เกษตรกรทำนาปทุมธานี เลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุย เสริมรายได้ สร้างตลาดหลากหลาย จำหน่ายได้ราคางาม

จากสภาวะเศรษฐกิจไม่กี่ปีมานี้ ส่งผลให้สินค้าเกษตรหลายชนิดราคาตกต่ำ จึงทำให้เกษตรกรมีการปรับตัวมากขึ้น โดยทำเกษตรแบบผสมผสานที่ไม่เน้นทำเป็นเกษตรเชิงเดี่ยวมากเกินไป เพราะนอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องของราคาที่ผันผวนแล้ว ยังสามารถมีรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรบางชนิดทดแทน จึงช่วยเสริมรายได้สลับไปมาในแต่ละช่วงการผลิต จึงเกิดรายได้หลากหลายส่งผลให้ไม่มีหนี้สิน

คุณขาว เสมอหัต

คุณขาว เสมอหัต อยู่บ้านเลขที่ 58/3 หมู่ที่ 8 ตำบลคลองควาย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี มีอาชีพหลักทำนาด้วยราคาข้าวที่ผลิตได้ไม่แน่นอน จึงได้หาอาชีพเสริมเข้ามาช่วย คือการเลี้ยงปลาดุก โดยใช้บ่อน้ำที่มีอยู่เดิมจากการขุดไว้ใช้ภายในสวน มาเลี้ยงปลาให้เกิดประโยชน์มากขึ้น พร้อมทั้งใช้เหยื่อสดต้นทุนต่ำมาเป็นอาหารให้ปลากิน ทำให้ปลาเติบโตดีตลาดต้องการ จำหน่ายได้ราคา

อาชีพหลักทำนา เลี้ยงปลาดุกเสริมรายได้

คุณขาว เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่ประกอบสัมมาอาชีพมาถึงปัจจุบัน รายได้หลักของครอบครัวคือเกษตรกรรมเพียงอย่างเดียว โดยยึดการทำนามานานหลายสิบปี แต่ด้วยบางปีราคาข้าวที่ได้ไม่แน่นอน จึงเกิดความคิดที่อยากจะเสริมรายได้ เห็นบ่อน้ำที่อยู่บริเวณบ้านว่างอยู่ ทำให้ตัดสินใจที่จะเลี้ยงปลาเข้ามาเสริม จึงได้ศึกษาเรื่องการเลี้ยงปลาดุกจากเพื่อนบ้าน และซื้อลูกพันธุ์มาทดลองเลี้ยงในบ่อของตนเอง จนประสบผลสำเร็จและเกิดรายได้ดี

อาหารที่ได้จากโครงไก่นำมาบด

“สาเหตุที่เรามีบ่อน้ำอยู่ ก็เพราะสมัยก่อนต้องการดินมาถมที่ เลยได้ขุดบ่อน้ำไว้ และมีน้ำไว้ใช้ทางการเกษตรในบริเวณสวนของเรา ทีนี้ต้องการมีอาชีพเสริม เลยมองว่าหากมีการนำปลามาเลี้ยงและจัดการเป็นระบบที่ดี ก็น่าจะพอมีรายได้ ช่วงแรกเลี้ยงปลาเบญจพรรณก่อน รู้สึกว่ามีความซับซ้อน ก็เลยตัดสินใจเปลี่ยนมาเลี้ยงปลาดุกแทน เพราะน่าจะเป็นปลาที่ทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดีกว่า และที่สำคัญในเรื่องของตลาดยังค่อนข้างไปได้ดีทีเดียว” คุณขาว เล่าที่มาของอาชีพเสริมให้ฟัง

