นางพญาชวนชมตัวจริง เจ้าของสวน “ตังค์มา” แห่งเมืองสองพี่น้อง แม่โจ้ รุ่น 64…สำเร็จเพราะ “งานหนักไม่เคยฆ่าคน”

มักจะมีคำกล่าวอยู่เสมอถึงความสำเร็จในหน้าที่การงาน โดยเฉพาะอาชีพทางการเกษตรที่มีหลากหลายสาขาที่ต้องฟันฝ่าอุปสรรคมากมาย เกิดอาการท้อแท้ ต้องประสบความล้มเหลวทันที!!

ทว่าการตั้งใจและมีพื้นฐานการเรียนรู้สิ่งนั้นมาก่อน แม้ว่าจะขาดทุนทรัพย์ต้องเก็บออมสะสมไว้ และผ่านสถาบันการเรียนสายวิชาชีพอาชีวะเกษตรมาก่อน ผ่านงานหนัก ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติมาอย่างโชกโชน สร้างความอดทน แข็งแกร่ง บึกบึนมาแล้ว เป็นภูมิป้องกันมาอย่างดี พร้อมที่จะออกมาต่อสู้กับชีวิตภายนอก กระทั่งประสบผลสำเร็จเป็นต้นแบบของผู้ที่สู้ชีวิต

น้องส้ม นางพญาชวนชม โชว์ชวนชมสายพันธุ์โซมาเร้นยักษ์ญี่ปุ่นเสียบแดงอุดมทรัพย์

วันนี้ขออนุญาตไปสัมผัสกับสวน “ตังค์มา” แหล่งผลิตไม้ดอกชวนชม ไม้กระถางที่มีหลากหลายชนิด เป็นไม้ดอกที่สวยงามของสีดอก ปลูกง่าย ทนทาน และอายุยืนยาวของตัวมัน เหมาะเอาไว้ประดับบริเวณบ้าน สนนราคามีตั้งแต่หลักสิบถึงหลักแสนเลยทีเดียว อยู่ไม่ห่างไกลในอำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี

มารู้จักนามของเธอชื่อ คุณศิริพันธุ์ ข้าวหอมดี มีชื่อเล่นว่า น้องส้ม หรือ ส้มจิ๊ก ฉายานางพญาชวนชม แล้วแต่จะเรียก ในวัย 41 ปี ผ่านการศึกษาจากวิทยาลัยเกษตรกรรมราชบุรี (เกษตรเขาเขียว) แล้วไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ลำดับรุ่น 64 เรียนสาขาวิชาโคนม โคเนื้อ

กระถางย้ายมาอยู่ขนาด 11 นิ้ว

กว่าจะมาถึงวันนี้ เธอมีความมุ่งมั่นหาความรู้ในต้นชวนชม มาถึงสองทศวรรษเศษๆ นอกจากความสำเร็จเรื่องนี้แล้วยังเปิดสอนฟรีเรื่องของต้นไม้ชนิดนี้ให้กับคนสนใจทั่วไป สำหรับคนไทย ฟรี! ยกเว้นชาวต่างชาติ ต้องเสียค่าใช้จ่าย

ทุกวันนี้ เธอมีภารกิจหน้าที่อะไรบ้าง?

ตั้งชื่อกันเอาเอง

“นอกจากจะดูแลไม้ชวนชม สายพันธุ์ยักษ์ตระกูลโซโคทรานัม กับตระกูลอาราบิคัม เป็นส่วนใหญ่แล้ว ต้องทำงานดึกๆ ทุกวัน ส่วนที่ว่างจะไปปลูกป่าในที่ดินของตนเอง 2 ไร่ ปลูกป่าต้องมีอารมณ์ทำงาน ได้แก่ ไม้ประดู่ ไม้มะค่า ไม้สัก และไม้พะยูง ประมาณ 80 ต้น ฝากธนาคารไว้ 20 ปี

ระหว่างต้นไม้ป่ายังเล็กจะปลูกต้นน้อยหน่าสลับกัน 250 ต้น มีหญ้าก็เก็บกินเก็บขายได้แล้ว” เธอมองเห็นดินเป็นเงินเป็นทอง ทำประโยชน์

