เลี้ยงปลาแบบครบวงจร พร้อมแปรรูป ของ ประยูร เรียบร้อย ที่บุรีรัมย์

คุณสุริยันต์ วรรณวงษ์ ประมงจังหวัดบุรีรัมย์ ให้ข้อมูลว่า ผลผลิตทางประมงภายในจังหวัดบุรีรัมย์มี 2 ช่องทาง ในการทำรายได้ คือช่องทางแรก ปลาที่ได้จากแหล่งน้ำธรรมชาติ ตามห้วย หนอง คลอง บึงต่างๆ ซึ่งมีสัตว์น้ำอยู่ภายในแหล่งน้ำเหล่านี้ ทำให้ชาวบ้านสามารถจับขึ้นมาบริโภคและจำหน่ายสร้างเป็นรายได้ และช่องทางที่สอง สัตว์น้ำอันเกิดมาจากการเลี้ยงเป็นเชิงการค้า เพราะบางช่วงฤดูกาลสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงทำให้มีการเลี้ยงมากขึ้นเพื่อเพิ่มจำนวนประชากรสัตว์น้ำ

คุณประยูร เรียบร้อย

“การทำประมงของเกษตรกร แต่ละพื้นที่ก็จะมีการเลี้ยงชนิดปลาที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและปริมาณน้ำ ถ้าพื้นที่ไหนมีน้ำมากหน่อย ก็จะมีการส่งเสริมการเลี้ยงปลาที่แตกต่างกันไป เช่น ปลาตะเพียน ปลานิล ส่วนพื้นที่น้ำไม่เพียงพอก็จะส่งเสริมให้เลี้ยงสัตว์น้ำแบบใช้น้ำน้อย เช่น การเลี้ยงกบ ปลาดุก ในกระชังบก โดยการทำประมงแต่ละอย่างจะเน้นดูพื้นที่เป็นหลัก จากนั้นก็ส่งเสริมการทำตลาดแบบนำมาแปรรูปขายเอง เพื่อให้เกิดรายได้หลากหลายช่องทางมากขึ้น” คุณสุริยันต์ กล่าว

คุณประยูร เรียบร้อย อยู่บ้านเลขที่ 27/2 หมู่ที่ 2 ตำบลโคกม้า อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นเกษตรกรที่ยึดการเลี้ยงปลาเป็นอาชีพ โดยทำรายได้แบบหลากหลายช่องทาง คือ การขายเพาะพันธุ์ปลา การขายปลาเนื้อ ตลอดไปจนถึงการแปรรูปเป็นสินค้าพร้อมรับประทาน เกิดเป็นรายได้หลากหลายแบบไม่ถูกกดราคา

คุณประยูร เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนมีอาชีพเป็นลูกจ้างอยู่ในหน่วยงานรัฐ และมีโอกาสได้เรียนรู้การเพาะพันธุ์ปลา ตลอดไปจนถึงความรู้ในการเลี้ยงปลา ในสมัยนั้นเห็นมีที่ดินว่างอยู่ยังไม่ได้นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ จึงขุดเป็นบ่อเลี้ยงปลาเนื้อเป็นอาชีพ พร้อมทั้งมีการเพาะลูกพันธุ์เอง เพื่อให้ประหยัดต้นทุนในการซื้อลูกพันธุ์เข้ามาเลี้ยงภายในฟาร์ม

ลูกพันธุ์ปลาที่มีขาย

“ช่วงนั้นประมาณปี 2540 เราก็เริ่มเพาะพันธุ์ปลาเลี้ยงปลาแบบทดลองเองก่อน และเมื่อผลผลิตที่ได้มีก็จะจับขาย แล้วนำมาทำขายเองตามตลาดนัด พอการเลี้ยงประสบผลสำเร็จ การตลาดก็เริ่มนิ่ง จึงขยับขยายการเลี้ยงเพิ่มขึ้น และเลี้ยงหลากหลายชนิด เพื่อตอบโจทย์ต่อความต้องการของลูกค้ามากขึ้น” คุณประยูร บอก

โดยบ่อที่ใช้สำหรับเลี้ยงปลานั้น คุณประยูร บอกว่า เป็นบ่อดินที่มีขนาดแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับชนิดของปลาที่เลี้ยง เช่น ถ้าเป็นบ่ออนุบาลลูกปลา จะใช้บ่อดินขนาดครึ่งงาน และถ้าใช้สำหรับเลี้ยงปลาเนื้อ ใช้บ่อดิน ขนาด 2 งาน

บ่อเลี้ยง

การเลี้ยงปลาให้ได้ไซซ์ขนาดใหญ่นั้น จะนำลูกปลาที่ผ่านการอนุบาลจนแข็งแรงดีแล้ว มาปล่อยลงในบ่อดินที่เตรียมไว้ในอัตราส่วน 3,000 ตัว ต่อบ่อ อาหารในระยะแรกจะให้กินไข่ขาว รำอ่อน และปลาป่น วันละ 1 ครั้ง ในช่วงเช้า

