หนุ่มชัยนาท เพาะแค็กตัส ขายออนไลน์ เตรียมขยายตลาดต่างประเทศ

คุณณัฐนนท์ รัตนภรณ์ หรือ คุณกอล์ฟ อายุ 31 ปี เจ้าของร้าน GK Cactus ให้สัมภาษณ์กับนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ว่า ก่อนหน้านี้เป็นพ่อครัวอยู่ที่กรุงเทพฯ และขายนกหงส์หยกเป็นอาชีพเสริม แต่ว่าค่าต้นทุนการเลี้ยงนกสูงมาก ค่าอาหารมากขึ้นเรื่อยๆ และในช่วงหน้าร้อนทำให้ค่าน้ำเพิ่มขึ้นอย่างมาก การขนส่งลำบาก จึงยกเลิกขายนก และลาออกจากการเป็นพ่อครัว เพราะมีความฝันที่อยากจะเป็นเจ้าของธุรกิจ เพื่อกลับมาอยู่กับครอบครัว ทำให้ได้มีโอกาสเปิดร้าน GK Cactus

ศึกษาหาความรู้เอง จากโลกออนไลน์
เห็นช่องทางตลาดไปอีกไกล

เริ่มจากงานอดิเรกในสมัยเด็กที่ชื่นชอบ แค็กตัส และไม้ประดับอยู่แล้ว ปลูกเก็บสะสมมาอยู่ตลอด หาข้อมูลศึกษาจาก ยูทูบ เว็บไซต์ และฟาร์มต่างๆ ได้รับความรู้จากแหล่งต่างๆ ที่แบ่งปันข้อมูลมาให้ในแบบฉบับของแต่ละฟาร์มที่ไม่เหมือนกัน จึงนำเอามาปรับใช้ให้เหมาะสมกับการปลูก และเพาะแค็กตัสที่บ้าน เมื่อศึกษามาสักระยะ ทำให้มองเห็นว่าตลาดของแค็กตัสนั้นสามารถเข้าถึงและยังมีโอกาสเติบโตไปได้อีกไกล

คุณณัฐนนท์ รัตนภรณ์ หรือ คุณกอล์ฟ เจ้าของร้าน

มีวิธีปลูก ในแบบของตัวเอง

วิธีปลูกของคุณกอล์ฟ จะใช้ดินที่มีส่วนผสมจากแหล่งต่างๆ เพื่อให้มีแร่ธาตุสำหรับการเพาะที่มากพอ เพื่อให้แค็กตัสเจริญเติบโตได้ดี โดยเฉพาะการใช้ใบก้ามปู พีชมอส ขุยมะพร้าว หินภูเขาไฟ เพอร์ไลต์ นำมาผสมกันในอัตราส่วนที่ใกล้เคียงกัน ใช้เป็นวัสดุเพาะ เพราะแค็กตัสไม่ชอบดินที่แน่นเกินไป จึงต้องมีวัสดุโปร่งอื่นเข้ามาร่วมด้วย

การดูแลรักษา มีโรงเรือนเฉพาะ ขนาด 4×8 เมตร ได้รับแดดตลอดทั้งวัน และกางซาแรนไว้เพื่อกรองแสง โดยซาแรนมีความหนากันแดดได้ที่ 50 เปอร์เซ็นต์

การรดน้ำจะไม่รดบ่อย รดเพียงสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ไม่มากจนเกินไป
ปุ๋ย จะให้ปุ๋ยเร่งดอกบ้าง เดือนละครั้ง เพื่อให้แค็กตัสออกดอกได้เร็วขึ้น

การเจริญเติบโต

ระยะเวลาการเจริญเติบโตแต่ละสายพันธุ์จะไม่เท่ากัน ส่วนใหญ่จากเมล็ดจนสู่การออกดอก ประมาณ 1 ปีขึ้นไป แล้วแต่พันธุ์ แต่ถ้าใช้วิธีการกราฟ (การนำหัวแค็กตัสมาต่อบนตอ) จะช่วยลดระยะเวลาลงเหลือ ประมาณ 6 เดือน ก็สามารถออกดอก

ปัญหาหลักๆ จากการปลูก จะเป็นการใช้ดินที่ไม่ถูกต้อง ส่งผลให้รากเดินไม่ดี จะไม่สามารถเจริญเติบโต ทำให้ต้นนิ่มจนเน่าตาย อีกปัญหาคือ เพลี้ย ที่จะมากัดกินต้นอ่อน ทำให้ไม่สามารถเจริญเติบโตต่อไปได้