สิ่งที่เธอภาคภูมิใจคือชวนชม “รากทอง” ต้นชวนชมยักษ์ไม้รากทอง เป็นไม้หายาก และมีสะสมไว้ในสวนเพราะเกิดขึ้นในทุกตระกูลชวนชมเช่นกันกับคนที่มีสีผิวเผือก เป็นต้นเรียกว่าผิดปกติของยีน หรือการกลายพันธุ์ตามหลักพันธุกรรมนั่นแหละ แต่เป็นที่นิยมของผู้เล่นสะสมไม้หายาก เพราะจะพบหนึ่งในล้านต้นของสายพันธุ์ยักษ์

กองดินใส่กระถางใหญ่ ใช้เครื่องมือชักรอก ผ่อนแรงต้นชวนชมขนาดยักษ์

ไม้ชวนชมนั้น แบ่งสายพันธุ์ออกเป็น

  1. พันธุ์ดั้งเดิม คือพันธุ์ไทย
  2. พันธุ์ฮอลแลนด์
  3. พันธุ์อาราบิคัม
  4. พันธุ์โซโคทรานัม

มารู้จักชวนชม วิกิพีเดียกันหน่อย ถึงรายละเอียดก่อนจะถึงโหมดของสวนตังค์มา ของชีวิตการต่อสู้ของคุณศิริพันธุ์ ข้าวหอมดี

“ชวนชม” (อังกฤษ : Adenium) เป็นชื่อของพรรณไม้ที่มีสีสันของดอกสวยงาม เป็นไม้ที่ปลูกเลี้ยงง่าย ทนต่อสภาพแห้งแล้งมาก จนได้รับสมญานามว่า

ไม้รากทองที่เธอภาคภูมิใจ ในการดูแลรักษาสายพันธุ์

วงศ์ : APOCYNACEAE

สปีซีส์ : A. obesum

อาณาจักร : Plantae

สกุล : Adenium

มาทำความรู้จักชวนชมสายพันธุ์ยักษ์ 4 กลุ่ม ในประเทศไทยที่ดึงดูดนักเล่นได้มากที่สุดก็คือ 4 กลุ่มนี่แหละ

ในสายพันธุฮอลแลนด์มีมากหน่อย ไม้ฮอลแลนด์จะมีลักษณะแบบนี้ เป็นตัวอย่างกับการเสียบสีทั่วๆ ไป สีต่างๆ มีทั้งดอกซ้อน และดอกไม่ซ้อน เป็นตัวอย่างของสายพันธุ์ฮอลแลนด์เสียบสีต่างๆ รากทอง สายพันธุ์โซโคทรานัมที่หายาก (Socotanium)

สายพันธุ์ชวนชมจะมีหลักๆ อยู่หลายตัวที่นิยม เล่นและเลี้ยงมากๆ มีหลายพันธุ์ สำหรับผู้ชอบช่อดอกสีสวยๆ ดังตัวอย่างในภาพที่ปรากฏมาโชว์ และสายพันธุ์ยักษ์แบ่งออกเป็นที่นิยมเล่นกันอยู่ 2-3 ชนิด คือสายพันธุ์ยักษ์อาราบิคัม เป็นพวกใบขนและใบมัน คือ ราชินีพันดอก ที่มีผู้นิยมเล่นไม้ เพาะเมล็ดและกิ่งตอน และสายพันธุ์โซโคทรานัม

น้องส้ม ความรักผูกพันกับต้นชวนชมยักษ์ นาม “มงกุฎ” ที่ตั้งกันขึ้นมา

ส่วนพวกสายพันธุ์โซโคต้า จะมีสายพันธุ์หนึ่ง แต่ไม่ได้เอามาลงที่สวน “ตังค์มา”

เมื่อคุณศิริพันธุ์ เกริ่นมาเบื้องต้นของที่มาที่ไปของชวนชมสายพันธุ์ยักษ์ ซึ่งลำดับต่อไปจะขอย้อนเรื่องราวในอดีตของตัวเธอที่มาประสบความสำเร็จจากต้นชวนชม ไม้ที่ทนทานต่อสภาพสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร ขอให้ติดตามอ่านให้จบจะได้ทราบถึงความสำเร็จและการต่อสู้ชีวิตของสาวลูกแม่โจ้ ที่ฝ่าฟันอุปสรรคความยากจนมาได้เพราะไม้ชวนชม

