย่างดี และเชื่อมั่นว่าในอนาคตสหกรณ์การเกษตรหนองสูง จำกัด จะพัฒนาผลิตภัณฑ์เนื้อโคขุนให้หลากหลายมากขึ้น จนเป็นที่รู้จักและเป็นที่นิยมสำหรับผู้ที่นิยมบริโภคเนื้อสเต๊กชั้นดี ซึ่งช่องทางการจำหน่ายโคขุนของสหกรณ์ปัจจุบัน สหกรณ์ได้เปิดร้านจำหน่ายโคขุนและร้านสเต๊กบริเวณด้านหน้าสำนักงานของสหกรณ์ และส่งผลิตภัณฑ์โคขุนกระจายไปตามเครือข่ายสหกรณ์ในจังหวัดต่างๆ ร้านอาหาร ร้านค้า โรงแรมในจังหวัดมุกดาหารและจังหวัดใกล้เคียง

ในอนาคตสหกรณ์มีแผนจะโปรโมตผลิตภัณฑ์โคขุนของสหกรณ์การเกษตรหนองสูง จำกัด ซึ่งเป็นโคขุนที่มีคุณภาพ ผ่านโรงงานแปรรูปที่ได้มาตรฐานสากล ทั้งมาตรฐาน HACCP GMP และฮาลาล โดยวางแผนจะไปจัดแสดงสินค้าในสถานที่ต่างๆ และจัดกิจกรรมนำเสนอเมนูอาหารจากวัตถุดิบโคขุน พร้อมทั้งเปิดช่องทางการจำหน่ายผ่านสื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดีย และตั้งเป้าว่าจะเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อขยายช่องทางตลาดส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศด้วย หากสนใจจะลองชิมเนื้อโคขุนของสหกรณ์การเกษตรหนองสูงจำกัด สามารถติดต่อสอบถามได้ที่  ฝ่ายการตลาดของสหกรณ์ หมายเลขโทรศัพท์ 083-6246823, 081-8725136

ปัจจุบัน การส่งเสริมการเลี้ยงโคขุนแก่เกษตรกรบางส่วนยังประสบปัญหาเรื่องเงินทุนอยู่บ้าง ซึ่งระยะแรกต้องมีการลงทุนสูง ดังนั้น จึงต้องเร่งส่งเสริมระบบสหกรณ์ให้มีความเข้มแข็ง เพื่อให้สหกรณ์มีบทบาทเข้ามาดูแลและช่วยเหลือเกษตรกรที่สนใจจะหันมายึดอาชีพการเลี้ยงโคขุน ซึ่งที่ผ่านมาสหกรณ์การเกษตรหนองสูง จำกัด ได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมปศุสัตว์ ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาให้คำแนะนำและสนับสนุนในด้านต่างๆ เพื่อพัฒนาธุรกิจโคขุนของสหกรณ์ให้เจริญก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตรหนองสูง จำกัด ถือว่าประสบความสำเร็จ เป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีให้ความชื่นชม และเห็นว่าการส่งเสริมการเลี้ยงโคขุนในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม เป็นอาชีพที่มั่นคงและช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร และจังหวัดมุกดาหารกำลังได้รับการยกระดับให้เป็นแหล่งผลิตโคขุนคุณภาพดีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

บทความก่อนหน้านี้“ไก” สาหร่ายน้ำจืดเลิศรส จากลำน้ำน่าน โอท็อปสร้างรายได้เฉียดล้านต่อปี
บทความถัดไปวว./กรมส่งเสริมสหกรณ์ ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น สร้างอัตลักษณ์สินค้าสหกรณ์ สู่ศูนย์กลางศึกษาดูงานชุมชน