สาวสุพรรณฯ ปลูกแวนด้าเป็นอาชีพเสริม สร้างรายได้บนวิถีความสุข

แวนด้า (Vanda) เป็นชื่อของกล้วยไม้สกุลหนึ่ง ที่มีการพัฒนาสายพันธุ์มากที่สุดก็ว่าได้ เป็นกล้วยไม้ที่อยู่ในประเภท โมโนโพเดี้ยล คือ กล้วยไม้ที่ไม่แตกกอ การเจริญเติบโตไปทางยอด รากเป็นรากอากาศ ใบมีลักษณะกลม แบนหรือร่อง ใบจะเรียงตัวซ้อนสลับกัน ช่อดอกจะออกด้านข้างของลำต้นสลับกับใบ ช่อดอกของแวนด้าจะยาวและแข็ง ส่วนกลีบดอกนอกและกลีบในมีรูปร่างคล้ายคลึงกัน

สีดอกของกล้วยไม้ชนิดนี้ที่พบเห็นมากที่สุดคือ สีน้ำเงินเข้ม สีครามอ่อน สีชมพู สีเหลือง ดอกสามารถออกได้ตลอดทั้งปี หากปลูกรวมกันมากๆ จะเห็นถึงความสวยงามของสีที่สลับกัน ดูสวยงามหลากหลายสีสันน่าชวนมอง ดอกมีอายุการปักแจกันได้ 5-7 วัน

คุณดารารัตน์ มณีจันทร์ อยู่บ้านเลขที่ 68 หมู่ที่ 9 ตำบลย่านยาว อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเกษตรกรที่ปลูกเลี้ยงแวนด้าเป็นอาชีพเสริม โดยเธอใช้เวลาว่างหลังจากงานประจำมาทำการดูแล นอกจากจะเป็นการใช้เวลาในช่วงวันหยุดแล้ว ยังสามารถสร้างรายได้ให้กับเธอได้เป็นอย่างดี

คุณดารารัตน์ มณีจันทร์

รับราชการงานประจำ

ปลูกแวนด้าเป็นอาชีพเสริม

คุณดารารัตน์ สาวผู้มากด้วยรอยยิ้มเล่าให้ฟังว่า เธอเป็นคนที่ชื่นชอบการปลูกไม้ดอกไม้ประดับ แต่ถ้าเป็นไม้ดอกจะชอบกล้วยไม้ในสกุลแวนด้า ในช่วงนั้นจึงซื้อมาเลี้ยงดูเล่นๆ แขวนประดับตกแต่งบ้าน เพราะเมื่อถึงเวลาที่ไม้ออกดอกก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายจากการได้ปลูก เมื่อวันเวลาผ่านไปนานวันความหลงใหลก็มีเพิ่มมากขึ้น จึงเริ่มคิดที่อยากจะทำเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้

“เริ่มแรกเลยคิดแค่ว่าจะเลี้ยงเล่นๆ ไปเที่ยวที่ไหนเห็นก็ซื้อมา ซึ่งตอนนั้นแต่งงานใหม่ๆ ช่วงที่ซื้อมาปลูกที่บ้าน แฟนก็เห็นเกิดความชอบแวนด้าด้วยเหมือนกัน จึงคุยกันว่าหลังจากแต่งงานก็มีทุนอยู่ก้อนหนึ่ง เราก็คิดว่าจะทำอะไรดี ที่เป็นอาชีพเสริม เลยมองว่าต้องทำในสิ่งที่ชอบคือการปลูกเลี้ยงกล้วยไม้แวนด้า ก็เลยเริ่มที่จะศึกษา ดูสิว่าแถวใกล้บ้านเรานี่มีใครเขาปลูก เลี้ยงยังไง เลี้ยงได้ดีไหม ก็ไปศึกษาจากหลายๆ ที่ และเริ่มทำ ลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง” คุณดารารัตน์ เล่าจุดเริ่มต้นของการปลูกกล้วยไม้แวนด้า