ย้อนอดีตในชีวิตวัยเด็ก ที่บ้านเธอมีอาชีพทำนาเหมือนชาวสุพรรณบุรีทั่วไป เริ่มสนใจเล่นชวนชมที่บ้าน มีสายพันธุ์ไทยที่ปลูกอยู่ทั่วบ้าน เริ่มที่จะตัดแต่งกิ่ง เอาเมล็ดที่เก็บได้มาเพาะและเริ่มอย่างจริงจัง ปี 2540 ตอนเริ่มเข้าเรียนที่วิทยาลัยเกษตรกรรมราชบุรี ที่มีอาจารย์อาศัยอยู่บ้านพัก นำชวนชมออกมาตัดเสียบยอด และเข้าไปช่วยเป็นลูกมือ เริ่มหัดทำและสนใจมาโดยตลอด จนมาเริ่มทำเองที่บ้านสองพี่น้อง ทำขายให้เพื่อนบ้านและเพื่อนๆ ของเธอ แต่ยังเรียนศึกษาอยู่

หลังจบการศึกษาระดับอนุปริญญาจากเขาเขียว แล้วก็มาสอบเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เข้ามาลำดับ รุ่น 64 เรียนสาขาวิชาโคนม โคเนื้อ ได้สะสมชวนชมมาตลอด ช่วงนั้นราคาแพงมากๆ ไม้เสียบสี แก้ตอหรือสต๊อก เฉพาะตอต้นละ 150 บาท สมัยนั้น ปี 2541 ยังไม่ค่อยมีเงินซื้อ เป็นนักศึกษาไม่มีรายได้ เพราะยังกู้เงิน กยศ.มาเรียนหนังสือ

แยกจากกระบะใส่กระถาง 6 นิ้ว

พอเรียนจบมาไม่นานทำงานแล้ว เมื่ออยากลาออกจึงตัดสินใจออกมาทำสวนส่วนตัวในปี 2544 ชื่อสวนตังค์มา

บทบาทของเธอก็คือขยายพันธุ์ ที่สะสมไม้ชวนชมพรรณไม้หลายชนิด เริ่มจากเล็กๆ มาถึงขยายใหญ่ หาพันธุ์ที่ตลาดนิยม ราคาไม่แพง ขายราคาส่งต้นละ 25 บาท แม่ค้านำไปขายต่อต้นละ 50-80 บาท แล้วแต่สีและดอกซ้อน จะแพงไปตามสีและจำนวนชั้นของดอก จะมีสีต่างๆ ที่ผลิตแรกๆ ตอนนั้นสีแดงเป็นที่นิยมกัน

สิ่งที่น่าภาคภูมิใจของตัวเธอ ได้ผสมชวนชมได้มาตัวหนึ่งที่นิยมมาถึงทุกวันนี้ ก็คือ อุดมโชค เป็นไม้สีแดง ดอกซ้อน 2 ชั้น 1 ช่อ มี 20 ดอก ซึ่งดอกถือว่าดกมากๆ จนถึงสมัยนี้ สียังมีราคาสูงกว่าในสมัยนั้น ตอต้นละ 10 บาท อยู่ในถุงดำ ขนาดเท่าขวดยาคูลท์ แต่เมื่อเสียบสี ราคาส่งสมัยนี้ยังแพงกว่า ได้ราคา 35 บาท ต่อต้น ขายในราคาส่งด้วย

เพชรบ้านนา ออกดอกสวยงาม อายุ 11 ปี เลี้ยงไม่ยาก

แต่ทว่าในสมัยนั้นยังได้มีการพัฒนาการทำราก ตัดราก และการตัดแต่งกิ่งอย่างปัจจุบัน เลี้ยงให้ใหญ่และมีดอกพอดูสวยงามเท่านั้นก็ถือว่าเลิศแล้ว

ลำดับการย้ายกระถางนั้น ก็ต้องพิถีพิถันกับการใช้ดินและกระถาง เธอเล่าให้อย่างเข้าใจถึงการเปลี่ยนกระถางให้ใหญ่ขึ้นตามการเจริญเติบโตของต้นไม้ โดยเน้นดินที่หมักแล้ว ไม่ใช้สารเคมี ต้นไม้จะเกิดความแข็งแกร่ง ทนทานต่อโรคแมลง กล่าวคือ ดินจะใช้ใบก้ามปูผสมกับปุ๋ยคอกหลายชนิด โดยปุ๋ยคอกต้องผ่านกระบวนการหมักทางจุลินทรีย์ เมื่อนำมาใช้ก็ไม่เกิดกระบวนการหมักอีกและจะไม่ร้อน ไม้ถึงจะโตเร็ว

