เพาะพันธุ์ปลาทอง มาตรฐานส่งออก ของ กำพล สร้อยแสง ที่ราชบุรี

นอกจากตลาดปลาเนื้อที่ใช้บริโภคจะสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทยแล้ว อีกด้านของตลาดปลาสวยงามก็มีมูลค่าในการจำหน่ายไม่แพ้กัน ซึ่งปลาสวยงามได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในบ้านเรา เลี้ยงเป็นสิ่งสวยงามประดับตกแต่งบ้านเรือนหรือบางรายเลี้ยงเสริมฮวงจุ้ยตามความเชื่อ จึงทำให้เกษตรกรที่เพาะพันธุ์ปลาสวยงามมีการพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นเรื่อยๆ เพื่อตอบโจทย์ต่อความต้องการของลูกค้าที่มีความชอบหลากหลาย

คุณกำพล สร้อยแสง อยู่บ้านเลขที่ 25/9 หมู่ที่ 3 ตำบลปากแรต อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี หันมายึดอาชีพเพาะพันธุ์ปลาทอง โดยก่อนหน้านี้อาชีพเกี่ยวกับการประมงไม่ได้อยู่ในความคิดของเขาเลย แต่ด้วยสภาวะหลายๆ ด้าน จึงได้ตัดสินใจยึดเป็นอาชีพ เน้นเพาะลูกปลาทองส่งออกต่างประเทศ สามารถสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี

ปลาทองพันธุ์ริวกิ้น

จากอาชีพช่างกล

สู่ชีวิตเกษตรกร

คุณกำพล เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่ยังเด็กก็เห็นครอบครัวยึดอาชีพเกี่ยวกับการเพาะพันธุ์ปลาสวยงามมาตลอด แต่ช่วงนั้นเขาก็เพียงแต่ช่วยงาน และยังไม่ได้ยึดที่จะทำเป็นอาชีพ เมื่อจบการศึกษาได้ออกไปทำงานเกี่ยวกับด้านช่างกล เพราะเบื่อกับงานด้านเพาะพันธุ์ปลาสวยงาม มองว่าเห็นมาตั้งแต่เด็กจนโต จึงยังไม่อยากทำอาชีพนี้

ลูกปลาทอง อนุบาลได้ 1 เดือน

“ช่วงนั้นไม่มีความคิดเลย ในเรื่องของเพาะพันธุ์ปลาทอง เพราะช่วยงานที่บ้านมาตั้งแต่เด็ก เลยรู้สึกอิ่มตัว แต่พอได้ไปทำงานด้านอื่น ก็ได้ไปเรียนรู้พอแล้ว ทีนี้กลับมาบ้าน ประมาณ ปี 2553 ก็เริ่มไม่อยากไปไกลบ้าน เริ่มต้นมาทำอาชีพนี้แทน โดยสืบทอดจากที่บ้านและมีการพัฒนาสายพันธุ์ปลาทองขึ้นมาเรื่อยๆ เน้นเป็นสินค้ามาตรฐานส่งออก” คุณกำพล เล่าถึงที่มา

พ่อแม่พันธุ์ปลาทองเกล็ดแก้ว

ในช่วงแรกที่ตั้งหลักยึดการเพาะพันธุ์ปลาทองเป็นอาชีพแน่แท้แล้ว คุณกำพล บอกว่า ค่อนข้างมีอุปสรรคในเรื่องการทำตลาดอยู่เหมือนกัน เพราะลูกค้าส่วนใหญ่จะรู้จักแต่คุณพ่อ ยังไม่ได้มั่นใจในฝีมือของเขามากนัก จึงทำให้การทำตลาดเหมือนเป็นเกษตรกรหน้าใหม่ แต่เมื่อได้เข้าไปลุยอย่างเต็มตัว เกิดฐานลูกค้ามากขึ้น จนประสบผลสำเร็จมาจนถึงทุกวันนี้

ปลาทองพันธุ์ฮอลันดา

ใช้เวลาเพาะพันธุ์และเลี้ยงขุน

70 วัน ปลาส่งจำหน่ายได้

การเพาะพันธุ์ปลาทองนั้น คุณกำพล บอกว่า มีการแยกบ่อพ่อแม่พันธุ์ บ่ออนุบาล และบ่อเลี้ยงขุน เป็นโซนอย่างชัดเจน

ในขั้นตอนแรกจะเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ปลาทองให้มีความสมบูรณ์ อายุที่เหมาะผสมพันธุ์อย่างต่ำ 8 เดือนขึ้นไป จากนั้นเลือกว่าต้องการให้ลูกปลาทองที่ออกมามีลักษณะแบบไหน จะคัดพ่อแม่พันธุ์ที่สวยๆ มาผสมพันธุ์ภายในบ่อเดียวกัน

ปลาทองพันธุ์ตาลูกโป่ง

“ปลาทอง สามารถเพาะพันธุ์ได้ทุก 15 วันครั้ง ตลอดทั้งปี โดยที่ไม่ต้องมีการหยุดพัก เพราะปลามีไข่ให้ตลอด เพาะในบ่อที่เตรียมไว้ ใส่ตัวผู้ 2 ตัว ต่อ ตัวเมีย 1 ตัว อย่างบ่อขนาด 2×2 เมตร จะใส่ปลาลงไปประมาณ 30 ตัว ตัวผู้ 20 ตัว ต่อ ตัวเมีย 10 ตัว นับไปอีกประมาณ 3 วัน ปลาก็จะออกไข่พร้อมทั้งฟักออกมาเป็นตัวลูกปลาเล็กๆ ให้เห็น จากนั้นเราก็เอาพ่อแม่พันธุ์ออก อนุบาลลูกปลาในระยะนี้ต่อไป” คุณกำพล บอก