ช่วงที่เริ่มต้นเป็นเชิงการค้านั้นประมาณปี 2548 เมื่อทดลองทำและตลาดสามารถขยายออกไปได้ จึงเริ่มขยายโรงเรือนออกไปเรื่อยๆ จนทำให้มีโรงเรือนมากกว่า 1 โรงเรือน พร้อมทั้งเรียนรู้การทำตลาดอยู่เสมอว่าในแต่ละช่วงนั้นมีการชอบสีไหน และลักษณะของดอกเป็นอย่างไร

ไม้ที่อยู่ในขวดเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

ใช้เวลาดูแล 2-3 ปี

ไม้จึงจำหน่ายได้

คุณดารารัตน์ เล่าถึงวิธีการเลี้ยงไม้จนกว่าจะออกจำหน่าย ให้ฟังว่า เมื่อมีโรงเรือนสำหรับไว้ให้ไม้อยู่เรียบร้อยแล้ว จากนั้นจะไปหาซื้อแวนด้าที่อยู่ในขวดมาจากสวนที่น่าเชื่อถือ โดยเลือกสวนที่มีพันธุ์สวยๆ ผ่านการประกวดชนะที่ได้รับรางวัลเป็นการการันตี

โดยนำไม้มาออกจากขวดเอง ซึ่งแวนด้าจะเป็นไม้ที่อยู่ในขวดเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ซึ่งการนำไม้ออกจากขวดนั้น อาจจะใช้เหล็กขอเกี่ยวหรือใช้ค้อนทุบขวดก็ได้ จากนั้นนำไม้ออกมาล้างให้สะอาด เพราะที่รากยังมีเศษของวุ้นอาหารติดอยู่ โดยอาจจะแช่กับน้ำยาฆ่าเชื้อ เมื่อล้างสะอาดแล้วนำมาอนุบาลไว้ในตะกร้า โดยในช่วงนี้ยังไม่ต้องรดน้ำประมาณ 3-5 วัน

การอนุบาลกล้วยไม้แวนด้า

เมื่อเวลาผ่านไปได้ 2 สัปดาห์ ไม้ที่อนุบาลไว้ในตะกร้าจะเริ่มแตกรากใหม่ ซึ่งรากที่ออกมาใหม่จะเป็นรากสำหรับหาอาหาร โดยในระยะนี้จะพ่นปุ๋ย สูตร 21-21-21 ผสมน้ำในอัตราส่วน 10-20 กรัม ต่อน้ำ 1 ลิตร โดยพ่นสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

เมื่อไม้ที่อนุบาลเริ่มเจริญเติบโตดีและแข็งแรงได้อายุประมาณ 2 เดือน จึงย้ายไปอนุบาลต่อบนซาแรน ซึ่งไม้จะอยู่บนนั้นต่ออีกประมาณ 8 เดือน ถึง 1 ปี ระยะนี้จะเริ่มมีใบออกมา 3-4 คู่ จากนั้นนำไม้ไปขึ้นกระถางขนาด 3-4 นิ้ว เพื่อให้เกาะติดกับกระถางก่อนนำไปจำหน่าย

ไม้ที่ขึ้นกระเช้า

“การนำกล้วยไม้แวนด้าขึ้นกระถาง ต้องดูให้มีรากและมีคู่ใบที่สมบูรณ์ โดยจะนำขึ้นบนกระถางได้เลย โดยที่ไม่ต้องใช้วัสดุปลูกใดๆ เพราะแวนด้าเป็นกล้วยไม้ที่มีรากอากาศ จะกินน้ำ กินอาหาร ทางใบทางราก จะสามารถเกาะจับกระถางได้เอง จากนั้นนำไปแขวนที่โรงเรือน รดน้ำตอนเช้าทุกวัน โดยใช้เครื่องพ่นฝอย แต่ถ้าวันไหนมีสภาพอากาศที่ร้อนกว่าปกติ ก็จะรดในช่วงบ่าย 3 โมงเย็นอีกครั้งหนึ่ง” คุณดารารัตน์ บอก