และเธอกล่าวต่อไปว่า ไม้อายุ 8 เดือน จากต้นก็มาเปลี่ยนเป็นกระถาง 11 นิ้ว และขยายเป็น 17 นิ้ว เมื่อโตแล้วหลังอายุ 8 เดือน น่าตื่นเต้นมากๆ เพราะถือว่าตอบโจทย์ได้ดี ที่ว่าไม้ชนิดนี้โตช้านั้นหมายความถึง เพราะไม่รู้ที่แท้จริงโตไวมากๆ มันชอบน้ำ แต่ไม่ชอบแฉะ

อาราบิคัม กิ่งตอน ราชินีพันดอก

ดังนั้น ไม้พวกนี้จึงสามารถอยู่ในทะเลทรายได้อย่างยาวนานเป็นร้อยปี เพราะเวลาฝนตกไม้จะดูดน้ำกักเก็บไว้ที่ลำต้น และพอเวลาแห้งแล้งจึงสามารถอยู่ได้โดยไม่ตาย

เมื่อครั้นถึงฤดูออกดอกชวนชมจะเป็นฤดูหนาว และโดยธรรมชาติทั่วไป เราสามารถบังคับการออกดอกได้โดยง่าย ก็คืออดน้ำระยะแรก 10-15 วัน และเมื่อให้อดน้ำ มันจะทิ้งใบและออกดอกทันที เพราะตามธรรมชาติของมันคิดว่าการออกดอกเพื่อขยายพันธุ์จึงกำหนดการออกดอกได้อย่างสบายใจ ในกรณีไปใช้การประกวดงานอีเว้นต์ที่ต่างๆ

การรดน้ำชวนชม เฉพาะที่สวนตังค์มา จะรดน้ำทุกวัน ช่วงเช้า เว้นวันที่ฝนตกจะงดรดไป 1-2 วัน แต่หากฝนไม่ตกจะต้องใช้น้ำรดเพื่อล้างใบป้องกันราน้ำค้างจากธรรมชาติ จะทำให้ใบร่วง แต่ไม่มีปัญหาอะไรมากนัก เว้นแต่ต้นไม้นั้นเจ้าของอัดปุ๋ยจนลำต้นอวบอิ่มจนดูอ่อนแอ อาจเกิดโรคง่ายขึ้น

กล่าวถึงการใช้สารเคมี สำหรับที่สวนไม่ได้ใช้ เว้นแต่ต้นกล้าเล็กๆ เท่านั้น เมื่อแยกจากกล้าลงกระถางจะใช้ปุ๋ยละลายช้าบ้างเป็นบางครั้ง ส่วนต้นใหญ่จะไม่ได้ใช้สารเคมีเลย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง เพราะสารเคมีทำให้เกิดสาเหตุต้นไม้อ่อนแอ

ถ้าหากจะใส่ปุ๋ยเคมีในบางกรณี จะขอแนะนำว่า หลังการตัดแต่งกิ่งควรงดการให้น้ำ เพื่อไม่ให้แตกตายอด สัก 10 วัน จากนั้นถึงจะรดน้ำ ใช้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 เพื่อบำรุงใบและลำต้น

หลังจากนั้น 20 วัน หลังการตัดแต่งกิ่งแล้วควรใส่ปุ๋ยสูตร 8-24-24 เพียงเล็กน้อย เพื่อบำรุงการออกดอก หรือสูตร 16-16-16 ก็ได้ ระยะตัดแต่งกิ่ง นับตั้งแต่วันแรกถึงวันออกดอก โดยเฉลี่ยจะอยู่ใน 45 วัน เราก็กำหนดระยะเวลาขายไม้ได้ในงานต่างๆ

อ่านแล้วพอจะเป็นที่เข้าใจในการดูแลรักษาชวนชม โดยเจ้าของอธิบายมาแบบไม่ปิดบัง ส่วนการตัดราก แต่งราก ควรศึกษาและเรียนรู้ลำดับต่อไปกับของจริงที่เข้าใจถึงแก่นแท้ของชวนชม ซึ่งเธอบริการสอนฟรีสำหรับคนไทยที่สนใจ ควรไปศึกษาแบบรวมกลุ่มเหมาะที่สุด เพราะว่าที่สวนมีการฝึกอบรมเกษตรพอเพียงของโครงการที่น่าภาคภูมิใจที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระราชทานความรู้กับเกษตรกรไทย ซึ่งอบรมไปแล้วหลายรุ่น โดยอาจารย์ส้ม นี่แหละเป็นผู้บรรยาย และยังมีโฮมสเตย์อีกต่างหากอีกด้วย ถ้าหากผู้ใดให้ความสนใจ