ปลาดุกพันธุ์บิ๊กอุย

เลี้ยงง่ายโตดี

บ่อเลี้ยง ขนาด 1 ไร่

ลูกพันธุ์ปลาดุกบิ๊กอุยซื้อมาจากฟาร์มที่เชื่อถือได้ โดยลูกพันธุ์ปลาแต่ละตัวมีความแข็งแรงต้านทานโรคได้ดี ก่อนที่จะนำลูกปลามาปล่อยเลี้ยงภายในบ่อ คุณขาว บอกว่า จะเตรียมบ่อเลี้ยงให้มีความพร้อมเสียก่อน โดยทุกครั้งที่จับปลาจำหน่ายหมดบ่อแล้ว จะสูบน้ำออกจากบ่อให้หมด พร้อมทั้งกำจัดขี้เลนก้นบ่อออก โรยก้นบ่อด้วยปูนขาว ตากบ่อทิ้งไว้ประมาณ 7 วัน เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อและใส่น้ำเข้าบ่อเตรียมเลี้ยงได้ทันที

“บ่อเลี้ยงความลึกอยู่ที่ 1.50 เมตร ขนาดบ่อประมาณ 1 ไร่ พอเตรียมบ่อเลี้ยงและสภาพน้ำเข้าที่แล้ว ก็จะนำลูกปลาดุกบิ๊กอุย ขนาด 1 นิ้วครึ่ง มาปล่อยเลี้ยงอยู่ที่ 40,000 ตัว ต่อบ่อ ในช่วงแรกจะให้กินอาหารปลาดุกเม็ดเล็ก ที่มีเปอร์เซ็นต์โปรตีนอยู่ที่ 35 ใน 7 วันแรก หลังจากนั้นจะเลี้ยงด้วยอาหารที่บดจากโครงไก่สด โดยสั่งซื้อมาจากโรงงานและพ่อค้าที่เขาขาย เพราะในพื้นที่นี้มีคนเลี้ยงไก่เยอะอยู่ ดังนั้นในเรื่องของโครงไก่สดจึงค่อนข้างซื้อได้ราคาถูก” คุณขาว บอก

ในทุกๆ วัน จะมีเพื่อนๆ มาให้อาหารปลาด้วยกัน

เมื่อเริ่มมีการปรับมาเลี้ยงด้วยเหยื่อสด จะบดโครงไก่สดให้กินวันละ 1 มื้อ ในช่วงเดือนแรกให้อาหารอยู่วันละ 10 กิโลกรัม และเมื่อผ่านเข้าสู่เดือนที่ 2 จะเพิ่มปริมาณอาหารขึ้นไปเรื่อยๆ ตามขนาดไซซ์ของปลาที่ใหญ่ขึ้น จนกว่าปลาดุกจะได้ไซซ์ที่ตลาดต้องการ โดยอายุ 2 เดือน ก็สามารถจับจำหน่ายได้หากต้องการเงินมาใช้จ่าย แต่ถ้ายังมีเงินหมุนเวียนอยู่ก็จะเลี้ยงปลาดุกต่อไปเรื่อยๆ ให้เป็นปลาไซซ์ใหญ่ อายุอยู่ที่ 4 เดือน และจับยกบ่อจำหน่ายทั้งหมดทีเดียว

ปลาดุกไซซ์ที่เริ่มจะจำหน่ายได้

ในเรื่องของโรคที่เกิดขึ้นกับปลาดุกบิ๊กอุยภายในบ่อนั้น คุณขาว บอกว่า บางช่วงจะมีโรคท้องบวมและเลือดออกบริเวณกกหูให้เห็น หากไม่ต้องการให้เกิดโรคเหล่านี้สามารถป้องกันด้วยการถ่ายน้ำเก่าออกจากบ่อ และใส่น้ำใหม่เข้าไปเพิ่มก็จะช่วยให้น้ำใช้เลี้ยงมีความสะอาดขึ้น และไม่เป็นแหล่งสะสมของโรค ดังนั้นในเรื่องของการถ่ายน้ำออกจากบ่อและใส่น้ำใหม่เข้ามาใหม่เสมอๆ สามารถช่วยลดปัญหาในเรื่องของการเกิดโรคได้เป็นอย่างดี

