สาวเมืองสุพรรณบุรี ปลูกผกากรองคุณภาพ อาชีพเสริมยามว่างหลังทำนา สร้างรายได้ดี

ผกากรอง เป็นพรรณไม้ทรงพุ่มขนาดเล็ก แตกกิ่งก้านสาขาออกรอบๆ ต้นของผกากรองสูงโดยเฉลี่ย 2-6 ฟุต ใบ เป็นรูปไข่ ปลายใบแหลม พื้นใบมีสีเขียวเข้ม ใบดก ใบมีลักษณะสากระคายมือ โดยใบออกเป็นคู่ๆ สลับเรียงกันตามกิ่งก้าน ทำให้ดูเป็นพุ่มหนาทึบ ดอกของผกากรองมีหลากหลายสีขึ้นอยู่กับชนิด ดอก ออกเป็นกระจุกรวมกันเป็นดอกเดียว ทรงคล้ายๆ กับดอกเข็ม โดยออกดอกตรงบริเวณส่วนยอดของกิ่ง ดอกมีมากมายหลายสี เช่น ดอกสีแดง สีเหลือง สีขาว สีม่วงอ่อน สีชมพู ซึ่งบางทีใน 1 ดอก สามารถเปลี่ยนได้มากกว่า 1 สี สามารถปลูกได้กับดินทุกชนิด แต่จะชอบดินที่เป็นดินร่วนซุย หรือดินปนทรายมากกว่า โดยเฉพาะดินที่มีการระบายน้ำได้ดี

คุณวรรณพร ประดู่วงศ์

คุณวรรณพร ประดู่วงศ์ อยู่บ้านเลขที่ 67/4 ตำบลยางนอน อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเกษตรกรหญิงแกร่งที่ได้ใช้เวลาว่างหลังจากทำนา มาผลิตต้นผกากรองจำหน่าย เพราะหลายปีที่ผ่านมาปริมาณน้ำมีไม่เพียงพอต่อการทำเกษตร ส่งผลให้การทำนาไม่สามารถทำได้ตลอดทั้งปีเหมือนเช่นเคย จึงได้ยึดการผลิตผกากรองเป็นอาชีพเสริม สร้างรายได้ให้กับเธอมาในระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ต้นตอที่จะเสียบยอดพันธุ์ดี

คุณวรรณพร เล่าให้ฟังว่า อาชีพหลังของครอบครัวมีในเรื่องของการค้าขายและทำนาเพื่อเป็นอาชีพหลักของครอบครัว ต่อมาเกิดปัญหาภัยแล้งทำให้การทำนาที่ทำได้ตลอดทั้งปีต้องลดจำนวนลง ส่งผลให้รายได้ลดลงพร้อมทั้งสภาพเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย การค้าขายก็ได้เงินน้อยลง จึงทำให้ต้องเริ่มมองในเรื่องของการเพิ่มรายได้ ซึ่งมีญาติทำไม้ประดับผกากรองอยู่ทำให้ได้ไปเรียนรู้และยึดเป็นอาชีพมาจนถึงปัจจุบัน

กิ่งพันธุ์ดีที่โตสมบูรณ์ หลังเสียบกับต้นตอ

“ต้องบอกว่าสภาพแวดล้อมไม่เหมือนสมัยก่อน หน้าแล้งมีผลกระทบมากต่อการทำเกษตร จากปกติทำนาเป็นอาชีพหลัก พอเริ่มทำได้น้อยลง เราก็ต้องหารายได้จากช่องทางอื่น จึงได้ไปเรียนรู้การทำไม้ผกากรองจากญาติ และมีลูกค้าเข้ามาติดต่อขอซื้ออยู่เรื่อยๆ จึงทำให้เกิดรายได้และยึดการทำผกากรองสร้างเป็นรายได้เสริมยามว่างจากทำนา” คุณวรรณพร บอก

การดูแลต้นที่ผ่านการเสียบยอด

ในขั้นตอนของการผลิตผกากรองให้ได้เป็นสินค้าที่มีคุณภาพนั้น คุณวรรณพร บอกว่า ก่อนที่จะเสียบยอดผกากรอง ต้องเตรียมต้นตอและยอดกิ่งพันธุ์ดีก่อน เมื่อทั้ง 2 อย่างพร้อมแล้วจะเสียบยอดกิ่งพันธุ์ดีลงบนต้นตอที่เตรียมไว้ โดยใน 1 ต้นตอ จะเสียบยอดกิ่งพันธุ์ดีลงไปตั้งแต่ 3-5 กิ่ง หรือดูตามความเหมาะสม เมื่อเสียบยอดแล้วคุมด้วยพลาสติกเพื่อไม่ให้น้ำเข้าไปบนยอดที่เสียบ จากนั้นนำไม้ไปวางไว้ในโรงเรือนที่ใต้ตาข่ายพรางแสง 80 เปอร์เซ็นต์

พร้อมจำหน่าย

การดูแลรดน้ำผกากรอง จะรดตามความเหมาะสม โดยอย่าให้ไม้ขาดน้ำมากจนเกินไป พร้อมกับใส่ปุ๋ยสูตรเสมอเช่น 15-15-15 หรือ 16-16-16 ทุก 7 วันครั้ง ดูแลไปอีกประมาณ 1 เดือน ไม้ก็จะเริ่มแตกเป็นทรงพุ่มพร้อมจำหน่ายได้ ส่วนในเรื่องของการป้องกันโรคและแมลงศัตรูพืชนั้น จะมีการเข้าทำลายของเพลี้ยแป้ง หนอน และแมลงปีกแข็งบางชนิด ป้องกันด้วยการพ่นยากำจัดทุก 7 วันครั้ง เพื่อไม่ให้ยอดอ่อนถูกแมลงกัดกินหรือทำลาย

สำหรับราคาต้นผกากรองที่จำหน่ายมีด้วยกันหลายขนาดไซซ์ และหลายราคา อย่างกระถางไซซ์ 8 นิ้ว ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 40 บาท กระถางไซซ์ 11 นิ้ว ราคาส่งอยู่ที่ 70 บาท และขนาดกระถางไซซ์ 12 นิ้ว ราคา 100 บาท และขนาดกระถางไซซ์ 15-17 นิ้ว ราคาอยู่ที่ 300-350 บาท

“ราคาไม้เมื่อเทียบกับสมัยก่อนก็ต้องยอมรับว่าไม่แรงมาก แต่หลังจากโควิดที่ผ่านมา ค่อนข้างที่จะขายดี ถึงราคาไม่สูงแต่เราเน้นทำจำนวนให้มากก็ถือว่ามีผลกำไร ยิ่งเศรษฐกิจแบบนี้ด้วยแล้ว การทำอาชีพที่หลากหลายถือว่าสำคัญมาก เพราะเราจะได้มีเงินเพิ่ม เพราะไม่รู้ว่าจะแล้งต่อไปอีกนานไหม หากลูกค้าท่านไหนผ่านไปผ่านมา ก็สามารถแวะมาซื้อได้ เพราะย่านนี้ทำไม้ชนิดนี้อยู่เยอะพอควร”

การเสียบยอด

สำหรับท่านใดที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณวรรณพร ประดู่วงศ์ หมายเลขโทรศัพท์ (061) 746-7876

 

บทความก่อนหน้านี้กลุ่มแปลงใหญ่อ้อยชัยภูมิ หนุนสมาชิกใช้เทคโนโลยีลดต้นทุน
บทความถัดไปสวนคุณลูกหมู นำนวัตกรรมเกษตร 4.0 พัฒนาการผลิต ทุเรียน-มังคุด ส่งออกจีน