“ปลาดุกร้าทะเลน้อยพัทลุง” รุ่ง-จ่อตีทะเบียน GI ก.ค.นี้

พาณิชย์จังหวัดพัทลุงเผย “ผลิตภัณฑ์ปลาดุกร้าทะเลน้อยพัทลุง” จ่อขึ้นทะเบียนสินค้า GI ก.ค. 2562 นี้ ชี้ผลิตจากปลาดุกอุยธรรมชาติในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย อ.ควนขนุน ล่าสุด “วิสาหกิจชุมชนบ้านชุมพล” เล็งขยายลงทุนโรงเรือนเพิ่ม เหตุปีที่ผ่านมายอดขายพุ่งกว่า 80% เนื้อหอมผลิตไม่พอขาย “บิ๊กซี” จองวางขายบนห้าง

นางสายช่อ อังศุพานิช พาณิชย์จังหวัดพัทลุง เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในการเปิดอบรมหลักสูตรการสร้างมาตรฐานสินค้าปลาแปรรูปชุมชนทะเลน้อย ซึ่งจังหวัดพัทลุง สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพัทลุง ได้จัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า ในเดือนกรกฎาคม 2562 คาดว่าผลิตภัณฑ์ปลาดุกร้าทะเลน้อยพัทลุงจะได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI ) หลังจากที่ทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพัทลุงร่วมกับวิทยาลัยภูมิปัญญาชุมชน มหาวิทยาลัยทักษิณ โดยได้รับงบประมาณส่งเสริมจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ดำเนินการขับเคลื่อนเพื่อยื่นคำขอขึ้นทะเบียน GI ตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา และขณะนี้อยู่ระหว่างการรอประกาศโฆษณาทะเบียน GI

โดยปลาดุกร้าทะเลน้อยพัทลุงผลิตจากปลาดุกอุยธรรมชาติในแหล่งพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ถือเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่มีแหล่งปลาชุกชุม มีความหลากหลายทางชีวภาพ ชาวบ้านจะทำประมงพื้นบ้าน และนำปลามาแปรรูป โดยขั้นตอนการผลิตเริ่มจากนำปลามาผ่านกระบวนการหมักด้วยเกลือและน้ำตาลทราย ที่เป็นลักษณะพิเศษเฉพาะตัว ถือเป็นภูมิปัญญาของชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดพัทลุงกว่า 130 ปีแล้ว หลังจากนั้นนำไปตากแดด ทั้งนี้ กระบวนการผลิตทำให้ปลาดุกร้ายังคงรูปร่างของปลาดุก หนังที่เป็นผิวสัมผัสมีสีเทาดำ เมื่อผ่านกระบวนการปรุงสุกจะมีรสเค็มปนหวาน มีกลิ่นหอม และรสชาติอร่อยกว่าปลาดุกร้าทั่วไป ที่ผลิตจากปลาดุกเลี้ยง

“ปัจจุบันปลาดุกร้าทะเลน้อย และปลาแบบรูปชนิดต่าง ๆ ถือเป็นผลิตภัณฑ์สินค้าโอท็อปที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค เนื่องจากอร่อยและราคาไม่แพง อยู่ที่ 550-600 บาท/กก. ซึ่งจะมีราคาสูงกว่าปลาดุกร้าทั่วไปที่ผลิตจากปลาดุกเลี้ยง ราคาจำหน่าย 250 บาท/กก. หากได้รับการส่งเสริมเป็นสินค้า GI และการพัฒนาให้เกิดการรับรู้ จะทำให้ปลาดุกร้าทะเลน้อยพัทลุงมียอดขายเพิ่มขึ้นสูงกว่าในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ปลาดุกอุยธรรมชาติจากแหล่งทะเลน้อยมีปริมาณลดน้อยลงในปัจจุบัน เพื่อเพิ่มปริมาณ จังหวัดพัทลุงได้สนับสนุนงบประมาณให้ปล่อยพันธุ์ปลาดุกอุยธรรมชาติในทะเลน้อย ตั้งแต่ปี 2561 และจะปล่อยทุกปี” นางสายช่อกล่าว

นางสายช่อกล่าวต่อไปว่า เพื่อให้สินค้าปลาแปรรูปชุมชนทะเลน้อย มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน โดยจัดอบรมหลักสูตรการสร้างมาตรฐานสินค้าแปรรูปชุมชนทะเลน้อย เริ่มตั้งแต่หลักการแปรรูปผลิตภัณฑ์ปลาและสุขลักษณะที่ดี เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม การสร้างมาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และการค้นหาอัตลักษณ์สู่การออกแบบบรรจุภัณฑ์และการสร้างแบรนด์ ฯลฯ เพื่อพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพ มีมาตรฐาน สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค

ทางด้านตัวแทนฝ่ายการตลาดปลาดุกร้าทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ประเภทปลาเลี้ยงบ่อปลา กล่าวว่า ปลาดุกร้าทำยอดขายได้ตามลำดับ สำหรับราคาริมทะเลน้อย ประมาณ 220 บาท/กก. ส่วนค้าปลีก ประมาณ 300 บาท/กก.

น.ส.เพียงเพ็ญ คงแสง ประธานวิสาหกิจชุมชนบ้านชุมพล อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง กลุ่มผู้แปรรูปปลาดุกร้าสมุนไพรเงาะป่าซาไก เปิดเผยว่า วิสาหกิจชุมชนบ้านชุมพล มีผลิตภัณฑ์ปลาดุกแปรรูป 2 แบบ คือ ปลาดุกร้า และปลาดุกแดดเดียว ภายใต้ชื่อผลิตภัณฑ์ปลาดุกร้า BEN ซาไก อบด้วยสมุนไพรของเงาะป่าซาไก โดยขณะนี้ผลิตภัณฑ์ปลาดุกร้า ใน จ.พัทลุง มีการขยายตัวเติบโตขึ้นมาก ความต้องการในตลาดสูง ปี 2561 มีการขยายตัวเติบโตถึง 80% และปี 2562 ยังมีทิศทางขยายตัวเติบโตต่อเนื่อง โดยล่าสุดทางห้างบิ๊กซีมีความต้องการให้นำสินค้าไปวางจำหน่าย รวมถึงการไปออกบูทร่วมงานกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี จำหน่ายได้ดีมาก

“ขณะนี้ทางกลุ่มมีผลผลิตไม่พอต่อความต้องการ พื้นที่โรงเรือนไม่สามารถรองรับการผลิตได้มาก จึงได้ลงทุนขยายโรงเรือนออกแบบแปลนที่ทางการรับรองไปแล้ว และเสนอต่อสภาเกษตรจังหวัดพัทลุง เพื่อของบประมาณยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัด จะเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้เพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับ” น.ส.เพียงเพ็ญกล่าว

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