แอสโตรไฟตัม ซุปเปอร์คาบุโตะ

การแก้ปัญหา

วิธีแก้ปัญหาของคุณกอล์ฟ คือ เรือนเฉพาะของคุณกอล์ฟ จะเป็นชั้นเหมือนกับตู้กับข้าว จะมีแผ่นรองกันมดในแต่ละขา ป้องกันพวก มด และเพลี้ย ได้

ส่วนปัญหาดินจะใช้ดินโปร่ง เพื่อให้รากเดินได้ดี คอยสังเกตดูทุกต้นว่ารากเดินดีหรือไม่ ถ้ารากเดินไม่ดีก็จะนำมาล้างผึ่งแดดให้แห้งสักหนึ่งสัปดห์ จุ่มน้ำยาเร่งราก ค่อยนำไปปลูกใหม่

แอสโตรไฟตัม แอสเทอริแอส์

โรคหลักของแค็กตัสอีกโรค คือ โรคแคงเกอร์ หรือ ราสนิม เป็นโรคติดต่อที่สถานที่เลี้ยง หรือในดินมีความชื้นมากเกินไป จะมีจุดเป็นดวงๆ ลักษณะเหมือนสนิมหล็ก จะขึ้นตามต้นแค็กตัส ทำให้ไม่เจริญเติบโต ผิวซีด ถ้าร้ายแรงอาจจะแพร่ไปต้นอื่นๆ รักษาโดยการใช้ยาตามร้านเกษตรทั่วไป เช่น ยากันโรคแคงเกอร์ ผสมกับน้ำฉีดที่ต้น หากแก้ไม่หายขาดก็จะไม่สามารถหยุดการแพร่ของเชื้อได้

ขายทั้งหน้าร้าน และออนไลน์
เตรียมเพาะส่งตลาดต่างประเทศ

การขายมีทั้งหน้าร้านและขายออนไลน์ ลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการพันธุ์แอสโตรไฟตัมเป็นหลัก ที่ขายดีจะมีหลักๆ อยู่ 3 พันธุ์ คือ แอสโตรไฟตัม มีราคา 50 บาทขึ้นไป จิมโนคาไลเซียม 15 บาทขึ้นไป และ โลบิเวีย 15 บาทขึ้นไป

แอสโตรไฟตัม ไมริโอสติ๊กมา

ราคาของแต่ละพันธุ์ขึ้นอยู่กับสีของดอก ว่าสีไหนทำยาก หรือลวดลายของหน้าไม้ ราคาเริ่มต้นภายในร้าน 15 บาท และสูงถึง 2,500 บาท

ต้นอ่อน

การเพาะแค็กตัสทำให้คุณกอล์ฟ มีรายได้ต่อเดือนประมาณ 30,000-50,000 บาท กลางปีที่ผ่านมา มีรายได้สูงถึง 100,000 บาท ต่อเดือน แต่ปัจจุบันพ่อค้าเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดคู่แข่ง คุณกอล์ฟ จึงพยายามขยายตลาดให้กว้างขึ้น เพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย

โรงเพาะพันธุ์

นอกจากนี้ ปัญหาโรคโควิด-19 นั้น ไม่ได้ส่งผลกับที่ร้านเท่าไหร่ แต่กลับทำให้บางร้านขายดีขึ้น เพราะลูกค้าบางรายทำงานอยู่บ้าน มีเวลาว่างจึงเลือกซื้อต้นไม้ หรือสัตว์เลี้ยงมาไว้ที่บ้าน ลูกค้าส่วนมากจะเป็นช่วงวัยรุ่นจนถึงช่วงวัยทำงาน

ผู้ใดสนใจต้นแค็กตัส ร้าน GK Cactus ตั้งอยู่ ซอยเทศบาล 22 ตำบลบ้านกล้วย อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท ซึ่งคุณกอล์ฟเองมีกิจการฟิตเนส และร้านกาแฟ ตั้งอยู่ใกล้ฟาร์มด้วย หากต้องการติดต่อคุณกอล์ฟ ได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ (090) 981-1998 และติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ FB : GK Cactus

ฟิตเนส
ร้านกาแฟ
บทความก่อนหน้านี้ข้าวซ้อมมือ-เครื่องแกงสมุนไพร อาชีพเสริมรายได้ ชาวสวนยางสงขลา
บทความถัดไปหนุ่มนักเรียนนอก จบ ป.โท ปลูกถั่วเหลืองอินทรีย์ ขายผ่านสื่อเทคโนโลยี ขยายตลาดได้กว้าง