ชาวไร่อ้อยโอด ตกเป็นจำเลยสังคม ต้นเหตุปัญหาฝุ่น ชี้ควรแก้ที่ รง.รับซื้อ

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการที่หลายพื้นที่ในประเทศไทยได้ประสบกับปัญหามลภาวะเป็นพิษ pm2.5 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ รวมถึงปัญหาไฟป่าที่ลุกลามไหม้ตามสถานที่ต่างๆ เป็นวงกว้าง จนทำให้หลายพื้นที่ประกาศคำสั่งห้ามเผาตอซังข้าว รวมถึงห้ามเผาอ้อย แต่ก็ไม่ได้รับความใส่ใจจากเกษตรกรสักเท่าใด จนกระทั่งมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ทั้งการจับกุมดำเนินคดีและขอความร่วมมือโรงงานผลิตน้ำตาลในการหักค่าปนเปื้อนจากการเผา ทำให้เกษตรกรต้องปรับตัวด้วยการจ้างรถตัดอ้อยหรือหาแรงงานเพื่อตัดอ้อยสดส่งโรงงานทดแทนการเผาใบอ้อยก่อนตัด แต่จากคำสั่งดังกล่าวก็ได้เริ่มส่งผลกระทบกับเกษตรกรเนื่องจากทางภาครัฐไม่ได้มีมาตรการรองรับในจุดนี้ก่อนจะออกคำสั่ง

ซึ่งจากปัญหามลภาวะที่เกิดขึ้นส่งผลให้มีการเล็งมาที่เกษตรกรชาวไร่อ้อยซึ่งจะมีการเผากันมากในช่วงเวลานี้ว่าเป็นตัวก่อให้เกิดปัญหามลพิษโดยมีการระบุสาเหตุของฝุ่นมาจากกิจกรรมการเผาของเกษตรกร จนทำให้ชาวไร่อ้อยกลายเป็นจำเลยของสังคมไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งจากการลงพื้นที่สอบถามถึงสาเหตุจำเป็นในขั้นตอนการเก็บผลผลิตของเกษตรกรพบว่าชาวไร่อ้อยหลายรายยังคงใช้วิธีการเผาใบอ้อยเพื่อเก็บผลผลิตเช่นเดิมมิได้ใส่ใจกับคำเตือนห้ามเผาจากทางภาครัฐเท่าใดนัก

จากการสอบถามนางเทียน วิลัย เกษตรกรชาวไร่อ้อยในตำบลหนองระเวียง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า สาเหตุหลักที่เกษตรกรใช้วิธีการเผาใบอ้อยก่อนทำการตัดก็เพราะแรงงานในการตัดนั้นหายากมักปฏิเสธการตัดอ้อยสดเนื่องจากต้องสางใบอ้อยออกก่อนทำการตัดซึ่งทำให้ยุ่งยากและมีราคาแพงกว่า โดยอ้อยตัดสด 10 ลำอ้อยจะตัดในราคา 4 บาท ส่วนอ้อยเผาไฟ 15 ลำ 2 บาท ซึ่งความแตกต่างทางด้านราคาก็เป็นอีกปัจจัยที่เกษตรกรใช้วิธีการเผาใบก่อนตัด ซึ่งตามความจริงเกษตรกรไม่มีใครอยากเผาใบอ้อย เพราะทราบดีถึงผลเสียที่จะตามมาทั้งมลพิษทางอากาศและการที่ส่งผลกับหน้าดิน รวมถึงถูกหักค่าปนเปื้อนแต่เพราะว่าเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งการที่ผลักให้ชาวไร่อ้อยเป็นตัวการก่อมลพิษนั้นคงไม่ถูกต้องเสียทีเดียวเนื่องจากการเผาก่อนตัดอ้อยนั้นได้ทำการเผามาก่อนหน้านี้เป็นสิบๆปี ไม่เคยมีปัญหารวมถึงสภาพอากาศในเมืองกรุงที่ไม่ได้มีไร่อ้อยแต่ก็ประสบปัญหามลพิษได้เหมือนกันจึงไม่ใช่เพียงแค่ชาวไร่อ้อยเท่านั้นที่ควรรับผิดชอบกับปัญหานี้เพียงลำพัง ส่วนการแก้ปัญหาถ้าจะไม่ให้เกษตรกรเผาใบอ้อยควรให้โรงงานน้ำตาลลงมาทำความเข้าใจกับชาวไร่อ้อยในการรับซื้อ เนื่องจากถ้าตัดอ้อยสดส่งโรงงานแล้วมีใบอ้อยติดไปด้วยโรงงานก็ปฏิเสธการรับซื้อทำให้เป็นปัญหากับชาวไร่ รวมถึงการเพิ่มปริมาณรถในการตัดอ้อยเพื่อลดการรอคิวนานข้ามเดือนของชาวไร่อ้อยอีกด้วย

บทความก่อนหน้านี้กรมชลฯคุมใช้น้ำหน้าแล้งให้พอ วอนเกษตรกรลุ่มน้ำเจ้าพระยาเกี่ยวข้าวแล้วไม่เพาะปลูกต่อ
บทความถัดไปฝรั่งสายพันธุ์ใหม่ พันธุ์ “พิจิตร 1” ฝรั่งผลสีเขียว และ “พิจิตร 2” ฝรั่งผลสีแดง ปลูกง่าย ราคาดี