การให้ปุ๋ยกับไม้จะใส่ปุ๋ยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง คือ สูตร 21-21-21 เมื่อไม้ใกล้อายุที่จะเริ่มออกดอกจะเปลี่ยนปุ๋ยเป็นสูตร 13-21-21 ซึ่งระยะการออกดอกของแวนด้าแต่ละพันธุ์จะแตกต่างกันไป บางพันธุ์ 1 ปี บางพันธุ์ 2 ปี แต่ส่วนใหญ่ต้องมีอายุประมาณ 2-3 ปีเป็นต้นไป ถึงจะเริ่มให้ดอก

ในเรื่องของการป้องกันโรคและแมลงนั้น คุณดารารัตน์ บอกว่า ฤดูฝนแวนด้าจะเป็นโรคได้ง่าย จะมีการฉีดพ่นยาสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อป้องกันโรค โดยจะฉีดติดต่อกัน 2-3 สัปดาห์ แล้วเว้นระยะบ้าง แต่ถ้าไม่เกิดโรคก็ไม่จำเป็นต้องพ่นยา ส่วนแมลงจะเป็นหนอนเจาะดอก จะพ่นยาป้องกันดูตามความเหมาะสม ถ้าเป็นช่วงฤดูร้อนก็จำพวก เพลี้ยไฟ ไรแดง โดยดูจากสภาพอากาศ ถ้าอยู่ช่วงอากาศร้อนๆ แห้งๆ ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่เพลี้ยไฟ ไรแดง ระบาด ก็จะมีการฉีดพ่นยาเพื่อป้องกัน ซึ่งยาที่ใช้หาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป

กล้วยไม้แวนด้าที่ใส่กระเช้าเตรียมส่งลูกค้า

เน้นทำตลาดหลากหลาย

ขายทั้งดอก และต้นพร้อมดอก

ในเรื่องของการทำตลาดในช่วงแรกนั้น คุณดารารัตน์ บอกว่า ไม่ได้มีความกังวลในเรื่องนี้มากนัก เพราะเป็นความโชคดีของเธอที่บ้านอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวคือ ตลาดร้อยปีสามชุก จึงทำให้สามารถนำไม้ไปจำหน่ายในช่วงแรกที่ต้องการทำตลาดได้ และเมื่อเป็นที่รู้จักของลูกค้ากว้างขวางขึ้น ก็จะเริ่มมีคนมาติดต่อขอซื้อถึงที่สวนในเวลาต่อมา

กล้วยไม้แวนด้ากุลวดีเบอร์27

“พอดีที่บ้านใกล้แหล่งท่องเที่ยว ก็มีนักท่องเที่ยวมาซื้อไป บางทีก็จะเป็นพ่อค้าต่างถิ่น ที่เขามาเที่ยวตลาดร้อยปีสามชุก ก็มาถามว่า ขายส่งไหม เมื่อมีคนเริ่มรู้จักเรามากขึ้น เราก็เริ่มขายส่ง พ่อค้าแม่ค้าก็เริ่มมารับซื้อมากขึ้น ทำให้ตลาดเราได้เรียนรู้มากขึ้น ก็เลยได้รู้ว่ามีตลาดแถวบางใหญ่ที่บางบัวทอง ตลาด อ.ต.ก. เราก็ลองนำไม้ไปให้เขาดู ว่าไม้ที่ขายพร้อมดอกแบบนี้ ถ้าจะเอามาส่งขาย สนใจจะรับซื้อไหม เมื่อเขาสนใจก็เลยส่งได้ทุกอาทิตย์เลย ตามจำนวนที่เราผลิตได้” คุณดารารัตน์ เล่าถึงเรื่องการตลาด

แวนด้าที่จำหน่ายพร้อมดอกที่ตลาดต้องการนั้น คุณดารารัตน์ บอกว่า มีความต้องการไม้ที่มีพันธุ์ดอกใหญ่ สีสดๆ และต่อมาก็มีความชื่นชอบที่มีกลิ่นหอมด้วย

