เกษตรกรนครสวรรค์ เลี้ยงปลากะพงในน้ำจืด เป็นอาชีพทำเงิน

คุณนรินทร์ศักดิ์ พัวตระกูล อยู่บ้านเลขที่ 11/3 หมู่ที่ 6 ตำบลพันลาน อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงและเพาะพันธุ์ปลาที่มากด้วยประสบการณ์ โดยที่เขาเห็นถึงช่องทางการทำตลาด จึงได้นำปลากะพงมาเลี้ยงภายในฟาร์ม จึงทำให้สามารถจำหน่ายได้ราคาเพราะสามารถกำหนดในเรื่องของต้นทุนได้ จึงเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี

คุณนรินทร์ศักดิ์ พัวตระกูล

คุณนรินทร์ศักดิ์ เล่าให้ฟังว่า ครอบครัวมีอาชีพทำการประมงมาตั้งแต่สมัยคุณพ่อ โดยท่านเป็นผู้ริเริ่มทางสายงานนี้ให้กับครอบครัว เมื่อเขาได้เห็นหลายๆ สิ่งตั้งแต่ยังเป็นเด็ก อาชีพทางประมงจึงเป็นอาชีพที่อยู่ในสายเลือด ทำให้ตัดสินใจเรียนต่อทางด้านการประมงโดยเฉพาะ เพื่อจะได้นำวิชาความรู้มาพัฒนาธุรกิจของครอบครัวต่อไป

“ผมจบเกี่ยวกับการประมงที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงได้รับความรู้มากมายมาปรับใช้ ในสิ่งที่เราคิดและสงสัยในตอนที่เราเป็นเด็ก ที่มันคาอยู่ในใจ ก็ได้นำความรู้ที่เรียนมาทดลองในสิ่งที่สงสัย จนทำให้เรากระจ่างในเรื่องอื่นๆ เพราะช่วงนั้นที่บ้านก็เพาะพันธุ์ปลาสวาย และก็ปลาอื่นๆ อีกหลายชนิด พอผมว่าทำเองก็จะเน้นไปที่ปลากะพงส่วนใหญ่ โดยนำมาปรับเลี้ยงในน้ำจืด ภายในกระชังในแม่น้ำ ก็ถือว่าประสบผลสำเร็จและสร้างรายได้ค่อนข้างดี” คุณนรินทร์ศักดิ์ เล่าถึงที่มา

บริเวณเพาะพันธุ์ปลา

เหตุที่เน้นเลี้ยงปลากะพงในพื้นนี้ คุณนรินทร์ศักดิ์ ให้เหตุผลว่า ถ้าจะไปรับปลาจากทางแหล่งอื่นมาจำหน่ายในพื้นที่นี้ก็จะทำให้ต้นทุนสูง เพราะแหล่งอื่นจะอยู่ไกลจากตัวจังหวัดนครสวรรค์ออกไป แต่ถ้าสามารถนำมาปรับเลี้ยงภายในฟาร์มของเขาได้ ก็จะทำให้การจำหน่ายสามารถทำผลกำไรได้เป็นอย่างดี

ในขั้นตอนแรกของการเลี้ยงปลากะพงให้มีขนาที่ตลาดต้องการนั้น คุณนรินทร์ศักดิ์ บอกว่า ต้องเตรียมบ่อให้มีความพร้อมในการเลี้ยงเสียก่อนโดยการทำความสะอาดบ่อ จากนั้นโรยด้วยปูนขาว พร้อมทั้งตากบ่อทิ้งไว้สักระยะ ซึ่งบ่อที่มีขนาดเล็กจะใช้สำหรับเป็นบ่ออนุบาลลูกปลากะพง ส่วนบ่อที่มีขนาดใหญ่ตั้งแต่ 2-3 ไร่ จะใช้เลี้ยงปลาที่อนุบาลจนมีขนาดที่ต้องการเพื่อสร้างเป็นปลาไซซ์ขนาดใหญ่ต่อไป

บ่ออนุบาล

ซึ่งแต่ละบ่อจะปล่อยปลากะพงเลี้ยงอยู่ที่ 5,000 ตัว ต่อไร่ และบางส่วนจะนำไปเลี้ยงในกระชัง ในขั้นตอนของการเลี้ยง คุณนรินทร์ศักดิ์ บอกว่า จะนำลูกปลากะพงจากแหล่งเพาะที่รับซื้อมาปรับให้อยู่สภาพน้ำจืดภายในฟาร์มให้คุ้นชิน เพื่อให้ปลาที่เลี้ยงสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมของฟาร์ม

“ปลากะพงที่นำมาอนุบาลก็จะใช้เวลาประมาณ 1 เดือนครึ่ง อาหารที่ให้กินก็เป็นตามสูตรของการเลี้ยงปลากะพงเลย พอครบกำหนด ก็จะย้ายไปเลี้ยงลงในบ่อที่มีขนาดใหญ่ตามอัตราส่วนที่กำหนดไว้ ซึ่งอาหารที่ให้ปลากะพงกิน เป็นอาหารเม็ดที่มีเปอร์เซ็นต์โปรตีนอยู่ที่ 40-45 โดยใช้เวลาเลี้ยงอยู่ที่ 4-5 เดือน ก็จะจับขายได้” คุณนรินทร์ศักดิ์ บอก

