สศท.3 ชู ‘แปลงใหญ่ลูกอ๊อดบ้านหนองแต้’ มาตรฐาน GAP กำไร 174,000 บาท/ปี/ราย

นางเพ็ญศิริ วงษ์วาท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 3 อุดรธานี (สศท.3) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า “ลูกอ๊อดกบ” เป็นหนึ่งในสัตว์น้ำนำร่องที่ได้รับการผลักดันเข้าสู่โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ด้านการประมง เมื่อปี 2560 เนื่องจากเป็นสัตว์น้ำที่ตลาดในท้องถิ่นมีความต้องการสูง ราคาดี ซึ่งเป็นการพลิกวิกฤติเป็นโอกาสในช่วงหน้าแล้งหลังการทำนาปี โดยปรับพื้นที่นาข้าวเพื่อเพาะเลี้ยงลูกอ๊อดกบ ปัจจุบัน เกษตรกรได้มีการรวมกลุ่มแปลงใหญ่ลูกอ๊อดบ้านหนองแต้ ผลิตและจำหน่ายลูกอ๊อดกบ จนเกิดรายได้หมุนเวียนให้เกษตรกร ที่สำคัญทางกลุ่มแปลงใหญ่ฯ ยังได้รับมาตรฐาน GAP และเกษตรกรผู้เลี้ยงได้มีการจดทะเบียนเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เพาะเลี้ยงลูกอ๊อดกบกลุ่มแรกของประเทศไทย ซึ่งนับเป็นตัวอย่างของการรวมกลุ่มที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก

นางเพ็ญศิริ วงษ์วาท

จากการลงพื้นที่ของ สศท.3 เพื่อติดตามสถานการณ์ผลิตของกลุ่มแปลงใหญ่ลูกอ๊อดบ้านหนองแต้ ตำบลนาขาม อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม โดยสัมภาษณ์ นายสมชัย วงษ์สุข ผู้จัดการแปลงใหญ่ฯ และยังเป็นเกษตรกรต้นแบบ ซึ่งมีประสบการณ์เพาะเลี้ยงลูกอ๊อดกบมาเป็นระยะเวลานานกว่า 15 ปี บอกเล่าว่า ตนประกอบอาชีพทำนาเป็นหลัก และมีความสนใจอยากทำอาชีพเกษตรอย่างอื่น เพื่อให้มีรายได้ในช่วงหลังการทำนา จึงเลือกการเพาะลูกอ๊อดกบขาย เนื่องจากเลี้ยงง่าย สร้างรายได้สูง ซึ่งได้เลี้ยงมาอย่างต่อเนื่องจนประสบความสำเร็จ และได้มีการถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรรายอื่น รวมถึงแนะนำให้เกษตรกรผู้สนใจหันมาเลี้ยงกันมากขึ้น หลังจากนั้นจึงได้เริ่มรวมกลุ่มแปลงใหญ่ฯ ปี 2560 ปัจจุบันมีสมาชิกเกษตรกร 32 ราย พื้นที่เลี้ยงรวม 64 ไร่ สำหรับพื้นที่การเพาะเลี้ยงลูกอ๊อดในนา 1 ไร่ จะมีต้นทุนการเลี้ยงเฉลี่ย 61,200 บาท/ไร่ (1 ไร่ มีบ่อเพาะเลี้ยง 20 บ่อ ขนาด 4 x 15 เมตร) ผลผลิตลูกอ๊อดเฉลี่ย 60 กิโลกรัม/บ่อ (1 กิโลกรัม จะได้ลูกอ๊อดประมาณ 450 – 500 ตัว) เกษตรกรมีผลตอบแทน 96,000 บาท/ไร่ คิดเป็นผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย (กำไร) 34,800 บาท/ไร่ ราคาที่เกษตรกรขายได้ 80 บาท/กิโลกรัม โดยภายในระยะเวลา 1 ปี สามารถเพาะเลี้ยงลูกอ๊อดกบได้ถึง 5 ครั้ง คิดเป็นผลตอบแทนทั้งปีเกษตรกรจะมีรายได้สุทธิจากการขายลูกอ๊อดกบมีชีวิตเฉลี่ย 174,000 บาท/ปี/ราย ทั้งนี้ หากมองในภาพรวมของกลุ่มแปลงใหญ่ฯ ในระยะเวลา 1 ปี สามารถผลิตลูกอ๊อดได้ประมาณ 180 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 14.40 ล้านบาท