“ปลาที่เราเลี้ยง เป็นปลาเนื้อ สำหรับทำเป็นปลาไซซ์ใหญ่ ระยะเวลาเลี้ยงแต่ละชนิดก็แตกต่างกันไป อย่างต่ำสุดก็ใช้เวลาเลี้ยง 5 เดือน อาหารที่ใช้เลี้ยงเป็นแบบลดต้นทุน ใช้เศษขนมปังที่ซื้อมาได้ในราคาถูก และก็รำอ่อน ให้กินทุกวัน วันละ 1 ครั้ง บางช่วงถ้าอาหารพวกเศษขนมปังหาไม่ค่อยได้ ก็จะมีการใช้อาหารเม็ดเข้ามาเสริมบ้าง ใช้เปอร์เซ็นต์โปรตีนอยู่ที่ 25 เพื่อให้ปลาได้กินอาหารทุกวัน ไม่ให้ขาดช่วงการเจริญเติบโต” คุณประยูร บอก

ลูกค้าที่เข้ามาตกเบ็ดเป็นกิจกรรมยามว่าง

ส่วนในเรื่องของการป้องกันโรค จะดูแลด้วยการโรยปูนขาวลงไปบริเวณปากบ่ออยู่เสมอ เพื่อเป็นการช่วยฆ่าเชื้อโรค เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้บ่อมีความสะอาดไม่สะสมโรคจนปลาป่วยและเกิดความเสียหาย

สำหรับการตลาดเพื่อขายปลาภายในฟาร์ม คุณประยูร บอกว่า มีการขายแบบหลากหลาย ตั้งแต่การขายลูกพันธุ์ปลาไปจนถึงจับปลาที่เลี้ยงนำมาแปรรูปขายตามตลาดนัดที่อยู่ในบริเวณชุมชน ก็สามารถเกิดเป็นรายได้หลากหลายช่องทาง โดยลูกพันธุ์ปลาทั้งหมดภายในฟาร์ม ขายอยู่ที่ ตัวละ 1-2 บาท ส่วนปลาเนื้อที่เลี้ยงเป็นปลาไซซ์ขนาดใหญ่ อย่างเช่น ปลานิล ขายเป็นปลาสด อยู่ที่กิโลกรัมละ 60 บาท และบางส่วนจับขึ้นมาแปรรูปทำเป็นกับข้าวเกิดรายได้อีกหนึ่งช่องทาง

“พอเรื่องการเพาะพันธุ์ การเลี้ยง การแปรรูป เราอยู่ตัว สามารถเกิดเป็นรายได้อย่างต่อเนื่อง ทีนี้ก็มาเริ่มเสริมเป็นกิจกรรมใหม่ คือใช้ปลาภายในบ่อหารายได้ ด้วยการเปิดบ่อให้คนที่ชอบตกปลา ได้มีกิจกรรมทำ ด้วยการคิดเงินแบบเบ็ดตกปลาคันละ 130 บาท เบ็ดตกปลา 1 คัน สามารถตกปลาได้อยู่ที่ 2 กิโลกรัม ต่อคัน หากน้ำหนักปลาที่ได้เกินที่กำหนด ก็จะต้องจ่ายเพิ่มส่วนต่างที่เกินไป กิโลกรัมละ 60 บาท ก็ถือว่าคนที่นี่สนใจมาก มีเข้ามาตกปลาทุกวัน เป็นกิจกรรมยามว่างของเขา” คุณประยูร บอก

การนำปลาภายในบ่อมาแปรรูปขายเอง

สำหรับท่านที่สนใจอยากจะเลี้ยงปลาเป็นอาชีพ คุณประยูร แนะนำว่า การเลี้ยงปลาไม่ใช่เรื่องยากถ้ามีความชอบและเรียนรู้ก็ประสบผลสำเร็จได้ แต่การทำในเรื่องของการตลาดต้องมีการรองรับให้หลากหลาย โดยที่ไม่เน้นส่งขายให้กับพ่อค้าแม่ค้าเพียงอย่างเดียว อาจจะทำให้ตลาดตัน ดังนั้น ควรนำมาแปรรูปขายเองบ้าง และบางส่วนสร้างเป็นกิจกรรมอื่นๆ เพื่อให้มีรายได้หลากหลายช่องทาง ก็จะช่วยให้สามารถเกิดผลกำไรจากการเลี้ยงปลาอย่างแน่นอน

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณประยูร เรียบร้อย หมายเลขโทรศัพท์ 086-244-4809  

บทความก่อนหน้านี้ราคาข้าวหอมมะลิพุ่ง 48.29% หวั่นปลอมปน-เตือนชาวนาระวังโดนมิจฉาชีพหลอก
บทความถัดไปพายุโทราจีไม่สิ้นฤทธิ์ กรมอุตุฯ ประกาศเตือน พรุ่งนี้ฝนถล่ม 41 จังหวัด