กระชังในแม่น้ำ

ในเรื่องของโรคที่จะเกิดขึ้นกับปลากะพงที่เลี้ยง คุณนรินทร์ศักดิ์ บอกว่า จะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศที่มีความเปลี่ยน จนทำให้ในบางช่วงจะมีโรคที่เกิดกับปลาได้ แต่เขาจะมีหลักการป้องกันด้วยการปรับสภาพแวดล้อมภายในฟาร์มให้ดี มีความเหมาะสม ก็จะช่วยให้ไม่กังวลในเรื่องของการเกิดโรค

คุณนรินทร์ศักดิ์ เสริมในเรื่องของโรคปลาให้ฟังอีกว่า การที่จะเกิดโรคขึ้นในปลาได้นั้น จะต้องมีสาเหตุถึง 3 อย่างที่จะเป็นปัจจัยทำให้ปลาที่เลี้ยงเกิดโรคและตายจนเกิดความเสียหาย แต่ถ้าป้องกันในเรื่องของสภาพแวดล้อมได้ ปลามีความแข็งแรง เชื้อสาเหตุโรคไม่เจริญเติบโตภายในบ่อ ถ้าควบคุมอย่างใดอย่างหนึ่งได้ ก็จะทำให้ปลาสามารถเจริญเติบโตได้ดี แต่ถ้าทั้ง 3 อย่างนี้เกิดขึ้นพร้อมกัน ก็จะส่งผลต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

เตรียมส่งจำหน่ายลูกค้า

ในเรื่องของการทำการตลาดนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ต้องกังวลสำหรับเขา เพราะฐานลูกค้าเดิมค่อนข้างมีอยู่แล้วตั้งแต่สมัยรุ่นคุณพ่อ และยิ่งฟาร์มของเขาสามารถเลี้ยงปลากะพงอยู่ในพื้นที่นี้ จึงสามารถส่งขึ้นไปจำหน่ายยังภาคเหนือได้ ทำให้การขนส่งและราคาต้นทุนสามารถทำการตลาดเพื่อสร้างผลกำไรได้ และยิ่งเนื้อของปลากะพงเมื่อนำมาประกอบอาหาร รสชาติที่ได้ก็ไม่แตกต่างกับปลาที่เลี้ยงในน้ำกร่อย หรือน้ำเค็ม จึงเป็นที่ต้องการของลูกค้าอย่างกว้างขวาง

“ไซซ์ปลากะพงที่ตลาดต้องการ ที่ฟาร์มของผมก็มีขนาดตั้งแต่ 600 กรัม ไปจนถึง 1.2 กิโลกรัม เพราะไซซ์จะเน้นเป็นขนาดเสิร์ฟเป็นปลาจานขึ้นโต๊ะอาหาร โดยราคาขายหน้าร้านขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 180 บาท แต่ถ้าเป็นร้านอาหารติดต่อซื้อ ราคาขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 165 บาท ส่วนปลาสวายก็อยู่ที่กิโลกรัมละ 40 บาท รวมทั้งมีลูกปลาที่เพาะเองขายให้กับเกษตรกรที่สนใจนำไปเลี้ยงต่อด้วย” คุณนรินทร์ศักดิ์ บอกถึงเรื่องการตลาด

ไซซ์ขนาดที่ตลาดต้องการ

สำหรับผู้ที่สนใจอยากจะเลี้ยงปลากะพงเป็นอาชีพ คุณนรินทร์ศักดิ์ แนะนำว่า ควรศึกษาวิธีการเลี้ยงให้ถูกต้อง ปลากะพงหรือปลาชนิดอื่นๆ เป็นสิ่งมีชีวิต หากมีความสนใจที่จะทำประมงในสาขาไหนๆ การศึกษาอุปนิสัยของสัตว์น้ำชนิดนั้นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะถ้ามีความพร้อมในทุกด้านการเลี้ยงปลาก็จะประสบผลสำเร็จได้ ซึ่งฟาร์มของเขาเองก็ผลิตลูกพันธุ์ปลาจำหน่ายด้วย เมื่อมีเกษตรกรหน้าใหม่สนใจติดต่อขอซื้อ เมื่อได้พูดคุยแล้วรู้สึกว่าสถานที่แห่งนั้นไม่มีความเหมาะสมเขาก็จะไม่แนะนำให้เลี้ยง เพราะทุกอย่างมีการลงทุนหากลงทุนแล้วต้องได้ผลกำไรกลับคืนมาด้วย

การนำมาแปรรูป

สำหรับท่านใดที่สนใจอยากปรึกษาขอคำแนะนำในเรื่องของการเลี้ยงปลากะพง ตลอดจนถึงหาซื้อลูกพันธุ์ปลา สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ คุณนรินทร์ศักดิ์ พัวตระกูล หมายเลขโทรศัพท์ (081) 785-6639

———————————————————————————————————

พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน, มติชนสุดสัปดาห์ และศิลปวัฒนธรรม ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้รมช.ประภัตร เดินสายมอบเมล็ดพันธุ์ข้าว เยียวยาภัยแล้งเกษตรกรเมืองย่าโม
บทความถัดไปชาวกระบี่ปลื้มโครงการตู้กับข้าวชาวกระบี่ปังต่อยอดสู่ตู้ปันสุขช่วยเหลือผู้เดือดร้อน