พฤกษาบูชา ดอกเข้าพรรษาหรือดอกหงส์เหิน

เมื่อถึงวันเพ็ญ เดือน 8 และวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ในปีใด อาจจะมีเดือนแปด 2 หน ก็โดยทั่วไปจะเป็นกลางปีช่วงเดือนกรกฎาคม ก็จะมีพิธีกรรมทางพุทธศาสนา ประเพณีที่ทรงคุณค่าของชาวพุทธ ที่จะได้ธำรงธรรมเนียมปฏิบัติบูชา ทำบุญตักบาตร ถวายเทียนพรรษา บำรุงส่งเสริมพระพุทธศาสนาเป็นสิริมงคลชีวิตและครอบครัว

นอกเหนือจากการทำบุญตักบาตร ถวายภัตตาหาร สังฆทาน ถวายดอกไม้ธูปเทียนในวันสำคัญทางพุทธศาสนาแล้ว ยังมีประเพณีหนึ่งที่ชาวพุทธถือปฏิบัติในช่วงวันเข้าพรรษา โดยการ “ตักบาตรดอกไม้” ด้วย “ดอกเข้าพรรษา” หรือที่เรียกรู้จักกันดั้งเดิม คือ ดอก “หงส์เหิน”

ดอกเข้าพรรษา หรือดอกหงส์เหิน (Globba winiti) เป็นพืชในวงศ์ขิง ลักษณะคล้ายต้นกระชาย หรือขมิ้น เป็นพื้นที่มีลำต้นเป็นหัวใต้ดินประเภทเหง้า รากทำหน้าที่สะสมอาหาร อวบน้ำ เรียงอยู่โดยรอบหัว มีใบเรียงตัวกันแน่น จะเจริญเติบโตเป็นกลุ่มกอ มีความสูงไม่เกิน 1 เมตร เมื่อออกดอกจะออกเป็นช่อ โดยแทงจากยอดของลำต้น ช่อจะโค้งและห้อยตัวลงอย่างอ่อนช้อยสวยงาม มีก้านดอกย่อยเรียงอยู่โดยรอบประกอบด้วยดอกจริง มีกลีบประดับที่แตกต่างกันหลายรูปทรงและหลายสีงดงาม เช่น สีขาว ดอกสีเหลือง สำหรับดอกสีม่วงแดงค่อนข้างจะหายาก และดอกมักจะบานในช่วงเข้าพรรษา เมื่อดอกโรยจะมีหัวเล็กๆ สีขาวเติบโตเป็นต้น นำไปขยายพันธุ์ได้ โดยการแยกเหง้าหรือเพาะเมล็ด แต่วิธีที่สะดวกก็สามารถขุดเหง้าหรือหัวใต้ดินมาลงแปลงปลูกหรือปลิดแยกหัวฝังดินได้

ต้นหงส์เหิน หรือที่นิยมเรียก ดอกเข้าพรรษา เป็นพืชเจริญเติบโตได้ดีในช่วงฤดูฝน พร้อมทั้งจะออกดอกสะพรั่งในช่วงนี้ แต่มีการพักตัวในช่วงฤดูร้อนและฤดูหนาว ซึ่งต้นเหนือดินหรือก้านใบจะยุบแห้งเหลือเป็นหัวฝังตัวอยู่ในดินจนกว่าจะถึงฤดูฝน จะงอกผลิใบออกดอกอีกครั้ง ในธรรมชาติต้นหงส์เหิน เป็นพันธุ์ไม้พื้นบ้าน ไม้พื้นเมือง ที่พบได้เกือบทุกภาคของเมืองไทย เจริญเติบโตได้ดีในป่าร้อนชื้น แต่ชอบอยู่ใต้ร่มเงาป่าไม้ใหญ่ หรือตามชายป่า มีชื่อเรียกแตกต่างกันตามแต่ละภูมิภาค เช่น จังหวัดลำพูน เรียก กล้วยจ๊ะก่าหลวง จังหวัดเลย เรียก ว่านดอกเหลือง สำหรับจังหวัดสระบุรี  เรียกว่า ดอกเข้าพรรษา ซึ่งจะมีบทบาทในช่วงฤดูกาลเข้าพรรษา โดยใช้เป็นดอกไม้สำหรับ “ตักบาตรดอกไม้