ด้านการจำหน่ายผลผลิตลูกอ๊อดกบ ทางกลุ่มแปลงใหญ่ฯ จะจำหน่ายเพื่อการบริโภคหรือนำไปเลี้ยงเป็นกบเนื้อ แบ่งเป็น 2 แบบ คือ ลูกอ๊อดกบมีชีวิตและแช่แข็ง สำหรับลูกอ๊อดกบมีชีวิต ส่วนใหญ่ร้อยละ 85 จำหน่ายให้กับพ่อค้าต่างจังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ บึงกาฬ อำนาจเจริญ และยโสธร ร้อยละ 12 จำหน่ายให้กับพ่อค้าภายในท้องถิ่น ส่วนอีกร้อยละ 3 จำหน่ายแบบแช่แข็ง เพื่อให้สามารถเก็บผลผลิตไว้ได้นาน โดยมีบรรจุภัณฑ์ในการเก็บรักษาให้คงคุณภาพ สามารถจำหน่ายได้ตลอดทั้งปี ซึ่งจะจำหน่ายให้กับร้านอาหารและภัตตาคาร ในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย กะบี่ สงขลา และกรุงเทพฯ ในราคา 240 บาท/กิโลกรัม ทั้งนี้ สามารถสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ Facebook “ลูกอ๊อดบ้านหนองแต้” เป็นอีกหนึ่งช่องทางการตลาดซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง มียอดสั่งซื้อประมาณ 1,800 กิโลกรัม/ปี

สำหรับกระบวนการเพาะเลี้ยงลูกอ๊อดกบนั้น จะเริ่มจากการนำพ่อแม่พันธุ์กบ จำนวน 300 คู่ มาปล่อยไว้ในบ่อเพาะเลี้ยงขนาด 4 x 15 เมตร เป็นเวลา 1 คืน เพื่อให้ผสมพันธุ์วางไข่ตามธรรมชาติ ตอนเช้าจึงนำพ่อแม่พันธุ์ออกจากบ่อ จากนั้นประมาณ 1 วัน ไข่จะฟักออกเป็นตัวลูกอ๊อด และใช้ระยะเวลาอนุบาลอีกประมาณ 18 – 20 วัน จึงสามารถจับขายได้ โดยแม่พันธุ์กบ 1 ตัว จะให้ผลผลิตลูกอ๊อดถึง 300 – 500 ตัว อย่างไรก็ตาม  สภาพพื้นที่จะมีผลต่อปริมาณการผลิต โดยเฉพาะความแตกต่างของสภาพพื้นดิน และควรตรวจวัดคุณภาพน้ำทุก 5-7 วัน โดยใช้เครื่องมือตรวจวัดคุณภาพน้ำ และการใช้น้ำหมัก ปม 1 เพื่อใช้สร้างสมดุลของจุลินทรีย์ในสิ่งแวดล้อมให้มีกลไกในการช่วยย่อยสลายสารอินทรีย์ในน้ำ ลดปริมาณเชื้อก่อโรคเป็นการลดความเสี่ยงในการเกิดโรค ลดการใช้ยา และควรเตรียมการเฝ้าระวังจากสภาพภูมิอากาศในช่วงที่มีฝนตกและมีลูกเห็บลง ควรมีการเตรียมปล่อยน้ำเข้าออกในการลด-เพิ่มระดับน้ำเพื่อปรับให้อุณหภูมิน้ำอยู่ระดับปกติไม่ให้ลูกอ๊อดเกิดการช็อคได้

ผู้อำนวยการ สศท.3 กล่าวทิ้งท้ายว่า การเพาะเลี้ยงลูกอ๊อดกบ เป็นอาชีพทางเลือกที่สร้างความสำเร็จ สร้างรายได้ให้เกษตรกร จากโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ อีกทั้งผลพลอยได้จากการเพาะเลี้ยงลูกอ๊อดทำให้มีอินทรีย์วัตถุในดินมีความสมบูรณ์ เอื้อประโยชน์ต่อการทำนาปลูกข้าวไม่ต้องใส่ปุ๋ยมากนัก จึงเป็นการช่วยลดต้นทุนการผลิต ได้ผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัย มีผลดีต่อสุขภาพของเกษตรกร ทั้งนี้ เกษตรกรหรือผู้ที่สนใจข้อมูลการผลิตลูกอ๊อดกบของกลุ่มแปลงใหญ่ลูกอ๊อดบ้านหนองแต้ สามารถสอบถามได้ที่ นายสมชัย วงษ์สุข ผู้จัดการแปลงใหญ่ฯ กลุ่มแปลงใหญ่ลูกอ๊อดบ้านหนองแต้ ตำบลนาขาม อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม หรือ โทร 09 8221 7904 ซึ่งยินดีให้คำปรึกษาแก่ทุกท่าน

บทความก่อนหน้านี้พริกขาวชัยบุรี พริกพื้นเมืองพัทลุง การันตีคุณภาพ ขายส่ง 14 จังหวัดภาคใต้
บทความถัดไป‘มันสำปะหลังอินทรีย์’ จ.อุบลราชธานี พืชยกระดับรายได้เกษตรกร มีตลาดรองรับ