กล้วยไม้แวนด้านิกร ดีไลท์

โดยราคาจำหน่ายปลีกจะอยู่ที่ 80-200 บาท ต่อต้น และราคาจำหน่ายส่งอยู่ที่ 60-150 บาท ต่อต้น ซึ่งอายุไม้ที่ออกขายอยู่ที่ 2 ปีขึ้นไป โดยแต่ละต้นจะต้องมีดอกติดไปกับต้นด้วย ต่อมาภายหลังจะขายไม้รุ่นที่ไม่ต้องมีดอกก็ได้ เพราะพ่อค้าคนกลางมารับแบบต้นไซซ์เล็กอยู่ที่ต้นละ 60 บาท

นอกจากนี้ เธอยังได้ลองจัดกระเช้าเองโดยนำแวนด้าที่ปลูกมาเพิ่มมูลค่า ซึ่งกระเช้าที่จัดก็จะเป็นกระเช้าเน้นมอบให้กันในช่วงปีใหม่และเทศกาลต่างๆ เมื่อลองไปตั้งขายทำให้ผลตอบรับออกมาดี ลูกค้าก็บอกเล่ากันไปปากต่อปาก ทำให้สร้างมูลค่าเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม ราคาของกระเช้าแวนด้าขึ้นอยู่กับจำนวนต้นที่ลูกค้าสั่ง ราคาก็จะแตกต่างกันไปตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพันบาท

กล้วยไม้แวนด้าสีม่วง พชร

ดอกแวนด้าที่ตกเกรด คุณดารารัตน์จะนำมากำขาย เพื่อส่งขายที่ตลาดเช้า ตรงกับเช้าวันพระ เพราะดอกที่ตกเกรดนั้นสภาพยังดีอยู่ สามารถปักแจกันอยู่ได้ 5-7 วัน ขายอยู่ที่กำละ 20 บาท ซึ่งปัจจุบันจำนวนที่มีไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า ทำให้เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับคุณดารารัตน์มากขึ้น

กล้วยไม้สีเหลืองเป็นไม้เมล็ด

สำหรับท่านที่สนใจอยากปลูกแวนด้าเพื่อเลี้ยงดูเล่นหรือสร้างรายได้ คุณดารารัตน์ ให้คำแนะว่า

“กล้วยไม้เป็นไม้ที่ไม่ได้เลี้ยงยาก ซึ่งบางคนอาจจะคิดว่า กล้วยไม้ออกดอกยาก เพราะสมัยนี้มีกล้วยไม้ลูกผสม ที่แบบออกดอกง่าย สีสันสดสวย ถูกใจตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งสมัยก่อนคนที่ปลูกกล้วยไม้อาจจะเป็นผู้สูงอายุ แต่เดี๋ยวนี้วัยรุ่นก็เริ่มหันมาสนใจมากขึ้น เพื่อเลี้ยงสะสมเพราะความชอบ การเลี้ยงกล้วยไม้ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่ให้รายได้ค่อนข้างดีเหมือนกัน แต่ต้องอดทน เพราะผลที่ได้มันไม่ใช่ สามเดือนห้าเดือนแล้วขายได้เลย มันจะใช้เวลาสองปีสามปี ซึ่งด้วยสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ไม่จำเป็นต้องทำอาชีพเดียว แต่เราสามารถทำอย่างอื่นเสริมไปด้วย ก็จะช่วยให้มีรายได้หลากหลายช่องทางมากขึ้น”

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณดารารัตน์ มณีจันทร์ หมายเลขโทรศัพท์ (081) 378-5293

บทความก่อนหน้านี้แผนปฏิรูปพลังงานเขย่ารัฐวิสาหกิจ โยก”กฟน.-กฟภ.”สังกัดก.พลังงาน
บทความถัดไปกุเลาทองแม่แป้นตากใบ ตั้งเป้าโกอินเตอร์