ประเพณีตักบาตรดอกไม้ เป็นประเพณีที่ชาวพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ยึดถือมาเป็นเวลาช้านาน แต่เมื่อปี พ.ศ. 2544 ทางจังหวัดสระบุรีได้เพิ่มจำนวนวันตักบาตรดอกไม้ จาก 1 วัน เป็น 3 วัน เพื่อให้ประชาชนมาร่วมทำบุญได้อย่างทั่วถึง เนื่องจากการจัดงานทำบุญตักบาตรดอกไม้เพียงวันเดียว มีพุทธศาสนิกชนมาร่วมทำบุญตักบาตรในวันเข้าพรรษาเนืองแน่น โดยในงานพิธีช่วงเช้าจะเป็นขบวนแห่รถบุปผชาติ ซึ่งที่เคยปฏิบัติ ตั้งแต่ 5-6 ปี ที่ผ่านมา จะมีการตั้งขบวนรถบุปผชาติจากวิทยาลัยการอาชีพสระบุรี ตามถนนพหลโยธิน แล้วเลี้ยวขวาเข้าวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร และจะเริ่มตักบาตรดอกไม้ ช่วงเวลาบ่าย ประมาณ 15.00 น. ส่วนในวันที่เพิ่มขึ้นอีก 2 วัน จะมีพิธีตักบาตรดอกไม้ 2 รอบ คือ เวลา 10.00 น. และเวลา 15.00 น. ในพิธีหลังจากพระสงฆ์เดินขึ้นมณฑป เพื่อถวายดอกไม้แด่รอยพระพุทธบาท แล้วตอนขากลับลงมาพุทธศาสนิกชนจะนำน้ำสะอาดมาล้างเท้าพระภิกษุสงฆ์ ซึ่งเดินลงมาจากมณฑป การที่ปฏิบัติบุญโดยชำระล้างเท้าพระภิกษุสงฆ์นั้นเป็นเสมือนการได้ชำระล้างบาปให้ตนเอง

คุณวันเพ็ญ มานะกุล อาศัยอยู่ที่ตำบลวังม่วง อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี มีความชื่นชอบดอกเข้าพรรษา จึงหาพันธุ์และปล่อยให้ผสมพันธุ์เองตามธรรมชาติจนเกิดเป็นพันธุ์ใหม่ ที่มีดอกลักษณะสวยงามแตกต่างกันไปเป็นพันธุ์ที่มีดอกรูปแบบใหม่ๆ จนสามารถขยายพันธุ์ทำเป็นอาชีพเสริมเกิดรายได้ให้กับเธอได้เป็นอย่างดี

คุณวันเพ็ญ เล่าให้ฟังว่า เมื่อสมัยที่เธอยังเด็กอาศัยอยู่ที่อำเภอพระพุทธบาท ได้เห็นพื้นที่แถวนั้นมีการปลูกดอกเข้าพรรษาเป็นจำนวนมาก เรียกง่ายๆ ว่า เติบโตมากับการเห็นดอกเข้าพรรษาตลอดในช่วงวัยเด็ก จึงเกิดความชื่นชอบในดอกไม้ชนิดนี้เป็นชีวิตจิตใจ ทำให้มีการรวบรวมสายพันธุ์นำมาปลูกเพื่อความสวยงามไปพร้อมๆ กับเป็นการอนุรักษ์ไปด้วย

