ผลิตกุหลาบจิ๋วด้วยวิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ไม้ดีมีคุณภาพ ทำรายได้ตลอดปี

การผลิตกุหลาบจิ๋ว คือการนำกุหลาบในกลุ่มกุหลาบหนู (miniature rose) ที่มีการจำหน่ายในตลาดการค้าทั่วไป มาคัดเลือกพันธุ์เพื่อให้มีทรงพุ่มกะทัดรัด ออกดอกสวยงาม มาผ่านกระบวนการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช (plant tissue culture) ซึ่งวิธีนี้เป็นการขยายพันธุ์พืชอีกวิธีหนึ่ง ทำให้ได้ต้นกุหลาบหนูมีความสูงประมาณ 2-3 เซนติเมตร สามารถนำไปปลูกเลี้ยงในภาชนะขนาดเล็กและเจริญเติบโตได้รวดเร็ว ออกดอกสวยงามเหมือนต้นแม่พันธุ์เดิมทุกประการ ต่างกันที่ต้นกุหลาบหนูที่ผลิตโดยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ จะมีขนาดต้นที่เล็กลง จึงมักเรียกกุหลาบเหล่านี้ว่า กุหลาบจิ๋ว หรือ เบบี้โรส

โดยปกติแล้วกุหลาบจิ๋วออกดอกง่าย โดยผู้ปลูกเลี้ยงจะเริ่มสังเกตเห็นดอกชุดแรกภายหลังการอนุบาลในถาดหลุมเล็กๆ ประมาณ 30-35 วัน ในทางวิชาการแล้ว การออกดอกของกุหลาบจะถูกกระตุ้นโดยการตัดแต่งดอกที่โรย กิ่งที่แก่เพื่อกระตุ้นให้เกิดยอดใหม่ ช่อดอกใหม่ ซึ่งหากปฏิบัติได้อย่างสม่ำเสมอแล้ว กุหลาบจิ๋วจะออกดอกหมุนเวียนให้เชยชมตลอดทั้งปี หรือประมาณ 30-35 วัน ภายหลังการตัดแต่งกิ่ง

จากความต้องการของตลาดที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อง ทำให้การผลิตกุหลาบจิ๋วได้มีการพัฒนาให้มีสีสันมากขึ้น โดยในช่วงแรกมีการผลิตสีแดงเพียงอย่างเดียว ต่อมามีการผลิตให้มีสีอื่นๆ เช่น สีชมพู สีโอลด์โรส สีปูนแห้ง และสีขาว จึงทำให้กุหลาบจิ๋วมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและเป็นที่ต้องการของตลาดมาอย่างต่อเนื่อง

การอนุบาลในถาด 104 หลุม

คุณวรนัฐ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา อยู่บ้านเลขที่ 189 หมู่ที่ 4 ตำบลเหมืองแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่มีความชำนาญในการพัฒนาและขยายพันธุ์กุหลาบจิ๋วได้เป็นอย่างดี และมีคุณภาพตามที่ตลาดต้องการ พร้อมทั้งมีการพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ๆ อยู่เสมอเพื่อให้กุหลาบตอบโจทย์กับความสนใจของลูกค้า จึงเกิดเป็นงานสร้างรายได้อย่างดีทีเดียว

 

มีความชำนาญและพัฒนา

การทำงานวิจัยในพืชอยู่เสมอ

คุณวรนัฐ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนนั้นมีอาชีพรับราชการอยู่สังกัดกรมส่งเสริมการเกษตรถึง 18 ปี ต่อมาได้ลาออกจากงานรับราชการ มาดำเนินงานที่เกี่ยวกับการทำงานในห้องแล็บเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อทางด้านกล้วยไม้สกุลฟาแลนนอปซิส และเมื่อทำอยู่ได้สักระยะหนึ่งจึงได้มาเปิดห้องแล็บการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อด้วยตนเองในปี 2550

กุหลาบจิ๋วที่นำมาเลี้ยงในระบบเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

“สายงานที่ผมทำมาตั้งแต่รับราชการ ก็จะเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเป็นส่วนใหญ่ พอมีโอกาสก็ได้ทำการศึกษาต่อ และมาทำงานเกี่ยวกับด้านนี้อีกเป็นลำดับ ทำให้มีองค์ความรู้ในเรื่องของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ซึ่งช่วงที่รับราชการอยู่มีโอกาสได้เรียนรู้การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกุหลาบจิ๋ว หลักๆ สมัยนั้นจะเป็นกุหลาบจิ๋วที่มีแต่ดอกสีแดงเพียงสีเดียว พอผมได้ทำงานมาเรื่อยๆ และมีโอกาสมาเปิดห้องแล็บเป็นของตนเอง ก็ได้มาทำงานวิจัยในเรื่องของกุหลาบจิ๋วชนิดนี้ จากที่มีสีแดงเพียงสีเดียว ก็ทำการพัฒนาจากกุหลาบหนู มาพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ให้มีจำนวนสีที่มากขึ้น ทำให้ปัจจุบันนี้ทางแล็บของเราสามารถทำได้ถึง 7 รูปทรง 7 สี ที่เกิดจากการคัดสายพันธุ์จากการทดลองด้วยวิธีการต่างๆ แต่สีหลักก็ยังคงสีแดงไว้” คุณวรนัฐ เล่าถึงที่มา