“ในการเลี้ยงจะให้แต่อาหารอย่างเดียวก็ไม่ได้ บางช่วงก็จะมีการผสมวิตามินไปกับอาหารให้ปลาดุกกินด้วย เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับปลา ปลาเราจะกินอาหารสดเป็นหลัก ฉะนั้นบางครั้งอาหารอาจไปตกค้างอยู่ในบ่อมากเกิน ทำให้เกิดน้ำเน่าเสียได้ ต้องมีการถ่ายน้ำเก่าออกและเติมน้ำใหม่เข้าไป พร้อมทั้งใส่เกลือเข้าไปช่วยอาทิตย์ละ 1-2 กระสอบ ก็จะช่วยให้น้ำในบ่อไม่สะสมโรค ปลาก็จะแข็งแรงดี ไม่เกิดการตายขณะที่เลี้ยง” คุณขาว บอก

ทำตลาดทั้งจำหน่ายเอง

และส่งลูกค้าที่มารับซื้อถึงหน้าบ่อ

ปลาดุกภายในบ่อ

ในเรื่องของการจำหน่ายปลาดุกบิ๊กอุยที่เลี้ยงนั้น คุณขาว บอกว่า ในช่วงแรกจะเน้นจับปลาภายในบ่อมาชำแหละและนำไปจำหน่ายยังตลาดชุมชนในพื้นที่ เพื่อให้มีรายได้เป็นเงินหมุนเวียนเข้ามาใช้ภายในฟาร์ม ต่อมามีพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องการซื้อปลาดุกรู้ว่าเขาเลี้ยง จึงได้มาติดต่อซื้อและเป็นลูกค้าประจำกันมาตลอด โดยพ่อค้าจะมีทีมงานมาจับให้ถึงหน้าบ่อแต่ละรอบที่ส่งจำหน่าย

“ในเรื่องของการทำตลาดก็อยู่ที่เรา ว่าต้องการขายแบบไหน สมมุติถ้าต้องการใช้เงินในช่วงนั้นก็อาจจะจับขึ้นมาวันละ 10 กิโลกรัม และขายยังตลาดในชุมชน แต่ถ้าเรารอแต่ละรอบการผลิตได้ ก็จะให้พ่อค้ามาจับขึ้นไปทีเดียวหมดบ่อ เลี้ยงอย่างต่ำอยู่ที่ 4 เดือน ไม่เกิน 5 เดือน ก็จะได้ไซซ์แบบย่าง ก็จะแจ้งเขาว่าปลาเริ่มจะจับขายได้แล้ว เขาก็จะมีทีมงานมาจับ ซึ่งราคาขายตอนนี้อยู่ที่ กิโลกรัมละ 45 บาท แต่ละรอบที่จับขายยกบ่อ ได้อยู่ขั้นต่ำที่ 10 ตันขึ้น พอหักลบต้นทุนการผลิตแล้ว ก็ถือว่ายังมีผลกำไร” คุณขาว บอก

ให้อาหารทุกวันอย่างมีความสุข

สำหรับผู้ที่สนใจอยากจะเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุย คุณขาว แนะนำว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เรื่องของแหล่งน้ำ ถ้ามีน้ำอย่างเพียงพอก็สามารถเลี้ยงได้ ถือเป็นอาชีพเสริมที่ดีหลังว่างจากการทำการเกษตรอื่นๆ อย่างน้อยก็ยังมีรายได้มาช่วยหมุนเวียนในช่วงรอผลผลิตอย่างอื่นเก็บเกี่ยว เพราะถ้ายังยึดการทำเกษตรเชิงเดี่ยวมากเกินไปแบบเช่นสมัยก่อน เมื่อถึงช่วงราคาตกต่ำ นอกจากจะไม่มีผลกำไรแล้ว ยังอาจเกิดภาวะหนี้สินตามมาด้วย ดังนั้น การทำอะไรที่หลากหลายแม้จะเล็กน้อย ก็สามารถเสริมรายได้ให้กับผู้ลงมือทำอย่างแน่นอน

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณขาว เสมอหัต หมายเลขโทรศัพท์ 080-629-3785

บทความก่อนหน้านี้แปซิฟิคฯ ร่วมกับ ส.เจริญฯ จัดยิ่งใหญ่ มอบรางวัลให้กับผู้โชคดี
บทความถัดไปสวนเงาะติดผลอ่อน ระวังโรคราแป้ง