“สมัยที่เราเป็นเด็ก เราก็เห็นไม้ชนิดนี้เป็นประจำ ก็มีความหลงใหลและชอบตั้งแต่ได้พบเห็น ต่อมาเมื่อมีครอบครัวได้ย้ายมาอยู่ที่อำเภอวังม่วง เราก็ได้นำดอกเข้าพรรษาที่เราชอบตามมาปลูกที่นี่ด้วย เพราะสมัยหลังๆ มานี่ ดอกเข้าพรรษาที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ เริ่มที่จะค่อยๆ หายไป ทีนี้เราก็มองว่าในเมื่อเราชื่นชอบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว น่าจะนำมาปลูกและพัฒนาพันธุ์ใหม่ๆ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ไปด้วยในตัว” คุณวันเพ็ญ เล่าถึงที่มา

เมื่อดอกเข้าพรรษาที่นำมาปลูกเจริญเติบโตขยายพันธุ์จนมีจำนวนมากแล้ว จากที่ปลูกเพื่อดูเล่นยามว่าง กลับไม่ได้เป็นเช่นนั้นอีกแล้ว แต่ยังสามารถส่งจำหน่ายแบบทำตลาดออนไลน์ทำเป็นรายได้เสริมให้กับเธอได้อีกด้วย

การปลูกดอกเข้าพรรษาให้ได้ดอกที่สวยมีให้เชยชมเพียงปีละ 1 ครั้งนั้น คุณวันเพ็ญ บอกว่า จะนำไม้มาปลูกบริเวณบ้านที่เป็นพื้นที่ร่มเงาแบบไม่มีแสงแดดร้อนจนเกินไป โดยการปลูกถ้าเป็นการให้ได้สายพันธุ์ใหม่ๆ จะนำเมล็ดที่แก่แล้วมาเพาะและดูแลให้เจริญเติบโตจนได้ดอกใหม่ที่สวย แต่ถ้าต้องการขยายพันธุ์ให้มีจำนวนมาก จะเน้นปลูกลงดินในบริเวณที่กว้างๆ เพื่อให้ไม้ขยายพันธุ์และแตกหน่อเองตามธรรมชาติ

“ถ้าไม้ที่ปลูกจากการเพาะเมล็ดจะใช้เวลาดูแลอย่างน้อยประมาณ 2 ปี ถึงจะออกดอกให้เราได้เห็น ส่วนต้นที่แยกหน่อหรือเหง้า ใช้เวลาประมาณ 1 ปี ก็เจริญเติบโตให้เห็นดอกได้ วัสดุที่ปลูกจะเน้นใช้แกลบดิบผสมกับขี้เถ้าแกลบและดิน ผสมทั้ง 3 อย่างนี้ ผสมกันในอัตราส่วนที่เท่ากัน จากนั้นเมื่อปลูกจนเห็นว่าไม้เจริญเติบโตเต็มที่ จะให้ปุ๋ยออสโมโค้ทสูตรเสมอ 15-15-15 เพื่อเป็นการบำรุงต้นให้สมบูรณ์ก่อนที่จะออกดอกให้เห็น” คุณวันเพ็ญ บอก

ในเรื่องของการดูแลให้น้ำ คุณวันเพ็ญ บอกว่า จะรดน้ำวันละ 1 ครั้ง โดยพื้นที่ที่ปลูกต้องไม่เป็นพื้นที่ที่มีน้ำขัง ซึ่งพื้นที่ปลูกสามารถมีความชื้นได้ แต่ต้องไม่อุ้มน้ำจนเกินไป เพราะจะทำให้เหง้าของไม้เน่าและตายได้

เมื่อดอกเข้าพรรษามีขนาดต้นที่สมบูรณ์แล้ว คุณวันเพ็ญ บอกว่า พอเข้าสู่เดือนพฤษภาคมไม้จะเริ่มเตรียมที่จะออกดอก จากนั้นช่วงที่ออกดอกมากที่สุดจะเป็นช่วงเดือนมิถุนายนไปจนถึงช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ก็จะมีดอกเข้าพรรษาจำนวนมากออกมาให้เชยชม เพื่อตัดดอกนำไปขายให้กับผู้มีจิตศรัทธานำไปบูชาพระหรือตักบาตรดอกไม้เป็นประจำทุกปี และเมื่อฤดูฝนกำลังจะหมดไปดอกเข้าพรรษาก็จะมีการพักตัวโดยทิ้งใบมีเพียงเหง้าเท่านั้นที่อยู่ใต้ดิน เมื่อฤดูฝนหน้ามาใหม่ก็จะแตกใบพร้อมกับออกดอกอีกครั้งหมุนเวียนแบบนี้ตลอดทุกปี

