สูตรเลี้ยงปลาลดต้นทุนได้ 80% ด้วยหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1

ปัจจุบันกลุ่มผู้เลี้ยงปลาในหลายพื้นที่ของ จ.เชียงราย หันมาใช้หญ้าเลี้ยงปลาแทนการใช้อาหารปลาบรรจุกระสอบที่วางจำหน่ายตามตลาดกันอย่างแพร่หลาย โดยชาวบ้านปลูกและซื้อขายหญ้าด้วยกันเอง ซึ่งจะนำต้นและใบมาปั่น บด รวมถึงปรุงเป็นส่วนผสมพิเศษก่อนนำไปให้ปลา นอกจากนี้ยังนำหญ้าวางซ้อนในบ่อปลาสลับกับมูลวัว ซึ่งพบว่าปลาเข้าไปตอดกินหญ้าดังกล่าว โดยวิธีการนี้ช่วยให้ต้นทุนลดต่ำลงอย่างมาก ปัจจุบันหญ้าจึงกลายอาหารหลักที่ผู้เลี้ยงปลาใน จ.เชียงราย ใช้เลี้ยงปลาในบ่อของตัวเองแล้ว

หญ้าที่ใช้เลี้ยงปลาคือ เนเปียร์ ปากช่อง 1 ซึ่งได้คิดสูตรขึ้นเพื่อให้นำมาเลี้ยงปลาได้ โดยใช้สูตร 6 : 4 : 1 คือ หญ้า 6 ส่วน รำข้าว 4 ส่วน และหัวอาหาร 1 ส่วน เมื่อนำมาผสมและบดแล้วให้ปลา พบว่าปลากินดีมาก ที่สำคัญช่วยลดต้นทุนค่าอาหารปลาได้อย่างมาก เพราะในปัจจุบันอาหารปลามีราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 26 บาท แต่ถ้าใช้หญ้า ต้นทุนจะลดเหลือเพียงกิโลกรัมละ 6 บาท

นอกจากนี้ผลพลอยได้ยังพบว่าน้ำในบ่อปลาไม่เน่าเสีย ซึ่งแตกต่างจากการให้อาหารปลาทั่วไปที่มักประสบปัญหาน้ำเสียหรือมีกลิ่น โดยน้ำที่เลี้ยงด้วยหญ้าจะมีสีเขียวอ่อนๆ ตามธรรมชาติ ขณะเดียวกันปลาเลี้ยงยังเหมือนปลาธรรมชาติที่ไม่มีกลิ่นเหม็นเมื่อนำมาปรุงอาหารก็ให้รสชาดอร่อยเหมือนปลาธรรมชาติอีกด้วย

“นอกจากการนำปรุงด้วยสูตรดังกล่าวแล้ว ยังสามารถนำหญ้าเนเปียร์ ปากช่อง 1 มาวางในบ่อปลาเป็นชั้นๆ เรียกกันจนคุ้นเคยว่าขนมชั้นในบ่อปลา โดยตีหลักไม้ไผ่กว้าง 2 เมตร ยาว 4 เมตร ต่อเนื้อที่ 1 ไร่ แล้วนำหญ้าไปใส่ในคอก 80 กิโลกรัม สลับกับมูลวัว 40 กิโลกรัม โดยหญ้าจะสูง 3 ชั้น และมูลวัว 2 ชั้น ซึ่งปลาสามารถกินเป็นอาหารได้ตลอดทั้งวัน อีกทั้งทำให้เกิดไรแดงและหนอนแดงที่ช่วยบำบัดน้ำ รวมทั้งยังเกิดหอยและกุ้งในบ่อปลาเป็นจำนวนมาก เจ้าของบ่อปลาสามารถเก็บสัตว์น้ำเหล่านี้มาขายจนทำให้มีรายได้มากขึ้น เหนือจากการขายปลาอย่างเดียวอีกด้วย” นายอมรกล่าว และว่า ปัจจุบันกำลังส่งเสริมเกษตรกรในเรื่องนี้ เพราะคำนวณแล้วลดต้นทุนลงได้กว่า 70-80% รวมทั้งช่วยอนุรักษ์ธรรมชาติและได้ปลาคุณภาพดีขึ้นอีกด้วย

นายจำเริญกล่าวต่อว่า ต้องขอบคุณจากใจจริงที่่มีการให้องค์ความรู้เรื่องนำหญ้ามาเลี้ยงปลา เพราะนอกจากจะทำให้ต้นทุนลดลงวัตถุดิบคือหญ้าเนเปียร์ ปากช่อง 1 ยังปลูกง่ายขึ้นได้เกือบทุกภูมิประเทศ ใช้เวลาแค่ 30-45 วัน ก็สามารถตัดมาใช้ได้ และปลูกครั้งเดียวออกต้นให้ใช้ได้นานถึง 7 ปี

ด้านนางชฎาพร ออนเขียว ชาวบ้านร่องบง ต.โยนก กล่าวว่า เลี้ยงปลานิลบนเนื้อที่ 8 ไร่ ซึ่งพบว่าแต่ละวันใช้อาหารเลี้ยงปลาจำนวนมาก โดยจะซื้อมาครั้งละ 21 กระสอบ กระสอบละ 20 กิโลกรัม ราคาเฉลี่ยกระสอบละ 300-500 บาท ครั้งหนึ่งจึงใช้เงินไม่น้อยกว่า 6,000-10,000 บาท และใช้ได้ไม่กี่วันก็หมดแล้วแต่ช่วงอายุของปลาว่าเติบโตมากน้อยเพียงใด แต่ปัจจุบันปลูกหญ้าเองตามสูตรดังกล่าว ทำให้ค่าใช้จ่ายลดลงเหลือเพียงครั้งละ 1,350 บาท และถ้าหญ้าขาดแคลนก็หาซื้อกิโลกรัมละเพียง 1.50 บาท จึงเป็นทางออกของอาชีพเลี้ยงปลาของชาวบ้านอย่างแท้จริง

บทความก่อนหน้านี้แนะเทคนิคให้น้ำ ระบบ “น้ำหยด-ฉีดฝอยใต้ต้น” ช่วยประหยัดน้ำ+ลดต้นทุนในภาคเกษตร
บทความถัดไปเปิดแล้ววันนี้อย่างยิ่งใหญ่ มหกรรม“ภูมิพลังแผ่นดิน” เทิดพระเกียรติ “วันดินโลก ” รัชกาลที่ 9 ด้านการพัฒนาดิน