โดยกุหลาบจิ๋วที่ทำการผลิตจำหน่ายนั้น คุณวรนัฐ บอกว่า นอกจากผลิตแบบถาด 104 หลุมแล้ว ยังมีปลูกลงในกระถางขนาด 2-3 นิ้ว เพื่อให้ลูกค้าที่สนใจสามารถซื้อไปพร้อมมอบให้แก่กัน หรือปลูกไว้เลี้ยงดูเล่นที่บ้านได้ทันที

 ใช้เวลาเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

อย่างต่ำอยู่ที่ 1 ปี

ในขั้นตอนของการผลิตกุหลาบจิ๋วให้ได้คุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดนั้น คุณวรนัฐ บอกว่า จะคัดเลือกต้นกุหลาบให้ได้ตามมาตรฐานที่กำหนด เป็นสายพันธุ์ดี มีรูปทรงและดอกที่สวยงามถูกต้องตามพันธุ์ จากนั้นนำชิ้นส่วนข้อหรือตากุหลาบที่คัดเลือกไว้มาฟอกฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ในสารฟอกฆ่าเชื้อ แล้วจึงนำชิ้นส่วนที่ผ่านการฆ่าเชื้อเรียบร้อยแล้วมาผ่านการเพาะเลี้ยงบนวุ้นอาหารที่เตรียมไว้ ให้อยู่ในภาชนะและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เพื่อให้ชิ้นส่วนที่เพาะเลี้ยงเพิ่มจำนวนยอดอ่อนจำนวนมาก และนำยอดอ่อนที่ได้มาเลี้ยงในวุ้นอาหารเพื่อชักนำให้ไม้เกิดราก และเมื่อองค์ประกอบมีครบก็จะนำไม้ออกมาอนุบาลและปลูกในสภาพแวดล้อมธรรมชาติต่อไป

มีความสวยเป็นเอกลักษณ์

“การชักนำไม้พันธุ์ดีที่เราต้องการทำให้เกิดยอดใหม่ ก็จะใช้เวลาอย่างต่ำอยู่ที่ 8-12 เดือน มีการเปลี่ยนวุ้นอาหารให้กับไม้ทุก 1 เดือนครั้ง ซึ่งระยะเวลามากน้อยขึ้นอยู่ว่าเราต้องการทำจำนวนเยอะขนาดไหน การแตกยอดก็จะเป็นแบบทวีคูณ จาก 1 ยอด เป็น 2 ยอด จาก 2 ยอด เป็น 4 ยอด และจาก 4 ยอด เป็น 8 ยอด เพิ่มจำนวนแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนได้จำนวนที่เราต้องการ จากการเพาะเลี้ยงเพื่อชักนำให้เกิดยอด พอเราได้จำนวนที่เราต้องการแล้ว ก็จะนำยอดที่ได้มาเปลี่ยนเลี้ยงในวุ้นอาหารที่ชักนำให้เกิดราก ใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ไม้ที่เป็นชิ้นส่วนยอดทั้งหมดก็จะเกิดรากสมบูรณ์” คุณวรนัฐ บอก

คุณวรนัฐ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา

เมื่อกุหลาบที่ทำการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมีระบบยอดและรากแล้ว ในขั้นตอนต่อไปจะนำไม้ออกจากระบบการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมาอนุบาลในสภาพแวดล้อมธรรมชาติ เพื่อปลูกลงในวัสดุปลูกต่างๆ ที่เตรียมไว้ โดยนำไม้ออกจากขวดเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ จากนั้นล้างรากให้สะอาด นำกุหลาบจิ๋วที่ได้มาปลูกกับวัสดุปลูกจำพวกดินร่วนผสมอินทรียวัตถุ เพื่อเป็นการอนุบาลให้กุหลาบจิ๋วมีความแข็งแรงต่อไป

ขนาดกุหลาบจิ๋วพร้อมจำหน่ายเป็นไม้กระถาง

การดูแลกุหลาบจิ๋วในช่วงอนุบาลจะรดน้ำวันละ 1-2 ครั้ง โดยดูสภาพอากาศเป็นหลัก แต่ถ้าภายในวัสดุปลูกยังมีความชื้นอยู่ก็จะรดน้ำเพียงวันละ 1 ครั้งก็เพียงพอ