ในเรื่องของการทำตลาดเพื่อขายดอกเข้าพรรษา คุณวันเพ็ญ บอกว่า เนื่องจากเธอเองมีงานประจำที่ต้องทำอยู่ การเพาะพันธุ์ดอกเข้าพรรษาจึงทำเพื่อเป็นอาชีพเสริมรายได้เท่านั้น อีกอย่างไม้ชนิดนี้จะออกดอกเพียงปีละ 1 ครั้ง จึงไม่สามารถทำเป็นงานหลักได้ ดังนั้น จึงเน้นสร้างตลาดแบบขายออนไลน์เป็นหลักและส่งสินค้าทางไปรษณีย์

“ต้องบอกก่อนว่าปัจจุบันนี้ ในเรื่องของชีวิตประจำ เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมาก ดังนั้น เราก็จะนำเทคโนโลยีเหล่านั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ อย่างเช่น สื่อโซเชียลมีเดีย ที่สามารถถ่ายภาพสินค้าเราลงไปให้ลูกค้าเห็นได้เลย โดยที่ลูกค้าไม่ต้องเดินทางมาหาเราถึงที่จังหวัดสระบุรี พอเรามีลูกไม้ใหม่ๆ หรือพันธุ์ที่ขยายได้จำนวนมากๆ ก็ลงในกลุ่มลูกค้าที่ติดตามเราอยู่ เขาก็จะติดต่อขอซื้อเข้ามา เราก็รับออเดอร์และจัดส่งของให้ลูกค้าไป ก็ถือว่ามีความสะดวกและประหยัดเวลาได้ดี” คุณวันเพ็ญ บอกเรื่องหลักการทำตลาด

โดยราคาขายดอกเข้าพรรษามีให้ลูกค้าได้เลือกซื้อในราคาที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับขนาดของไม้และสีสันของดอกที่แปลกตา ราคาอยู่ที่ 100-300 บาท ต่อกระถาง เมื่อต้องส่งทางไปรษณีย์ก็จะทำการล้างรากให้สะอาดและห่อเป็นอย่างดีส่งให้กับลูกค้าถึงที่บ้าน

คุณวันเพ็ญ มานะกุล

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบดอกเข้าพรรษาและต้องการปลูกเพื่อทำเป็นอาชีพเสริม คุณวันเพ็ญ แนะนำว่า สามารถนำมาปลูกทิ้งไว้บริเวณบ้านที่มีพื้นที่แบบร่มเงาไม่ร้อนเกินไป ปล่อยให้ไม้แตกหน่อขยายพันธุ์เองตามธรรมชาติ และเมื่อไม้มีจำนวนที่มากๆ ก็สามารถแยกหน่อใส่กระถางขายได้ แต่ถ้าเป็นช่วงที่ไม้ชนิดนี้ออกดอกมากๆ ก็ยังสามารถตัดดอกส่งขายให้กับร้านดอกไม้ เพื่อทำเป็นรายได้อีกหนึ่งช่องทาง

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณวันเพ็ญ มานะกุล หมายเลขโทรศัพท์ (087) 122-8209

บทความก่อนหน้านี้กรมประมง ชูความสำเร็จระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ปลานิลในกระชังและกุ้งก้ามกราม จ.กาฬสินธุ์ สินค้ามาตรฐาน GAP100%
บทความถัดไปกรมการข้าวตรวจเยี่ยมสหกรณ์การเกษตรเมืองร้อยเอ็ด ตรวจประเมินโรงสีข้าวGMP