ในช่วงแรกจะให้ลูกปลาทองกินอาหารจำพวกไรแดง เป็นลูกไรแดงมีชีวิตที่มีคนนำมาส่งขายให้ที่ฟาร์ม โดยให้กินในช่วงเช้าเพียงมื้อเดียว จนลูกปลามีอายุได้ 1 เดือน จากนั้นนำลูกปลามาคัดดูความสมบูรณ์และนำตัวที่คัดเสร็จแล้วมาเลี้ยงขุนอีกครั้งหนึ่ง

บ่อขุนที่ใช้เลี้ยงให้ลูกปลาทองมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น ขนาดบ่อเป็นวงซีเมนต์ เส้นผ่านศูนย์กลางอยู่ที่ 1.20 เมตร ปล่อยปลาลงเลี้ยง บ่อละ 100 ตัว ในช่วงนี้ยังให้กินไรแดง พร้อมทั้งเสริมด้วยอาหารกุ้งที่มีเปอร์เซ็นต์โปรตีนอยู่ที่ 37-40 วันละ 1 มื้อ

“เวลาขุนให้ปลาโต ก็ใช้เวลาอีกประมาณ 1 เดือน ลูกปลาก็จะเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้นมา ไซซ์ประมาณ 1 นิ้วครึ่ง แต่ละตัวก็จะโตไม่เท่ากัน จากนั้นก่อนที่จะส่งขายก็จะมาคัดไซซ์อีกครั้งหนึ่ง ส่วนในเรื่องโรคของปลาช่วงที่เราอนุบาลและเลี้ยงขุน ก็ไม่ค่อยมีเกิดขึ้นเท่าไร แต่จะต้องระวังมากที่สุดจะเป็นปรสิตจำพวกเห็บปลา เราก็จะแก้ปัญหาตามวิธีต่างๆ แต่เรื่องโรคหากมีการจัดการบ่อที่ดี น้ำสะอาด มีการทำความสะอาดอยู่เสมอ ก็จะช่วยให้ไม่เกิดโรคภายในฟาร์ม” คุณกำพล บอก

บ่อสำหรับเลี้ยงเป็นปลาทองขนาดไซซ์ใหญ่

ทำฟาร์มให้ได้มาตรฐาน

ปลามีคุณภาพ สามารถส่งออกได้

ในเรื่องของการทำตลาดนั้น คุณกำพล บอกว่า จะศึกษาในเรื่องของเทรนด์ตลาดอยู่เสมอ ว่าช่วงนั้นลูกค้ามีความต้องการปลาทองในลวดลายและสีแบบไหน จะเพาะพันธุ์ขึ้นมาเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า โดยตลาดญี่ปุ่นค่อนข้างชอบปลาทองเป็นพันธุ์สีออกดำทั้งตัว ซึ่งการส่งออกปลาขายยังต่างประเทศได้นั้น ฟาร์มต้องได้มาตรฐาน GAP (จีเอพี) ที่ได้รับการรับรองจากกรมประมง

ลูกปลาระยะบ่อขุน

“การที่จะได้มาตรฐานแต่ละอย่างมา เราจำเป็นต้องทำทุกอย่างให้ดี มีการขึ้นทะเบียนเกษตรกร จากนั้นก็นำกฎระเบียบต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่บอกมา จัดการภายในฟาร์มให้ได้มาตรฐานตรงตามที่กำหนด เสร็จแล้วจะมีเจ้าหน้าที่มาตรวจแล้วจึงได้ใบรับรองออกมา ก็ใช้เวลาเป็นปีเหมือนกัน แต่ถ้าทำมาตรฐานทุกอย่างดีหมด ในเรื่องของการตลาดก็ไม่ต้องกลัวอะไร สามารถส่งขายได้ทั้งในและต่างประเทศ” คุณกำพล บอกเรื่องการจัดการฟาร์มให้ได้มาตรฐาน

ปลาทองพันธุ์สิงห์ดำ

โดยราคาปลาทองที่ส่งจำหน่ายมีราคาที่แตกต่างกันไป อย่างเช่น อายุ 70 วัน ขนาดไซซ์ 1.5 นิ้ว ราคาอยู่ที่ตัวละ 15 บาท และถ้าขนาดใหญ่ขึ้นไประดับพ่อแม่พันธุ์อยู่ที่หลักร้อยบาทไปจนถึงหลักพันบาท อยู่ที่ความต้องการของลูกค้าว่าต้องการปลาทองไซซ์ขนาดไหนไปเลี้ยง

คุณกำพล สร้อยแสง

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบปลาสวยงามและอยากจะเพาะพันธุ์เป็นอาชีพ คุณกำพล แนะนำว่า ให้คำนึงถึงเรื่องพื้นที่เป็นหลักเช่น เป็นแหล่งที่มีไรแดงธรรมชาติสมบูรณ์หรือไม่ เพราะหากมีอาหารที่สมบูรณ์ก็จะช่วยให้ปลาเจริญเติบโตได้ดี พร้อมทั้งน้ำที่จะใช้ สมบูรณ์เพียงพอต่อการเลี้ยงปลาไหม ส่วนในเรื่องการตลาดยังไงก็ยังสามารถจำหน่ายได้อยู่ อาจจะจำหน่ายตามตลาดนัดแถวบ้านก็สามารถเกิดเป็นรายได้เสริมได้อย่างแน่นอน

ให้ลูกไรแดงกินทุกเช้า

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณกำพล สร้อยแสง หมายเลขโทรศัพท์ (083) 661-7248