“พอเราอนุบาลในถาด 104 หลุมได้สัก 1 เดือน ไม้ก็จะเริ่มมีตุ่มดอก ระยะนี้ถ้ามีลูกค้าติดต่อขอซื้อไปก็จะขายแบบยกถาดไปเลย แต่ถ้าไม่ขายในระยะนี้ ผมก็จะนำมาแยกปลูกลงในกระถางขนาด 2 นิ้วต่อไป เพื่อให้เป็นกุหลาบจิ๋วอีกขนาดหนึ่ง ขายเป็นกุหลาบจิ๋วไม้กระถาง เป็นไม้อีกขนาดหนึ่ง ซึ่งก่อนที่จะส่งขายให้ลูกค้า ก็จะมีการใส่ปุ๋ยสูตร 12-24-12 เพื่อให้มีดอกที่สวย ก่อนที่จะส่งไม้กระถางขายให้กับลูกค้าประมาณ 15 วัน” คุณวรนัฐ บอก

 

ผลิตกุหลาบตามจำนวนสั่งซื้อ

มีการวางแผนการตลาดชัดเจน

ในเรื่องของการทำตลาดเพื่อจำหน่ายกุหลาบจิ๋วนั้น คุณวรนัฐ บอกว่า เกิดจากการที่ไม้ภายในสวนได้ออกตามสื่อด้านการเกษตรต่างๆ จึงทำให้ลูกค้าที่มีความสนใจได้รู้แหล่งผลิต และเข้ามาติดต่อขอซื้อไม้มากขึ้น ทำให้เขาสามารถวางแผนการผลิตอย่างชัดเจนตามจำนวนที่ลูกค้าสั่ง ส่งผลให้ผลิตกุหลาบจิ๋วไม่ล้นตลาดสามารถจำหน่ายได้ราคา

“สมัยก่อนกุหลาบจิ๋วจะมีดอกสีแดงเพียงสีเดียว พอลูกค้าเริ่มมีความต้องการมากขึ้น ก็ได้พัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมาเรื่อยๆ ให้มีมากสีเพื่อลูกค้ามีตัวเลือกมากขึ้น สรุปว่าผลตอบรับก็ดี อย่างสีขาวที่มีการพัฒนาขึ้นมา ยังสามารถนำมาเป็นจุดขายช่วงวันแม่ได้อีกด้วย เพราะว่าลักษณะดอกคล้ายๆ กับดอกมะลิ ดังนั้น การพัฒนาให้ได้สายพันธุ์ต่างๆ ขึ้นมา ก็เพื่อตอบโจทย์ให้กับลูกค้าได้มีทางเลือกอยู่เสมอ โดยสวนของเราก็จะไม่หยุดที่จะพัฒนา จะทำให้ดีมีคุณภาพต่อไปเรื่อยๆ” คุณวรนัฐ บอก

ผลิตเป็นไม้กระถาง

ราคาจำหน่ายกุหลาบจิ๋วไซซ์ขนาดอยู่ในถาด 104 หลุม จำหน่ายอยู่ที่ถาดละ 2,500 บาท ส่วนกุหลาบจิ๋วที่ย้ายมาปลูกในกระถางขนาด 2 นิ้ว จำหน่ายอยู่ที่กระถางละ 40 บาท ซึ่งการเลือกแต่ละขนาดขึ้นอยู่กับลูกค้าว่าต้องการนำไปจำหน่ายต่อในลักษณะการทำตลาดในรูปแบบใด

สำหรับการดูแลกุหลาบจิ๋วให้มีความสวยเหมือนครั้งที่ซื้อมาหรือได้รับมอบเป็นของขวัญนั้น คุณวรนัฐ แนะนำว่า พื้นฐานคือเรื่องของการรดน้ำ ต้องมีการให้น้ำอย่างเพียงพอ รองลงมาในเรื่องของแสงแดด ต้องให้กุหลาบได้รับแสงแดดอย่างน้อยวันละ 6 ชั่วโมง ต่อวัน เป็นอย่างต่ำ และส่วนสุดท้ายหากต้องการให้มีดอกตลอดทั้งปี ต้องมีการตัดก้านดอกเก่าที่ร่วงโรยทิ้งไป พร้อมกับใส่ปุ๋ยอยู่เสมอก็จะทำให้กุหลาบจิ๋วเกิดดอกใหม่สวยๆ ให้ได้เชยชมไม่ขาดช่วงตลอดทั้งปี

พื้นที่ภายในสวน

สำหรับท่านใดที่สนใจกุหลาบจิ๋วต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ คุณวรนัฐ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา หมายเลขโทรศัพท์ (086) 084-6362

บทความก่อนหน้านี้วช. จับมือกองทัพบก ร่วมเพิ่มพลังชุมชนด้วยวิจัยและนวัตกรรม ณ ศูนย์เรียนรู้ มณฑลทหารบกที่ 35 ค่ายพิชัยดาบหัก อุตรดิตถ์
บทความถัดไปสโลว์ไลฟ์วิถีโลคอล กับ “จ๊อบ – นิธิ” หลงเสน่ห์เมืองรอง สุดเขตชายแดนตาก