สำหรับต้นไม้ชวนชมที่เรียกชื่อกันมาเอง อาทิ เพชรบ้านนา ที่เคยได้รู้จักว่ามีดอกช้านั้น ต้องใช้ระยะเวลาถึง 7 ปี ออกดอกกิ่งก้านที่สวยงาม จึงนิยมกลุ่มสายพันธุ์อาราบิคัม เพราะออกดอกจะดก ราว 3-4 ปี เท่านั้น

การโยกย้ายกระถางของสายพันธุ์ยักษ์นั้น  แม้ว่าจะมีแรงงานฝ่ายหญิงจะมีหลายคนเป็นส่วนใหญ่ ทางสวนมีเครื่องมือผ่อนแรงหรือชักรอก ทุ่นแรงงาน เวลาโยกย้ายกระถางจะไม่มีอุปสรรคใดๆ ทั้งสิ้น

หากผู้สนใจที่จะมาเยี่ยมสวนตังค์มา โดยอินบล็อกมาในเฟซบุ๊ก สวนตังค์มา หรือเบอร์โทร. (089) 916-4289 สวนตั้งอยู่ริมถนนมาลัยแมน หลักกิโลเมตรที่ 51 หาง่าย

ที่นี่เคยกล่าวไว้แล้วข้างต้นว่าจะบริการสอนฟรี ตั้งแต่การเตรียมดิน สายพันธุ์ การขยายพันธุ์ การปลูก การย้ายกระถาง การดูแลรักษา ถึงการหัดตัดราก แต่งราก และทรงพุ่มที่ต้องพิถีพิถันกันนานหน่อย เพื่อเพิ่มทักษะกับการไปฝึกอบรม ยกเว้นแขกต่างชาติที่ต้องเสียค่าบริการ ได้เคยมาฝึกอบรมมาแล้ว สามารถตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว หมายถึงกลับไปทำได้สำเร็จทันทีว่างั้นเถอะ

ดังที่กล่าวมาข้างต้น นับว่าเธอมุ่งมั่นเพียรพยายามกับสวนไม้ชวนชมจนประสบความสำเร็จมาอย่างยาวนาน สมกับเป็นลูกแม่โจ้ที่ผ่านสถาบันของความอดทน มีมานะ พยายามของการต่อสู้มาอย่างทุ่มเทตลอดสองทศวรรษ สอนให้เธอรู้จักกับคำที่ว่า “งานหนักไม่เคยฆ่าคน”

สมญานามที่ขอเรียกเธอว่า “นางพญาชวนชม” แห่งสวน “ตังค์มา” เมืองสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี

_____________________________________________

งาน Healthcare 2020 จัดระหว่าง วันที่ 3-6 กันยายน 63 ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ 10.00 – 20.00 น. นอกจากมี ตรวจสุขภาพฟรี จากกว่า 10 โรงพยาบาลชั้นนำแล้ว ยังมีเวิร์กช็อปชุบชูสุขภาพใจฟรี ถึง 7 คอร์ส  โดย 7 วิทยากร ผู้อยู่ในแวดวงงานศิลปะ คราฟท์ และจิตวิญญาณ ช่วยเยียวยาจิตใจ ผ่อนคลาย และสร้างแรงบันดาลใจ เดินทางสะดวก โดยทางด่วน และ MRT ลงสถานีสามย่าน ทางออกที่ 2 Workshop ดี มีให้เรียนฟรีทุกวัน

พิเศษ! Workshop ดี ร่วมเรียนฟรีทุกวัน คลิกลงทะเบียนเรียนที่นี่ (รับจำนวนจำกัด)

รับต้นไม้ฟรี! (ของมีจำนวนจำกัด) เมื่อลงทะเบียนเข้างาน คลิกลงทะเบียนเข้างานที่นี่ 

บทความก่อนหน้านี้ประเทศไทยขาดแคลนมะพร้าว ต้องแก้ด้วยเทคโนโลยีการจัดการสวนมะพร้าว
บทความถัดไปไบโอเทค สวทช. ได้รับทุนสนับสนุนกว่า 12 ล้านบาท เพื่อพัฒนาบุคลากรด้านมันสำปะหลังในเขตประเทศลุ่มแม่น้ำโขง